“อย่าเพิ่งเปิดค่ะ!”
เสียงของรินรดาสั่นพร่าไปพร้อมกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สองมือของเธอคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของฟ้าใสที่กำลังเอื้อมไปหมุนลูกบิดประตูห้องทำงานส่วนตัว ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งตัวทำให้รินรดาเซไปปะทะกับแผ่นหลังของเพื่อนสาว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นวานิลลาผสมไม้จันทน์ที่คุ้นเคยโอบล้อมเธอไว้จนแทบจะขาดใจ
ฟ้าใสชะงักกึก ปลายเท้าของเธอหยุดสนิท แต่ไม่ได้ดึงมือออก ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบงันที่ดังจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
“ริน... มีอะไรหรือเปล่าคะ?” ฟ้าใสถามเบาๆ เสียงของเธอแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่ได้หันกลับมา แต่รินรดาสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยในจังหวะที่ฟ้าใสผ่อนลมหายใจ
“คือ...” รินรดาอ้าปากค้าง สมองที่ควรจะประมวลผลคำโกหกให้เนียนที่สุดกลับว่างเปล่า เธอรับรู้ได้ถึงไออุ่นจากข้อมือของอีกฝ่ายที่ส่งผ่านนิ้วมือของเธอที่ยังกุมไว้อยู่ มันไม่ใช่แค่ความร้อนจากร่างกาย แต่มันเป็นความรู้สึกประหลาดที่แล่นปราดไปทั่วกระดูกสันหลัง
ความลับเรื่อง ‘สมุดบันทึกเล่มสีน้ำเงิน’ ที่เธอซ่อนไว้ใต้กองเอกสารบนโต๊ะทำงานกำลังสั่นคลอนความมั่นคงในหัวใจของเธอ หากฟ้าใสเข้ามาเห็น... หากฟ้าใสอ่านข้อความที่เธอพรั่งพรูความรู้สึกที่มีต่อเพื่อนสนิทคนนี้ลงไป ความสัมพันธ์ที่ประคับประคองมานานหลายปีอาจจะพังทลายลงในวินาทีนี้
“รินรดา” ฟ้าใสเรียกชื่อเธออีกครั้ง คราวนี้เธอหมุนตัวกลับมาอย่างช้าๆ แรงดึงจากข้อมือของฟ้าใสทำให้รินรดาเสียหลักก้าวเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ
สายตาของฟ้าใสไม่ได้แสดงถึงความโกรธเคือง แต่มันเต็มไปด้วย ‘คำถาม’ และ ‘ความปรารถนา’ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่แสนเย็นชา มืออีกข้างของฟ้าใสที่ว่างอยู่ค่อยๆ ยกขึ้นมาแตะที่ข้างแก้มของรินรดา สัมผัสนั้นแผ่วเบา ทว่ากลับทรงพลังราวกับจะสะกดให้รินรดาหยุดหายใจ
“รินกำลังกลัวอะไรคะ? บอกใสได้ไหม?”
“ริน... แค่ไม่อยากให้ใสเข้ามาตอนนี้” รินรดาพึมพำ ดวงตาคู่สวยสั่นไหว เธอพยายามจะผละออก แต่ทว่าปลายนิ้วที่ยังคงกุมข้อมือกันอยู่กลับรัดแน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณ ทั้งคู่จมดิ่งลงไปในวังวนของสายตาที่สื่อสารมากกว่าคำพูด
“รินรู้ไหมว่าตั้งแต่เราเป็นเพื่อนกันมา...” ฟ้าใสเว้นจังหวะ เสียงของเธอแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม “ใสไม่เคยได้รับอนุญาตให้ข้ามเส้นนี้เลยสักครั้ง”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความขัดแย้งในใจปะทุขึ้นราวกับภูเขาไฟ เธออยากจะบอกรัก อยากจะทลายกำแพงความกลัวที่ขังตัวเองไว้ แต่ความกลัวที่ว่าหากสูญเสีย ‘เพื่อน’ คนนี้ไป เธอจะเหลืออะไรในชีวิตที่โหดร้ายนี้ มันคือโซ่ตรวนที่แน่นหนาที่สุด
“บางที... เส้นที่กั้นเราไว้ มันอาจจะไม่ได้มีอยู่จริงตั้งแต่แรกก็ได้นะคะ” รินรดาตัดสินใจพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว เธอเห็นแววตาของฟ้าใสที่วูบไหวราวกับประกายดาวที่ร่วงหล่น
มือที่กุมข้อมือกันอยู่เริ่มเปลี่ยนไป ฟ้าใสไม่ได้ดึงมือกลับ แต่กลับสอดประสานนิ้วมือเข้ากับนิ้วของรินรดาแน่นขึ้น ความอบอุ่นที่ถ่ายทอดผ่านฝ่ามือทำลายความหนาวเหน็บที่เกาะกินใจรินรดามาตลอดหลายปี
วินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากทางฝั่งโถงทางเดินด้านนอก
*ก๊อก ก๊อก*
“คุณรินรดาคะ... มีพัสดุจากสำนักพิมพ์มาส่งค่ะ รบกวนเซ็นรับหน่อยได้ไหมคะ?”
เสียงของพนักงานส่งของดังทะลุผ่านประตูเข้ามา ทำลายมนตร์สะกดที่ทั้งคู่เพิ่งสร้างขึ้น รินรดาเบิกตากว้าง ความตกใจแล่นปราดเข้าสู่สมอง ส่วนฟ้าใสที่ดูเหมือนจะสติหลุดไปชั่วครู่ก็รีบชักมือกลับทันทีราวกับถูกไฟลวก
ทว่า... ในวินาทีที่ความสัมพันธ์กำลังจะถูกดึงกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เสียงลูกบิดประตูด้านนอกที่เคยถูกล็อกไว้กลับหมุนวนอย่างรุนแรงตามด้วยเสียงไขกุญแจสำรองที่ดังแกรกกราก
“เอ๊ะ? ทำไมล็อกละคะ? ผู้จัดการบอกว่าให้วางไว้ในห้องได้เลย...” เสียงของเจ้าของหอพักดังแทรกเข้ามาพร้อมกับบานประตูที่เริ่มเผยอออกช้าๆ
สายตาของทั้งคู่ประสานกันอีกครั้ง ในแววตาของฟ้าใสตอนนี้ไม่ใช่แค่ความสงสัย แต่มันคือความเด็ดเดี่ยวที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน ฟ้าใสรีบก้าวเข้ามาคว้าข้อมือรินรดาแล้วดึงตัวเธอหลบเข้าไปหลังตู้หนังสือขนาดใหญ่ในมุมมืดของห้อง ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกกว้าง
รินรดาหายใจแทบไม่ทัน เธอถูกฟ้าใสเบียดเข้ากับผนังห้องโดยมีตู้หนังสือบังไว้ มือของฟ้าใสทาบลงบนผนังข้างหูเธอเพื่อกักตัวเธอไว้ในพื้นที่ส่วนตัวที่แคบและล่อแหลมที่สุด
ทว่า ในขณะที่เจ้าของหอพักกำลังเดินเข้ามาในห้องเพื่อวางพัสดุ สายตาของบุคคลที่สามก็กวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่มุมมืดที่พวกเธอหลบอยู่... และในจังหวะนั้นเอง ปลายเท้าของใครบางคนที่สวมรองเท้าหนังขัดเงาแปลกตาก็ย่างกรายเข้ามาในห้องแทนที่เจ้าของหอพัก
เขาก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นเยียบ ก่อนจะหยุดลงที่หน้าโต๊ะทำงานของรินรดา มือของเขาเอื้อมไปหยิบสมุดบันทึกเล่มสีน้ำเงินที่เธอกลัวที่สุดขึ้นมา แล้วเอ่ยทักทายความว่างเปล่าของห้องด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“ไม่เจอกันนานเลยนะ... รินรดา ดูเหมือนว่าความลับของเธอจะเริ่มถูกเปิดเผยตั้งแต่วันนี้แล้วล่ะ”
สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีหวังว่าตอนนี้นักอ่านจะตื่นเต้นไปกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 17
รอยสัมผัสที่เผลอไผล
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!