องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 36

สิ่งที่สำคัญที่สุด

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"ระยะทางแปดร้อยกิโลเมตรมันไม่ได้ไกลเกินกว่าหัวใจจะเอื้อมถึงหรอกนะคะ ริน..." เสียงทุ้มหวานที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัด แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งพื้นสาดส่องกระทบใบด้านข้างของฟ้าใส สถาปนิกสาวผู้มักจะดูเข้มแข็งและจัดการทุกอย่างในชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมอ แต่ในวินาทีนี้ ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอกำลังบีบเข้าหากันแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบง่ายนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวเดิม—ตัวที่พวกเธอมักจะใช้ทิ้งตัวลงนอนอ่านหนังสือด้วยกันในยามเย็น รินรดายืนนิ่งอยู่ที่มุมห้อง หัวใจของเธอกำลังเต้นผิดจังหวะ ราวกับมีกลองชุดเล็กๆ มาตีรัวอยู่ในอก ข้างกายมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่เพิ่งรูดซิปปิดสนิทวางตั้งตระหง่านอยู่ สิ่งนั้นคือสัญลักษณ์แห่งความเปลี่ยนแปลง เป็นเส้นแบ่งเขตระหว่าง "ปัจจุบัน" ที่คุ้นเคยกับ "อนาคต" ที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม "แต่สำหรับริน... มันไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขกิโลเมตรหรอกนะคะฟ้า" รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ เสียงของนักเขียนสาวสั่นเครือเล็กน้อย ยามที่ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงไปยังคนรัก "มันคือความกลัวค่ะ... กลัวว่าถ้าเรามองไม่เห็นกันในทุกๆ วัน ระยะทางมันจะค่อยๆ กัดกร่อนความสัมพันธ์ของเราให้จางหายไปเหมือนหมอกยามเช้า" ฟ้าใสเงยหน้าขึ้นสบตา แววตาคู่คมที่เคยฉายแววดื้อรั้นและมั่นใจในตัวเองเสมอ บัดนี้กลับไหวระริกด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่รื้นขึ้นมาคลอหน่วย ฟ้าใสไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย เธอเลือกที่จะส่งยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่ฝืนทำขึ้นเพื่อปลอบประโลมคนที่ขี้กังวลที่สุดในโลกอย่างรินรดา สถาปนิกสาวค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละนิด ช้าๆ ทว่ามั่นคง กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูเด็กที่ฟ้าใสใช้เป็นประจำลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้รินรคารู้สึกใจหายวาบ เธอคุ้นเคยกับกลิ่นนี้เหลือเกิน คุ้นเคยจนแทบจะจำแนกได้ว่าช่วงเวลาไหนที่ฟ้าใสกำลังเหนื่อยล้าหรือมีความสุข "รินคะ..." ฟ้าใสหยุดยืนตรงหน้า ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ มือเรียวเอื้อมออกไปแตะที่ปลายคางของรินรดาแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลาย "ฟ้าเคยบอกรินแล้วไม่ใช่เหรอคะ ว่าไม่ว่าฟ้าจะไปออกแบบตึกสูงเสียดฟ้าที่ไหนในประเทศนี้ หรือต้องเดินทางไปตรวจไซต์งานไกลแค่ไหน หัวใจของฟ้ามันไม่ได้ย้ายตามไปด้วยสักหน่อย... หัวใจของฟ้ามันถูกทิ้งไว้ที่ห้องหมายเลข 402 ตั้งแต่วันแรกที่เราเริ่มเปิดประตูรับกันและกันเข้ามาแล้วต่างหากล่ะคะ" คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่มีพลังมากพอที่จะทะลายกำแพงความกลัวที่รินรดาพยายามสร้างขึ้นมาป้องกันตัวเองตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หยาดน้ำตาที่รินรดาพยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างเงียบเชียบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอก ทว่าก็ยังมีความหวาดกลัวลึกๆ ที่ยังคงเกาะกุมจิตใจ รินรดายกมือขึ้นสัมผัสหลังมือของฟ้าใสที่แนบอยู่ข้างแก้ม ผิวสัมผัสนั้นอุ่นและจริงใจ "รินแค่อ่อนแอค่ะฟ้า... รินกลัวความเปลี่ยนแปลง กลัวว่าวันหนึ่งถ้าเราต่างคนต่างยุ่งกับโลกของตัวเอง ความผูกพันที่เราค่อยๆ ถักทอร่วมกันมาตั้งแต่เป็นแค่เพื่อนข้างห้อง จะค่อยๆ หลุดลุ่ยไปทีละปม" "ถ้าอย่างนั้น ให้ฟ้าเป็นคนผูกมันไว้ให้แน่นเองดีไหมคะ?" ฟ้าใสขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากของทั้งคู่แนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินรดกันและกันในระยะประชิด "ความรักมันไม่ได้เปราะบางขนาดที่จะพังทลายลงแค่เพราะระยะทางแปดร้อยกิโลเมตรหรอกนะคะริน สิ่งที่สำคัญที่สุด... ไม่ใช่ว่าเราอยู่ใกล้กันแค่ไหน แต่คือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มือของเรายังคงจับกันไว้แน่นพอหรือเปล่าต่างหาก" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยส่งเสียงฮัมเบาๆ กลับเงียบหายไปในความรับรู้ รินรดาหลับตาลงรับสัมผัสจากคนตรงหน้า ความอบอุ่นจากฝ่ามือของฟ้าใสไล้ซับคราบน้ำตาบนพวงแก้มให้อย่างอ่อนโยน ความรู้สึกคุ้นเคยที่เปลี่ยนผ่านจาก "เพื่อนสนิท" กลายมาเป็น "คนรู้ใจ" ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันถูกพิสูจน์แล้วผ่านกาลเวลา ผ่านรอยยิ้ม คราบน้ำตา และการเติบโตของกันและกัน รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ฃตัดสินใจเปิดเปลือกตาขึ้นสบตาคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง แววตาของเธอมีความแน่วแน่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ความกลัวจะยังไม่หายไปเสียทีเดียว แต่มันถูกแทนที่ด้วยความเชื่อใจที่เต็มเปี่ยม "ค่ะ..." รินรดาเอמהเสียงกระซิบแผ่วเบา แต่หนักแน่นในความรู้สึก "ถ้าฟ้าสัญญาว่าจะไม่ปล่อยมือ... รินก็จะเชื่อว่าระยะทางมันทำอะไรความรักของเราไม่ได้เหมือนกันค่ะ" ฟ้าใสยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็นมาตลอดชีวิต สถาปนิกสาวดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอกแน่น ใบหน้าซุกเข้ากับลาดไหล่เล็กเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาแห่งความโล่งใจที่ไหลรินลงมา อ้อมกอดนี้อบอุ่น ห่อหุ้ม และเต็มไปด้วยความหมายของการเริ่มต้นบทใหม่ ติ๊ง่อง! เสียงกริ่งหน้าห้องพักดังขึ้นทำลายความเงียบงันในยามค่ำคืนอย่างกะทันหัน ทำให้ทั้งสองผละออกจากกันด้วยความแปลกใจ รินรดากะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง เพราะเวลานี้ดึกมากแล้ว และพวกเธอไม่ได้นัดหมายใครไว้ ฟ้าใสขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณระแวดระวัง หันไปมองที่ประตูห้องก่อนจะหันกลับมามองหน้าคนรัก "ใครมากันคะดึกดื่นแบบนี้ หรือว่าบริษัทขนส่งจะมาส่งของที่ตกค้าง?" "ไม่น่าจะใช่นะคะ..." รินรดาส่ายหัวช้าๆ หัวใจเริ่มกลับมาเต้นผิดจังหวะอีกครั้งด้วยความรู้สึกประหลาดใจระคนสงสัย "ไม่มีพัสดุอะไรที่รินสั่งไว้ช่วงนี้เลยค่ะ" ฟ้าใสพยักหน้ารับ เดินนำไปยังประตูห้องด้วยฝีเท้าเงียบกริบ มือเรียวเอื้อมไปบิดลูกบิดแล้วดึงประตูเปิดออกอย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่งยืนอยู่หน้าห้อง—เธอสวมเสื้อโค้ทกันหนาวตัวยาวสีเบจ ใบหน้าสะสวยคมคายประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด และในมือข้างหนึ่ง เธอถือซองเอกสารสีน้ำตาลผนึกแน่นพร้อมตราประทับสำนักพิมพ์ชื่อดังที่รินรดารู้จักดี "ขอโทษที่มารบกวนดึกๆ นะคะคุณรินรดา..." หญิงสาวแปลกหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าฟัง สายตาคมกริบกวาดมองผ่านตัวฟ้าใสเข้าไปสบตากับรินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลัง "พอดีฉันได้รับมอบหมายให้นำเอกสารฉบับนี้มาส่งด้วยตัวเองค่ะ... มันคือสัญญาฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับการซื้อลิขสิทธิ์นิยายเรื่องใหม่ของคุณ ที่จะต้องเซ็นและย้ายไปทำงานร่วมกับทีมงานที่สาขาเชียงใหม่ ภายในสัปดาห์นี้ค่ะ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของพวกเธอในตอนนี้เสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%