กระดาษโน้ตสีเหลืองอ่อนแผ่นนั้นแปะอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยเทปกาวใส ลายมือหวัดๆ ของฟ้าใสที่ทิ้งไว้ตั้งแต่ตีสามยังคงทิ่มแทงสายตาของรินรดา
*“ความจริงที่เธอกำลังปกปิด... กำลังจะถูกเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาได้เลย”*
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวที่กำลังจะเคาะแป้นพิมพ์ชะงักค้าง เธอนั่งจ้องข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะจนแทบจะกระֹเด็นออกมานอกอก ความจริงอะไรกันที่ฟ้าใสพูดถึง? หรือว่า... สัญญาเช่าห้องฉบับใหม่ที่เธอแอบไปเซ็นกับเจ้าของหอพักโดยเพิ่มชื่ออีกคนเข้ามาในฐานะ "ผู้พักอาศัยร่วมถาวร" จะถูกจับได้แล้ว? หรือว่ากล่องของขวัญปริมาณมหาศาลที่กองอยู่หลังระเบียง ซึ่งเธอแอบสั่งซื้อแหวนคู่เงินเกลี้ยงเกลาเตรียมไว้เซอร์ไพรส์ในวันครบรอบสามปีของการเป็นเพื่อนสนิทกำลังจะถูกค้นพบ?
แออด...
เสียงเปิดประตูห้องนอนเบาหวิว พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดที่ลอยมาแตะจมูก รินรดาสะดุ้งเฮือก รีบใช้ฝ่ามือปัดกระดาษโน้ตแผ่นนั้นให้คว่ำลงกับโต๊ะโดยอัตโนมัติ ท่าทีมีพิรุธนั้นตกอยู่ในสายตาของสถาปนิกสาวผู้เป็นเจ้าของห้องฝั่งตรงข้ามอย่างถ้วนถี่
"ซ่อนอะไรอยู่หรือเปล่าคะ ริน"
ฟ้าใสเดินเข้ามาใกล้ ชุดนอนผ้าฝ้ายสีครีมตัวโคร่งทำให้เธอดูลดความแข็งกระด้างลงไปถนัดตา ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองรินรดาด้วยรอยยิ้มพรายที่อ่านไม่ออก เป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่มักจะปรากฏบนใบหน้าเวลาที่เธอกำลังวางแผนแกล้งอะไรสักอย่างกับเพื่อนสนิทคนนี้
"เปล่าสักหน่อยค่ะ ฟ้าใสคิดไปเองหรือเปล่า" รินรดาปฏิเสธเสียงสูง พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดด้วยการหันไปจ้องหน้าจอเปล่าๆ บนคอมพิวเตอร์ ทั้งที่ความจริงแล้วสมองของเธอกำลังหมุนติ้วด้วยความกังวล
ฟ้าใสวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงานเสียงเบา ก่อนจะโน้มตัวลงมาใช้มือทั้งสองข้างท้าวกับพนักพิงเก้าอี้ของรินรดา ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงามทำให้กลิ่นอושจันทร์อ่อนๆ จากเรือนร่างของฟ้าใสโชยเข้ามารบกวนสติของนักเขียนสาว
"โกหกไม่เนียนเอาเสียเลยนะคะ รินก็เป็นแบบนี้ทุกที เวลาที่มีความลับ..." เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาแต่กลับดังชัดเจนในความรู้สึก "ไหนบอกมาซิคะ ว่าเรื่องที่เธอกำลังปิดบังฉันอยู่เนี่ย มันเกี่ยวกับกล่องสีฟ้าที่ซุกอยู่ใต้เตียงนอนหรือเปล่า?"
รินรดาเบิกตากว้าง เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าว รอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบาง "ฟ้า... ฟ้าใสรู้ได้ยังไงคะ?"
"ฉันเป็นสถาปนิกนะคะ เรื่องการคำนวณพื้นที่และการสังเกตรายละเอียดรอบตัวคืออาชีพของฉันนะริน" ฟ้าใสยืดตัวตรงขึ้น รอยยิ้มบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่มักจะซ่อนไว้เบื้องหลังความดื้อรั้น "อีกอย่าง... รองเท้าผ้าใบผู้ชายคู่ใหญ่ที่วางอยู่หน้าห้องตั้งแต่วันก่อน มันไม่ใช่ของใครที่ไหนหรอกค่ะ มันเป็นของน้องชายฉันที่ฝากไว้ไม่ใช่เหรอคะ ทำไมเธอต้องทำหน้าเหมือนคนทำความผิดมหันต์ขนาดนั้นด้วยล่ะ หืม?"
รินรดาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ไหล่ลู่ลงอย่างคนหมดแรง "ก็... ก็ฉันกลัวว่าฟ้าใสจะโกรธนี่คะ ที่ฉันถือวิสาสะจัดการเรื่องห้องพักโดยไม่ปรึกษาก่อน..."
"โกรธเหรอคะ?" ฟ้าใสทวนคำ เสียงหัวเราะเบาๆ หลุดออกมาจากลำคอ "สำหรับคนอื่นอาจจะมองว่ามันเป็นการก้าวก่าย แต่สำหรับเราสองคน... การใช้ชีวิตร่วมกันในรูปแบบใหม่ที่พิเศษกว่าเดิม มันคือสิ่งที่ฉันรอคอยมานานต่างหากล่ะคะ ริน"
คำว่า "ใช้ชีวิตร่วมกัน" ทำให้ห้องทำงานเล็กๆ แห่งนี้เงียบงันไปชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเย็นเยียบ แต่กลับอุ่นวาบขึ้นมาในช่องอกอย่างประหลาด รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับคู่สนทนา แววตาของฟ้าใสในเวลานี้ไม่มีความล้อเล่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงจังและความลึกซึ้งที่สะท้อนเงาของเธอลงไป
"รินกลัว..." น้ำเสียงของนักเขียนสาวแผ่วเบาลง เจือความสั่นเครือเล็กน้อยที่ปิดไม่มิด "กลัวว่าถ้าเราก้าวข้ามเส้นคำว่าเพื่อนสนิทไปแล้ว วันหนึ่งถ้ามันพังลงมา เราจะมองหน้ากันไม่ติด ฟ้าใสไม่กลัวบ้างเลยหรือคะ?"
ฟ้าใสเงียบไปครู่หนึ่ง มือเรียวยื่นออกไปสัมለਸเบาๆ ที่เส้นผมของรินรดา สัมผัสที่ทะนุถนอมและอบอุ่นทำให้หัวใจที่เคยหวาดกลัวสงบลงทีละน้อย
"ความกลัวเป็นเรื่องปกติค่ะ ริน" ฟ้าใสพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "แต่การไม่กล้าเสี่ยงเพื่อสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตต่างหาก คือสิ่งที่เราจะเสียใจไปตลอดกาล... ตั้งแต่วันแรกที่เธอเดินถือกล่องคุ้กกี้มาเคาะประตูห้องข้างๆ เมื่อสามปีที่แล้ว รินก็ไม่ได้เป็นแค่เพื่อนสนิทสำหรับฉันมานานแล้วนะคะ"
ประโยคสารภาพที่ถูกเก็บงำไว้ภายใต้หน้ากากของความเป็นเพื่อนมาเนิ่นนาน ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเรียบง่าย ทว่าทรงพลังจนรินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน หัวใจที่เต้นผิดจังหวะมาตลอดหลายวันกลับเข้าสู่จังหวะที่สั่นพ้องตรงกันกับคนตรงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ
"ฟ้าใส..." รินรดาครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เป็นเพราะความตื้นตันใจที่อัดแน่นจนล้นปรี่
"ทีนี้..." ฟ้าใสเปลี่ยนน้ำเสียงกลับมาเป็นเจ้าแผนการดังเดิม พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก "ในเมื่อเราตกลงที่จะ 'ปรับจูนชีวิตคู่' ของเราในวันนี้แล้ว รินจะต้องเป็นคนลุกขึ้นไปทำอาหารเช้าให้ฉันกินเพื่อเป็นการไถ่โทษที่แอบซ่อนความลับนะคะ"
รินรดาหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา มือเรียวปัดป้องใบหน้าตัวเองด้วยความเขินอาย "ได้เลยค่ะ ท่านสถาปนิกผู้เอาแต่ใจ เดี๋ยววันนี้รินจะยอมเป็นเชฟส่วนตัวให้หนึ่งวันเลย"
บรรยากาศความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความอบอุ่นละมุนละไมของการเริ่มต้นบทใหม่ในชีวิต ทั้งสองคนช่วยกันเตรียมอาหารเช้าในครัวขนาดกะทัดรัด เสียงหัวเราะและบทสนทนากระเซ้าเย้าแหย่เคล้าคลอไปกับกลิ่นหอมของไข่ดาวและขนมปังปิ้ง รินรดารู้สึกว่านี่คือช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุด ตั้งแต่เธอเกิดมาบนโลกใบนี้
ความกลัวที่เคยเกาะกินจิตใจถูกแทนที่ด้วยความมั่น ໃຈ ความสัมพันธ์ที่เคยอยู่บนเส้นแบ่งบางๆ บัดนี้ได้หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันอย่างงดงาม
ทว่า... ความสุขมักจะเดินทางสั้นกว่าที่เราคิด
เสียงกริ่งหน้าห้องพักดังขึ้นแทรกบรรยากาศหวานชื่นในยามสาย เป็นจังหวะสามครั้งที่หนักแน่นและคุ้นเคยจนทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของฟ้าใสแข็งค้างไปทันที
รินรดาหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยความสงสัย "ใครมากันคะ? หรือว่าจะเป็นพนักงานส่งของ"
ฟ้าใสส่ายหน้าช้าๆ แววตากลัดกลุ้มและตื่นตระหนกฉายชัดขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด "ไม่ใช่พนักงานส่งของค่ะริน..."
กริ่งประตูหน้าห้องดังขึ้นอีกครั้ง ซ้ำด้วยเสียงเคาะประตูที่รัวเร็วและเร่งเร้ามากขึ้น ราวกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังบานประตูนั้นกำลังรอคอยที่จะพังมันเข้ามา
ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยถามอะไร มือบางของฟ้าใสก็คว้าแขนเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นสั่นเทาเล็กน้อย
"ริน... อย่าเพิ่งออกไปเปิดนะคะ" ฟ้าใสกระซิบเสียงเครียด นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต "คนคนนั้น... ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้"
*-*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรักละมุนละไมของรินรดาและฟ้าใสนะคะ
องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 46
ปรับจูนชีวิตคู่
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!