“ถ้าฟ้ายังไม่ยอมพูดความจริง รินก็คงต้องเป็นฝ่าย ‘รื้อ’ กำแพงตรงหน้าด้วยตัวเองแล้วนะคะ”
ประโยคเรียบเรื่อยทว่าสั่นไหวเล็กน้อยในตอนท้ายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งด้วยโทนสีอุ่น รินรดายืนจ้องมองแผ่นหลังของสถาปนิกสาวที่กำลังจัดเรียงหนังสือบนชั้นวางอย่างคนไม่มีสมาธิ ปลายนิ้วของฟ้าใสสั่นระริกขณะแตะลงบนสันปกหนังสือเล่มเดิมซ้ำๆ ราวกับพยายามจะเหนี่ยวรั้งสติของตัวเองเอาไว้ไม่ให้เตลิดไปไกล
ฟ้าใสค่อยๆ หมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววมั่นใจ บัดนี้กลับไหวระริกเหมือนผิวน้ำที่ถูกหยดหมึกสีเข้มหยดลงไปจนแตกกระจาย เธอแค่นยิ้มบางเบา พยายามรักษามาดคนเก่งที่ยึดถือมาตลอดชีวิต
“ริน... พูดเรื่องอะไรคะ? ช่วงนี้งานเยอะจนเพ้อหรือเปล่า” ฟ้าใสพยายามกลั้วหัวเราะ แต่เสียงของเธอกลับแห้งผาก รินรดาไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เธอค่อยๆ ก้าวเดินช้าๆ ข้ามผ่านเส้นแบ่งบางๆ ที่พวกเธอขีดกั้นไว้มาตลอดสามปี
ระยะห่างลดลง... จนเหลือเพียงช่องว่างที่อากาศแทบจะแทรกผ่านไม่ได้
“สามปีที่ผ่านมา รินมองเห็นความหมายในแววตาฟ้ามาตลอดค่ะ” รินรดาเอ่ยพลางยื่นมือไปแตะแขนของอีกฝ่ายเบาๆ สัมผัสจากปลายนิ้วทำให้ฟ้าใสสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอไม่ได้ถอยหนี “รินกลัว... กลัวว่าถ้าเราข้ามเส้นนี้ไป เราอาจจะเสียเพื่อนที่ดีที่สุดไปตลอดกาล แต่ฟ้าคะ... รินเริ่มทนไม่ไหวแล้วที่จะต้องเห็นฟ้าฝืนยิ้มให้ริน ในขณะที่ข้างในฟ้ากำลังแตกสลายเพราะความลับที่เก็บไว้”
ฟ้าใสเม้มริมฝีปากแน่น เธอก้มหน้าลงซ่อนความอ่อนแอ แต่รินรดาตัดสินใจแล้ว เธอใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้นมาอย่างนุ่มนวล บังคับให้คนตรงหน้าสบตากันตรงๆ
“บอกรินมาเถอะค่ะ... ว่าความเงียบของฟ้าน่ะ จริงๆ แล้วมันคือคำสารภาพใช่ไหม”
บรรยากาศในห้องดูเหมือนจะถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ลมหายใจของทั้งคู่ประชิดกันจนรินรดารู้สึกถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้าของสถาปนิกสาว ฟ้าใสกำหมัดแน่นที่ข้างลำตัว ก่อนจะปล่อยให้มันคลายออกอย่างยอมจำนน ดวงตาที่พยายามแข็งกร้าวรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส
“รินจะรู้ไปทำไมคะ... ในเมื่อรินเองก็กลัวการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เหรอ” เสียงของฟ้าใสแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ “ทุกครั้งที่รินถาม... มันเหมือนรินกำลังดึงฟ้าให้ตกเหวที่ฟ้าอุตส่าห์ปีนขึ้นมาได้แล้ว... ความรู้สึกของฟ้ามันไม่มีที่ให้วางหรอกค่ะ มันไม่มีสถาปัตยกรรมไหนในโลกที่จะออกแบบให้ ‘ความรักของเพื่อน’ กลายเป็น ‘ความรักของคนรัก’ ได้โดยไม่พังทลายลงมา”
รินรดาไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูด แต่เธอทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมาย เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้จนหน้าผากของทั้งคู่แตะกันเบาๆ เป็นการยืนยันว่ากำแพงที่เคยสูงชันนั้น ได้พังทลายลงด้วยความกล้าหาญเพียงหนึ่งก้าวของเธอเอง
“ถ้ามันจะพัง... ก็ให้มันพังลงมาเถอะค่ะ” รินรดากระซิบชิดริมฝีปากอีกฝ่าย “เพราะรินไม่อยากอยู่ในบ้านที่มั่นคงแต่ไร้หัวใจหลังนี้อีกต่อไปแล้ว... รินอยากอยู่กับ ‘ฟ้า’ ในพื้นที่ที่มีแค่เราสองคนเท่านั้น”
วินาทีนั้น ราวกับเวลาถูกหยุดหมุน ฟ้าใสเบิกตากว้าง หัวใจของเธอกระตุกวูบเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของคนตรงหน้า ความอดทนตลอดสามปีที่สั่งสมมาดูเหมือนจะถึงจุดแตกหัก เธอตัดสินใจคว้าข้อมือรินรดาไว้แน่น ไม่ใช่เพื่อผลักไส แต่เพื่อดึงเข้ามาให้แนบแน่นกว่าเดิม
“ริน... รู้ตัวไหมคะว่ากำลังทำลายโลกที่ฟ้าสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องรินน่ะ” ฟ้าใสพูดเสียงสั่นเครือ รอยน้ำตาไหลผ่านแก้ม “ถ้ารินเปลี่ยนใจทีหลัง ฟ้าจะไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้วนะ”
“รินจะไม่เปลี่ยนใจ... รินมั่นใจในจังหวะหัวใจตัวเองแล้วค่ะ”
รินรดาเป็นฝ่ายรุกเข้าหาอีกครั้ง เธอประทับจูบแผ่วเบาลงบนริมฝีปากที่สั่นเทาของฟ้าใส มันไม่ใช่จูบที่ร้อนแรง แต่เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยการปลดปล่อยและความโล่งใจ เหมือนคำสัญญาที่ส่งผ่านกันโดยไม่ต้องมีถ้อยคำใดกั้นกลาง
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับความสัมพันธ์ที่ผลิบาน เสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงและรัวเร็ว ทำลายภวังค์สีชมพูจนสิ้นซาก
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
“ริน! เปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้! พี่รู้ว่าฟ้าอยู่ในนั้น!”
เสียงของผู้มาเยือนทำเอาทั้งคู่สะดุ้งผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว สีหน้าของรินรดาเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันทีที่จำได้ว่านั่นคือเสียงของใคร ส่วนฟ้าใสกลับยืนนิ่งสนิท ดวงตาที่เคยสั่นไหวเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและตื่นตระหนกที่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกผิด
รินรดามองประตูสลับกับใบหน้าของฟ้าใส หัวใจที่เพิ่งเต้นเป็นจังหวะเดียวกันกลับมาสั่นระรัวด้วยความหวาดหวั่นอีกครั้ง เพราะบุคคลที่ยืนอยู่หน้าห้องในเวลานี้... คือคนที่รินรดาเพิ่งตัดสินใจจะ ‘บอกเลิก’ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับฟ้าใสอย่างเป็นทางการ
ความลับที่พวกเธอพยายามกุมไว้ตลอดสามปี กำลังถูกกระชากออกมาต่อหน้าต่อตาคนคนนั้น... และดูเหมือนว่า 'ความกล้าหาญ' ที่เพิ่งตัดสินใจไป จะกลายเป็นชนวนเหตุของหายนะครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกเธอเสียแล้ว
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของพวกเธอในตอนนี้เสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ
สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 37
ความกล้าหาญเพียงหนึ่งก้าว
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!