“ถ้าวันนี้ฉันบอกว่าอยากข้ามเส้นที่เธอขีดไว้... เธอจะยังใจดีกับฉันเหมือนเดิมไหมคะ?”
รินรดาชะงักมือที่กำลังจัดวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ เสียงนั้นเบาหวิวราวกับจะปลิวหายไปกับไอเย็นของเครื่องปรับอากาศ แต่ทว่ามันกลับก้องกังวานอยู่ในหูของฉันจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับฟ้าใสที่ยืนพิงกรอบประตูห้องครัวอยู่
ฟ้าใสในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ดูยับย่นเล็กน้อยจากการทำงานหนักตลอดทั้งคืน ดูอ่อนล้าแต่แววตาคู่สวยนั้นกลับคมชัดและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ปกติแล้วฟ้าใสจะเป็นฝ่ายเดินเข้ามาทักทายฉันด้วยรอยยิ้มสดใสเสมอ แต่ไม่ใช่ในวินาทีนี้... บรรยากาศรอบตัวเธอดูหนักอึ้งราวกับภูเขาที่ถูกกดทับด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจเก็บงำได้อีกต่อไป
“ข้ามเส้นเหรอคะ?” ฉันถามทวนเสียงเบา แกล้งทำเป็นก้มมองหยดน้ำที่ซึมออกมาจากขอบแก้วเพื่อหลบสายตาคู่นั้น ฉันกลัวเหลือเกิน—กลัวว่าถ้ามองลึกลงไปในดวงตาของสถาปนิกสาวผู้แสนสมบูรณ์แบบคนนี้ ฉันจะเผลอเผยความลับที่ฉันเองก็เพิ่งตระหนักได้ว่ามันเติบโตขึ้นในใจฉันมานานแค่ไหน
“อืม” ฟ้าใสเดินเข้ามาใกล้ขึ้น ระยะห่างระหว่างเราลดน้อยลงจนฉันได้กลิ่นจางๆ ของกาแฟคั่วบดที่ติดอยู่บนตัวเธอ “เส้นที่บอกว่าเราเป็นแค่ ‘เพื่อนบ้าน’ ที่แสนดีต่อกัน เส้นที่เธอมักจะถอยห่างทุกครั้งที่ฉันพยายามจะก้าวเข้าใกล้กว่านี้ ริน... เธอไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะที่ต้องคอยระวังไม่ให้ความสัมพันธ์ของเรามันขยับไปไกลกว่าเดิม?”
ฉันเม้มริมฝีปากแน่น มือที่วางบนโต๊ะสั่นระริกจนต้องกำเข้าหากันแน่น ความจริงที่ว่ารินรดาคนนี้ขี้ขลาดเกินกว่าจะยอมรับการเปลี่ยนแปลงกำลังกัดกินหัวใจตัวเอง ฉันกลัวการสูญเสีย... กลัวว่าถ้าวันหนึ่งเราไม่ใช่เพื่อนกันอีกต่อไป แล้วถ้าเราไปกันไม่รอดล่ะ? ฉันจะเสียเธอไปตลอดกาลไหม?
“รินไม่ได้อยากถอยห่างนะคะ” ฉันตอบเสียงสั่น “แต่รินแค่... รินแค่กลัว”
“กลัวอะไรคะ?” ฟ้าใสถามซ้ำ เธอเดินมาหยุดตรงหน้าฉัน มือเรียวยาวของเธอเอื้อมมาแตะที่หลังมือของฉันเบาๆ ผิวสัมผัสที่อบอุ่นนั้นทำให้กำแพงในใจของฉันสั่นคลอน “กลัวว่าถ้าเราเลือกจะเป็นคนพิเศษของกันและกัน แล้ววันหนึ่งมันพังลงมา เราจะมองหน้ากันไม่ติดใช่ไหมคะ?”
ฉันไม่ได้ตอบ แต่หยาดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาในดวงตาคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด ฟ้าใสถอนหายใจออกมาเบาๆ ราวกับคนหมดแรงจะต้านทาน ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ช้อนคางฉันขึ้นให้สบตากับเธออีกครั้ง
“รินฟังนะ...” น้ำเสียงของเธอทุ้มต่ำและจริงจัง “ฉันไม่ได้อยากได้คนรักที่สมบูรณ์แบบ ฉันไม่ได้อยากได้ความสัมพันธ์ที่หรูหราเหมือนโปรเจกต์งานที่ฉันออกแบบ แต่ฉันอยากได้แค่... คนที่ฉันสามารถกลับมาหาที่ห้องนี้ในวันที่เหนื่อยล้า คนที่ฉันอยากแชร์เรื่องราวบ้าบอในแต่ละวันด้วย และคนที่ฉันรัก... รักมาก่อนที่จะรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเส้นที่เธอขีดไว้นั่นน่ะ มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลยสำหรับใจของฉัน”
หัวใจของฉันเหมือนถูกหยุดเวลาไว้ ทุกอย่างรอบข้างเงียบสงัดจนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองที่รัวเร็วกว่าปกติ คำว่า ‘รัก’ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางของฟ้าใสไม่ได้ดูฉาบฉวย แต่มันหนักแน่นและเต็มไปด้วยความอัดอั้นที่เธอเก็บงำมานานหลายปี
“ฟ้า...” ฉันเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ความกังวลที่เคยมีดูเหมือนจะเลือนหายไปเมื่อเห็นความจริงใจที่สะท้อนอยู่ในแววตาคู่นั้น ความกลัวการสูญเสียที่เคยเป็นโซ่ตรวน บัดนี้กลับดูไร้ความหมายเมื่อเทียบกับความต้องการที่จะโอบกอดความรู้สึกนี้ไว้
“ฉันรักเธอนะริน” ฟ้าใสย้ำอีกครั้ง ครั้งนี้เธอขยับเข้ามาใกล้จนหน้าผากของเราจรดกัน ลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่บนผิวแก้ม “ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง ไม่ว่าเราจะเจอกับบททดสอบแบบไหน แต่ความจริงในวินาทีนี้คือฉันรักเธอ... รักมาตลอด และอยากจะรักต่อไปในฐานะอื่นที่ไม่ใช่แค่เพื่อนข้างห้อง”
มือของฉันค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปสัมผัสที่ไหล่ของเธอ สัมผัสถึงความมั่นคงที่ฉันเคยโหยหามาโดยตลอด น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินผ่านแก้มลงมา แต่รอยยิ้มกลับผุดขึ้นบนใบหน้าของฉันโดยไม่รู้ตัว นี่สินะ... ความรู้สึกที่เอ่อล้นจนไม่อาจกักเก็บไว้ได้อีกต่อไป
“รินก็เหมือนกันค่ะ” ฉันกระซิบตอบ “รินกลัวมาตลอด แต่พอได้ยินเธอพูดแบบนี้... รินถึงได้รู้ว่าความกลัวที่ผ่านมามันเทียบไม่ได้เลยกับความเสียดาย ถ้าหากว่าวันนี้รินยังไม่กล้าที่จะบอกเธอว่า... รินก็รักเธอเหมือนกันค่ะ ฟ้าใส”
บรรยากาศในห้องดูอ่อนหวานและละมุนละไมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ฟ้าใสค่อยๆ โอบกอดฉันไว้แน่น อ้อมกอดของเธอยังคงอบอุ่นและปลอดภัยเสมอ แต่มันต่างออกไป... มันเป็นอ้อมกอดของคนที่พร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับเราในทุกสถานะ
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของเรากำลังประสานกันอยู่นั้น เสียงกดกริ่งหน้าห้องที่ดังขึ้นอย่างรัวและต่อเนื่องกลับทำลายความเงียบแสนหวานนั้นลงอย่างกะทันหัน ฟ้าใสผละออกจากอ้อมกอดฉันด้วยสีหน้าฉงน ฉันเองก็ใจเต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความประหม่า เพราะนี่เป็นเวลาที่ควรจะไม่มีใครมาหา
ฉันเดินไปที่ประตูด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ก่อนจะชะงักนิ่งเมื่อบานประตูถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างของใครบางคนที่ฉันไม่ได้พบมานานหลายปี... คนที่ถือซองจดหมายสีขาวสะอาดตาในมือ พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบ
“สวัสดีจ้ะริน... ไม่คิดจะเชิญพี่สาวฝาแฝดของเธอเข้าห้องหน่อยเหรอ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง สายตาของฟ้าใสที่มองผ่านไหล่ฉันไปหยุดนิ่งที่คนตรงหน้า ความอบอุ่นที่เคยมีเมื่อครู่ราวกับถูกแช่แข็งด้วยคำพูดประโยคเดียวที่เปลี่ยนอนาคตของเราไปโดยสิ้นเชิง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของพวกเธอในตอนนี้เสมอมา แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีค่ะ
องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 38
ความรู้สึกที่เอ่อล้น
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!