"ถ้าคุณเลือกแบบแปลนนี้... เราจะต้องอยู่ติดกันไปอีกอย่างน้อยสามสิบปีนะคะ ริน"
ปลายดินสอ EE ในมือของฟ้าใสหยุดกึกลงบนกระดาษไขแผ่นใหญ่ เสียงทุ้มห้วนที่เจือความสั่นพร่าเล็กน้อยนั้นไม่ได้แสดงถึงความลังเลในวิชาชีพสถาปนิก แต่เป็นความเปราะบางในน้ำเสียงที่รินรดาจำแนกออกได้ทันทีโดยไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมอง
บนโต๊ะไม้ตัวยาวในห้องนั่งเล่นที่พวกเราคุ้นเคย กองกระดาษร่างแบบแปลนบ้าน แผ่นพับวัสดุก่อสร้าง และแก้วกาแฟที่เย็นชืดจนหยดน้ำเกาะพราว เต็มพื้นที่จนแทบไม่เหลือที่วางข้อศอก กลิ่นกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นอายฝนจางๆ จากระเบียงนอกห้อง ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่เงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นทุ้มอยู่ในอก
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวของเธอกำด้ามปากกาหมึกซึมแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
สามสิบปี... เป็นตัวเลขที่หนักหน่วงเหลือเกินสำหรับคนที่มีอดีตฝังใจกับการสูญเสีย สำหรับรินรดาแล้ว การคำนวณอนาคตไกลขนาดนั้นเทียบเท่ากับการเดินไปบนสะพานเชือกที่ขึงข้ามเหวลึก โดยมองไม่เห็นฝั่งตรงข้าม แต่ทว่า... เมื่อหันไปมองเจ้าของเรือนร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แววตาคู่คมที่มักจะซ่อนความกังวลไว้ใต้ท่าทางมั่นอกมั่นใจกลับกำลังสั่นไหวอย่างน่าสงสาร
ฟ้าใสไม่ได้กำลังขายงานออกแบบให้ลูกค้าทั่วไป... เธือกำลังออกแบบ "อนาคต" ที่มีรินรดาเป็นองค์ประกอบหลักในทุกตารางเมตร
"สามสิบปี..." รินรดาทวนคำ เสียงของเธอลอดผ่านริมฝีปากที่แห้งผาก "มันดูเป็นระยะเวลาที่ยาวนานจังนะคะ ฟ้าใส"
"แต่สำหรับฉัน..." ฟ้าใสเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนเงาของเธอไว้อย่างชัดเจน ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ เจือปนอยู่เลย "มันกลับรู้สึกว่าเป็นเวลาที่สั้นเกินไปด้วยซ้ำ ถ้าเทียบกับสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน"
คำพูดนั้นทำเอารินรดารู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในช่องท้อง ความอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นมาที่พวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ รินรดาก้มมองแบบแปลนตรงหน้าอีกครั้ง นิ้วเรียวไล่ตามเส้นดินสอที่ฟ้าใสวาดขึ้นอย่างประณีต ห้องทำงานในฝันที่ติดกับห้องนอนของพวกเรา ถูกเชื่อมต่อกันด้วยประตูกระจกบานเลื่อนที่เปิดถึงกันได้ พื้นที่สีเขียวขนาดเล็กที่ระเบียงถูกออกแบบมาเพื่อให้รินรดาสามารถนั่งจิบชาและเขียนต้นฉบับท่ามกลางลมโชยได้โดยไม่ต้องเดินไปไหนไกล ทุกรายละเอียดฟ้องชัดเจนว่า ผ่านการคิด เฝ้าสังเกต และใส่ใจในทุกนิสัยปลีกย่อยของเธอมานานแรมปี
"คุณออกแบบให้ห้องทำงานของฉันกว้างกว่าห้องนอนของคุณเสียอีกนะคะ" รินรดาเอ่ยทักเพื่อทำลายความเงียบที่หนาแน่น บรรยากาศละมุนละไมแบบนี้มักจะทำให้กำแพงในใจของเธอล่มสลายลงได้ง่ายดายเสมอ
"ก็คุณเป็นคนชอบขยับตัวเปลี่ยนมุมเขียนหนังสือไม่ใช่หรือคะ" ฟ้าใสตอบเสียงเบา แสร้งก้มหน้าลงจัดระเบียบไม้บรรทัดบนโต๊ะเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่มุมปาก "เวลาที่คุณคิดงานไม่ออก คุณมักจะเดินวนไปวนมาจนฉันเวียนหัวแทน เลยคิดว่า... ถ้าพื้นที่มันกว้างขึ้น คุณคงจะเดินได้สบายใจกว่าเดิม"
คำว่า *'ฉันเวียนหัวแทน'* ของฟ้าใส ซ่อนความหมายลึกซึ้งที่รินรคารู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องงานเขียน แต่มันคือการที่ฟ้าใสคอยเฝ้ามอง ดูแล และแบกรับความเครียดของเธอไว้เงียบๆ มาตลอดหลายปีในฐานะเพื่อนข้างห้อง... และตอนนี้ กำลังจะขยับสถานะมาเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมกันอย่างถาวร
รินรดารู้สึกถึงความหน E คลออยู่ในหน่วยตา ความกลัวการเปลี่ยนแปลงที่เคยเกาะกินหัวใจมาเนิ่นนาน ค่อยๆ ถูกละลายหายไปทีละน้อยด้วยความอบอุ่นที่แผ่มาจากอีกฝั่งของโต๊ะ
"ถ้าเราย้ายไปอยู่ที่นั่นจริงๆ... คุณจะไม่เบื่อขี้หน้าฉันบ้างหรือคะ ฟ้าใส" รินรดาเอ่ยถามเสียงแผ่ว ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองตรงๆ "เราตัวติดกันมาตั้งแต่วันที่ฉันย้ายมาอยู่ห้องข้างๆ คุณแล้วนะ ตั้งแต่เรื่องกุญแจห้องหาย เรื่องส่งพัสดุผิด จนถึงเรื่องที่เราต้องมานั่งกินข้าวด้วยกันทุกคืนวันจันทร์... นี่เรายังจะต้องมาแชร์พื้นที่ชีวิตกันไปอีกสามสิบปีจริงๆ เหรอคะ"
ฟ้าใสชะงักเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคู่สวยไหววับวูบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบางที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็นมาตลอดชีวิตการเป็นเพื่อนกัน
"รินคะ..." ฟ้าใสวางดินสอในมือลงอย่างช้าๆ แล้วเอื้อมมือมากุมหลังมือของรินรดาที่วางอยู่บนโต๊ะสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดที่ซ่อนเร้นมาเนิ่นนาน "ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ฉันไม่เคยเบื่อเลยสักวินาทีเดียว มีแต่จะกลัวว่า... วันหนึ่งคุณจะตื่นขึ้นมาแล้วเบื่อฉันต่างหากล่ะคะ"
อุณหภูมิที่ฝ่ามือของอีกฝ่ายทำให้รินรดาต้องหายใจเข้าลึกๆ หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปอีกระลอกตามชื่อเรื่องเล่าในความทรงจำของพวกเรา มือเรียวไม่ได้ดึงออก ปล่อยให้ความอุ่นซ่านนั้นซึมซับเข้าไปในหัวใจที่เคยหวาดกลัว
"ฉันไม่เคยเบื่อคุณเลยค่ะ ฟ้าใส" รินรดากระซิบตอบ เสียงเบาราวกับกลัวว่าเสียงกระซิบนี้จะไปรบกวนบรรยากาศอันเปราะบางรอบตัว "มีแต่จะกลัวว่า... ทั้งหมดนี้มันเป็นความฝัน แล้วตื่นมาฉันก็ยังคงอยู่ตัวคนเดียวในห้องเช่าแคบๆ นั้นเหมือนเดิม"
ฟ้าใสบีบมือเธอกระชับขึ้นอีกนิด แววตาสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้น "มันไม่ใช่ความฝันค่ะริน แบบแปลนนี้... เงินเก็บก้อนนี้... และความตั้งใจทั้งหมดนี้ มันคือความจริงที่เรากำลังจะสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน"
บรรยากาศในห้องเงียบลงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดหรือหวาดระแวง หากแต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยลมหายใจอุ่นๆ และความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำพูดใดจะอธิบายได้ รินรดานิ่งมองใบหน้าของคนที่อยู่เคียงข้างเธอมาในทุกช่วงเวลาของชีวิต คนที่รู้จักแม้กระทั่งรอยยิ้มเวลาที่เธอเขียนตอนจบของนิยายได้สำเร็จ และคนที่คอยเตรียมชามอุ่นๆ ให้ในคืนที่เธอนอนไม่หลับ
มืออีกข้างของรินรดายกขึ้น วางทับลงบนมือของฟ้าใสที่กุมมือเธอไว้อีกที เป็นการกระทำที่แสดงออกถึงความยินยอมพร้อมใจ เป็นครั้งแรกที่เธอเลือกที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าโดยไม่หันหลังกลับไปมองอดีตที่เคยหวาดกลัว
"ถ้าอย่างนั้น..." รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก รอยยิ้มบางระบายบนเรียวปาก "ตรงมุมระเบียงห้องทำงานนั้น... ฉันขอเปลี่ยนเป็นเก้าอี้โยกตัวยาวที่คุณเคยบอกว่านั่งสบายแทนได้ไหมคะ? เวลาที่ฉันคิดงานไม่ออก ฉันจะได้นั่งมองวิวตรงนั้น... โดยที่มีคุณนั่งทำงานอยู่ข้างๆ"
ฟ้าใสเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะระบายเต็มใบหน้าสวย แววตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสุขที่ปิดไม่มิด
"ได้เลยค่ะ" ฟ้าใสตอบรับเสียงใส "ฉันจะสั่งทำพิเศษให้คุณโดยเฉพาะเลย"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหอมหวานและเต็มไปด้วยความหวังอันเรืองรองของอนาคตที่กำลังจะมาถึง เสียงกริ่งประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน... *กริ๊งงง!*
เสียงนั้นทำลายความเงียบงันในยามค่ำคืนลงอย่างสิ้นเชิง รินรดาสดุ้งตกใจเล็กน้อยจนเผลอชักมือออกจากมือของฟ้าใสโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณความหวาดระแวงเก่าๆ แวบเข้ามาในหัวใจ ใครกันที่จะมาหาพวกเธอดึกดื่นป่านนี้?
ฟ้าใสขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ดึกป่านนี้แล้ว ใครกันนะ..."
เธอก้าวเดินไปที่ประตูห้องอย่างระมัดระวัง มือเรียวปลดล็อกกลอนประตูแล้วดึงเปิดออกช้าๆ ทว่า ทันทีที่บานประตูเปิดกว้างออก ร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันในชุดเสื้อโค้ทเปียกชื้นจากละอองฝนข้างนอกก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว
"สวัสดีค่ะ... คุณรินรดา ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ หวังว่าคงจะยังไม่ลืมฉันหรอกนะ?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครทุกตัวนะคะ สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 47
แผนที่ชีวิตในอนาคต
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!