รอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความเยียบเย็นและคุ้นเคยอย่างประหลาดในคราวเดียวกัน คลี่ออกช้าๆ ตรงหน้าประตูห้องพักเก่า
รินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วที่ถือกล่องกระดาษบรรจุสิ่งของชิ้นสุดท้ายจากห้อง 402 สั่นเทาขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นทางเดินหินขัดดังก้องกังวานในความทรงจำที่เธอพยายามจะฝังกลบมันไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
"พิม... มาทำอะไรที่นี่คะ" เสียงของรินรดาแห้งผาก ตีบตันอยู่ในลำคอ ราวกับถูกอดีตที่วิ่งไล่ตามมาตะปบเข้าที่กลางหลัง
ผู้หญิงในชุดสูทเข้ารูปสีครีมสะอาดตา เรือนผมยาวดัดลอนปลายถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย เธอคือพิมชนก... คนรักเก่าผู้เป็นเจ้าของบาดแผลลึกในใจ ซึ่งเคยทิ้งคำว่า 'เราไปกันไม่ได้' ไว้เบื้องหลัง พร้อมกับการพังทลายความเชื่อมั่นทั้งหมดในความสัมพันธ์ของรินรดา
พิมชนกหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นช่างน่าหงุดหงิดเพราะมันยังคงอบอุ่นและใจร้ายในเวลาเดียวกัน ดวงตากลมโตคู่เดิมกวาดมองไปรอบโถงทางเดินของหอพัก ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่รอยยิ้มเจื่อนๆ บนใบหน้าของรินรดา และเลยไปมองยังประตูห้อง 401 ที่ปิดสนิท
"ดูแปลกใจจังนะคะ... หรือว่ารินจะลืมไปแล้วว่าตึกนี้ มีความทรงจำของเรามากแค่ไหน" พิมชนกเอ่ยพรางก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดิมที่รินรดาเคยคุ้นเคยลอยมาแตะจมูก มันเคยเป็นกลิ่นแห่งความปลอดภัย แต่ตอนนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนก๊าซพิษที่ค่อยๆ บั่นทอนอากาศหายใจ
"มันเป็นเรื่องนานมาแล้วค่ะพิม และริน... รินคิดว่าเราเคลียร์กันจบไปหมดแล้วนะคะ" รินรดาพยายามดึงความเข้มแข็งเฮือกสุดท้ายออกมา เธอยืดตัวตรง แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวผิดจังหวะด้วยความหวาดกลัว ความกลัวที่ไม่ได้เกิดจากพิมชนกโดยตรง แต่เป็นความกลัวว่า 'กำแพง' ที่เธอใช้เวลาสร้างร่วมกับใครอีกคนกำลังจะสั่นคลอน
พิมชนกไม่สนใจคำปฏิเสธนั้น สายตาคมกริบกวาดมองกล่องกระดาษในอ้อมแขนของรินรดาก่อนจะแค่นยิ้ม "ย้ายของเหรอคะ? หรือว่า... กำลังจะหนีไปเริ่มต้นใหม่กับใครอีกคน? คนที่อยู่ห้องตรงข้ามคนนั้นสินะคะ... เด็กสถาปัตย์ที่ชื่อฟ้าใสนั่น"
หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม "คุณรู้..."
"โลกมันแคบจะตายไปค่ะริน" พิมชนกขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับผนังปูนเย็นเยียบ "พิมแค่อยากจะมาเตือนในฐานะคนที่รู้จัก... รินเป็นคนขี้กลัวจะตายไปค่ะ ตั้งแต่เรื่องของเรา จนถึงเรื่องของเด็กคนนั้น รินไม่เคยกล้าพอที่จะรักษาใครไว้หรอกนะคะ สุดท้ายแล้ว... รินก็จะผลักไสทุกคนออกไปเหมือนที่เคยทำกับพิมนั่นแหละ"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในรอยแผลเป็นอย่างแม่นยำ น้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาด้วยความคับแค้นใจ แต่มันเจ็บปวดที่สุดตรงที่... มันมีความจริงซ่อนอยู่
ในวินาทีที่รินรดากำลังจะอ้าปากโต้เถียง เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"ขอโทษนะคะ... มีธุระอะไรกับแฟนฉันหรือเปล่าคะ?"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ดังขึ้นจากหน้าห้อง 401 ฟ้าใสยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้าเข้ามาทำร้ายคนของเธอ ฟ้าใสสวมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่ง กางเกงผ้าเนื้อนุ่ม ปล่อยผมยาวสაბคลอเคลียไหล่ บรรยากาศรอบตัวเธอนิ่งสนิท แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้พิมชนกต้องชะงักและหันไปมอง
พิมชนกหรี่ตามองสถาปัตย์สาวรุ่นน้องหัวจรดเท้า รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปาก "อ๋อ... คนนี้นี่เองสินะคะ คนที่ทำให้รินยอมใจอ่อนก้าวออกจากเซฟโซนของตัวเอง... แฟนเก่าอย่างพิมคงต้องขอเตือนไว้ก่อนนะคะ ว่ารินน่ะ... เปราะบางกว่าที่คิดเยอะ ระวังจะเหนื่อยเปล่านะคะ"
ฟ้าใสไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวอย่างที่พิมชนกคาดหวัง สถาปัตย์สาวกลับระบายยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่สวยงามแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก เธอก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาหยุดยืนเคียงข้างรินรดา พร้อมกับเอื้อมมือไปรับกล่องกระดาษในอ้อมแขนของคนพี่มาถือไว้เองอย่างเป็นเจ้าของ ท่าทีนั้นเป็นธรรมชาติและหนักแน่นพอที่จะทำให้รินรดารู้สึกเหมือนมีเสาเข็มมารองรับหัวใจที่กำลังทรุดลง
"ขอบคุณที่กรุณาเตือนนะคะรุ่นพี่" ฟ้าใสเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่น้ำหนักคำพูดราวกับก้อนหินถ่วง "แต่เรื่องความเปราะบางของริน... ฉันใช้เวลาทั้งชีวิตที่ผ่านมาทำความเข้าใจ และเรียนรู้ที่จะโอบกอดมันไว้ทุกซอกทุกมุมแล้วค่ะ ไม่เหมือนใครบางคนหรอกนะคะที่ทำได้แค่มองความเปราะบางนั้นแล้วก็วิ่งหนีไป"
พิมชนกหน้าเสียไปชั่วขณะ ดวงตาไหววับด้วยความไม่พอใจเมื่อเจอหมัดฮุกที่เจ็บแสบ
"อีกอย่าง..." ฟ้าใสขยับตัวเข้ามาบังรินรดาไว้ครึ่งตัว สายตาคมกริบจ้องตรงไปยังพิมชนก "ที่นี่... หอพัก 401 และ 402 ไม่ใช่พื้นที่สำหรับคนแพ้ที่กลับมาทวงของเก่าหรอกนะคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว... เชิญค่ะ"
ความเงียบปกคลุมทางเดินยาวชั่วขณะ อากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก พิมชนกขบกรามแน่น กวาดสายตามองทั้งสองคนสลับกันไปมาด้วยความเจ็บใจ ก่อนที่มุมปากจะกระตุกยิ้มหยัน "หวังว่าจะรอดไปได้ตลอดรอดฝั่งนะคะ... ริน"
พูดจบ พิมชนกก็สะบัดหน้าเดินหนีไป เสียงส้นสูงกระทบพื้นดังห่างออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งลับตาลงตรงบันไดหนีไฟ
บรรยากาศหน้าห้องเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจ รินรดายืนตัวสั่นเทา พิงแผ่นหลังเข้ากับกำแพง ขาทั้งสองข้างแทบไม่มีแรงจะยืน ความทรงจำสีเทาในอดีตที่พิมชนกขุดคุ้ยขึ้นมาเมื่อครู่ ผสมปนเปกับความหวาดกลัวลึกๆ ในใจที่ว่าเธออาจจะทำร้ายฟ้าใสเข้าสักวัน
มืออุ่นๆ ของฟ้าใสวางลงบนไหล่เบาๆ แรงบีบนั้นอบอุ่นและมั่นคงพอที่จะดึงสติของรินรดากลับมา
"เจ็บตรงไหนไหมคะ" ฟ้าใสถามเสียงนุ่ม แววตาที่มองมาไม่มีความโกรธหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยที่ล้นปรี่จนเจ็บปวด
รินรดาส่ายหน้าช้าๆ หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะลงมา "ริน... รินกลัวค่ะฟ้า... กลัวว่าตัวเองจะไม่ดีพอ กลัวว่าคำพูดของเขาจะเป็นจริง กลัวว่าสักวันรินจะทำร้ายฟ้าเหมือนที่เคยพังมาแล้ว"
ฟ้าใสวางกล่องในมือลงกับพื้น ไม่สนใจสิ่งของใดๆ อีกต่อไป สถาปัตย์สาวก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดา สองมือประคองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาไว้ด้วยความทะนุถนอม นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าให้อย่างแผ่วเบา
"มองหน้าฟ้าค่ะ รินรดา" เสียงของฟ้าใสทุ้มนุ่มและจริงจัง "ฟังฟ้านะคะ... อดีตมันจบไปแล้ว และคนที่ยืนอยู่ตรงนี้... คือฟ้าใส ไม่ใช่คนเดิมคนนั้น ฟ้าไม่ได้ต้องการให้รินต้องสมบูรณ์แบบ ฟ้าแค่ต้องการริน... ที่เป็นรินในทุกๆ องศาของหัวใจก็พอค่ะ"
คำพูดนั้นซัดสาดเข้ามาในความรู้สึกของรินรดา ละลายน้ำแข็งในอกที่จับตัวมานานปี เธอสะอื้นเบาๆ ก่อนจะโผเข้ากอดเอวบางของฟ้าใสแน่น ซบหน้าลงกับลาดไหล่คุ้นเคยสูดเอา1กลิ่นอายความอบอุ่นของอีกฝ่ายเข้ามาเต็มปอด ความหวาดกลัวทั้งมวลถูกหลอมละลายหายไปในอ้อมกอดนี้
ฟ้าใสโอบกอดรอบเอวของคนพี่ไว้แน่น ซุกใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มสูดดมความหอมหวาน จังหวะหัวใจของทั้งคู่เต้นประสานกันอย่างลงตัว ราวกับบทเพลงรักที่บรรเลงมาถึงท่อนฮุกที่ไพเราะที่สุด
แต่ในขณะที่รินรดากำลังจะปิดเปลือกตาลงเพื่อซึมซับความปลอดภัยนี้ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของฟ้าใสก็ดังขึ้น... *ติ๊ง!*
ฟ้าใสชะงัก เล็กน้อย แต่ไม่ได้สนใจเพราะกำลังจมอยู่กับความรู้สึกอบอุ่น ทว่ารินรดาที่ช่างสังเกตกลับเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนชั้นวางรองเท้าใกล้ตัว หน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาในความมืดสลัวของโถงทางเดิน เปิดเผยข้อความตัวอักษรจากเบอร์แปลกปลอมที่ส่งตรงเข้ามา
*'คุณฟ้าใสคะ... ระวังตัวไว้นะคะ คนที่คุณกำลังรักอยู่ เขาอาจจะไม่ได้เก็บหัวใจไว้ให้คุณคนเดียวหรอกค่ะ ภาพถ่ายพวกนี้... เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญเลยล่ะค่ะ'*
พร้อมกับไฟล์รูปภาพแนบ ที่แสดงภาพของรินรดากำลังยืนคุยกับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งในร้านกาแฟเมื่อหลายวันก่อน... ภาพที่ถูกมุมกล้องบิดเบือนจนดูคล้ายกับว่าทั้งคู่กำลังโอบกอดกันอย่างแนบชิด
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับฟ้าใสที่เพิ่งก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์เช่นกัน... รอยยิ้มอุ่นๆ บนใบหน้าของฟ้าใสแข็งค้างลงในทันที!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางร่วมหัวใจกันมาจนถึงบทนี้นะคะ
องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 48
ความทรงจำในหอพักเดิม
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!