“ถ้าคุณรินจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองแบบนี้ แล้วจะจ้างทีมออแกไนซ์มาเพื่ออะไรคะ?”
เสียงของหัวหน้าทีมจัดงานอีเวนต์ดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหลในโถงจัดนิทรรศการ รินรดาชะงักมือที่กำลังจัดวางการ์ดเชิญแผ่นสุดท้ายลงบนโต๊ะ เธอไม่ได้หันไปมองคู่สนทนาที่ยืนกอดอกมองด้วยสายตาตำหนิ หากแต่ดวงตาคู่สวยกลับจ้องมองเพียงองศาของแจกันดอกไม้ที่เบี้ยวไปเพียงมิลลิเมตรเดียว
“รินขอโทษค่ะ แต่รินแค่รู้สึกว่า... รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ คนที่รู้ใจแขกที่สุดก็น่าจะเป็นริน” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ความประหม่าเริ่มกัดกินหัวใจเมื่อรู้ตัวว่าเธอกำลังทำให้บรรยากาศรอบข้างตึงเครียด
“รินรดา!”
เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังแทรกผ่านความวุ่นวาย ฟ้าใสปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเอกสารกองโตในมือ ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่มักจะดูผ่อนคลายบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการวิ่งวุ่นจัดการปัญหาหน้างาน ฟ้าใสส่งสัญญาณให้ทีมงานคนอื่นถอยออกไป ก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังซุ้มดอกไม้
“พอเถอะค่ะ” ฟ้าใสเอ่ยเสียงต่ำ มือบางเอื้อมมาจับข้อมือรินรดาไว้แน่น “คุณกำลังทำลายตัวเองด้วยความสมบูรณ์แบบที่ไม่มีอยู่จริง... ออกไปจากตรงนี้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ ไปพักเดี๋ยวนี้”
“แต่ว่างานยังไม่เสร็จ... ฟ้าคะ รินแค่ไม่อยากให้มันมีช่องโหว่ โดยเฉพาะวันนี้...” รินรดาหลบสายตา มือที่ถือการ์ดเชิญสั่นน้อยๆ เธอรู้ดีว่าคำว่า ‘โดยเฉพาะวันนี้’ ของเธอนั้นมีความหมายแฝงที่เธอเองก็ยังไม่กล้าเอ่ยออกมา
ฟ้าใสถอนหายใจยาว ความโกรธเคืองที่เคยมีมลายหายไปเหลือเพียงความสงสารจับใจ เธอรับรู้ถึงความสั่นไหวในน้ำเสียงของรินรดา ความกลัวที่ฝังรากลึกอยู่ในใจเพื่อนสนิทคนนี้คือสิ่งที่เธอมองเห็นมาตลอดหลายปี การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากจบงานนี้... ความลับที่ถูกกดทับไว้ใต้ความสัมพันธ์แบบเพื่อนกำลังจะพังทลายลง
“รินคะ มองหน้าฟ้า” ฟ้าใสบังคับให้รินรดาเงยหน้าขึ้น “ไม่ว่าวันนี้ผลจะออกมาเป็นยังไง ต่อให้งานนี้จะเละไม่เป็นท่า หรือทุกอย่างจะเพอร์เฟกต์ที่สุด... สำหรับฟ้า คุณก็คือรินรดาที่ฟ้าอยากดูแลอยู่ดี ไม่ใช่เพราะงานนี้ แต่เพราะคุณคือคุณ”
คำพูดนั้นเรียบง่ายทว่าทรงพลัง หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาที่ใบหน้า เธออยากจะถามเหลือเกินว่า ‘ดูแล’ ในความหมายของฟ้าใสนั้นหมายถึงอะไรกันแน่ แต่ก่อนที่โอกาสจะมาถึง เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของรินรดาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
รินรดากดรับสายพลางเดินเลี่ยงออกมา เธอพบว่าปลายสายคือคนสำคัญที่เธอไม่ได้คุยด้วยมานานหลายสัปดาห์ น้ำเสียงที่ได้ยินจากปลายสายทำเอาเลือดในกายของเธอเย็นเยียบลงทันที
“ริน... ฉันกลับมาแล้วนะ อยู่หน้างานแล้ว”
รินรดายืนนิ่งราวกับถูกสาป ความวุ่นวายรอบข้างดับวูบลงในโสตประสาท เธอมองผ่านกลุ่มคนที่เดินขวักไขว่ไปทางประตูทางเข้าโถงงาน ร่างสูงโปร่งที่คุ้นตาในชุดสูทเนี้ยบกริบกำลังยืนเด่นเป็นสง่า ท่ามกลางความตื่นตระหนกของทีมงานที่กุลีกุจอเข้าไปต้อนรับ
รินรดาหันกลับมามองฟ้าใสที่ยืนอยู่ไม่ไกล ฟ้าใสยังคงไม่รู้เรื่องนี้ สายตาของเพื่อนสนิทส่งความห่วงใยมาให้เหมือนทุกครั้ง แต่ในวินาทีที่แขกคนนั้นก้าวเข้ามาถึงตัวรินรดา พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยความหมายแฝง มือของเขาเอื้อมมาจับไหล่รินรดาอย่างถือวิสาสะ
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ริน... หวังว่าเธอคงไม่ได้ลืมเรื่อง ‘สัญญา’ ของเราไปแล้วหรอกนะ”
รินรดาตัวสั่นเทา เธอหันไปมองฟ้าใสที่ชะงักกึกอยู่กับที่ ดวงตาของฟ้าใสเบิกกว้างเมื่อเห็นบุคคลที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า ความเงียบงันเริ่มปกคลุมในจุดที่พวกเขายืนอยู่ ในขณะที่เสียงเพลงในงานเริ่มบรรเลงขึ้นอย่างครึกครื้นราวกับจะเยาะเย้ยความจริงที่กำลังจะเปิดเผย
สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีหวังว่าตอนนี้นักอ่านจะตื่นเต้นไปกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 18
กลับสู่ความเป็นจริง
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!