“ถ้าไม่ได้ตั้งใจจะเปิดโอกาสให้เขาเข้ามา ทำไมถึงต้องยิ้มแบบนั้นให้กันด้วยล่ะคะฟ้าใส...”
ฉันพึมพำกับความเงียบงันภายในห้องของตัวเอง เสียงของฉันมันแห้งผากและสั่นพร่าเกินกว่าจะฟังดูปกติ มือที่ยังกำม่านเนื้อบางไว้นั้นบีบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ฉันปล่อยม่านให้ตกลงมาปิดบังภาพบาดตาตรงหน้า ทว่าภาพใบหน้าของฟ้าใสในวินาทีก่อนหน้าที่เธอยิ้มให้ผู้ชายคนนั้น... รอยยิ้มที่อ่อนหวานจนฉันรู้สึกใจหายวาบ มันกลับฉายชัดอยู่ในมโนภาพไม่จางหาย
ห้องฝั่งตรงข้ามที่เคยเป็นเสมือนเซฟโซนของฉัน บัดนี้มันกลับกลายเป็นกำแพงน้ำแข็งที่กั้นขวางความรู้สึกเราสองคน เสียงประตูปิดลงเบาๆ จากห้องนั้น มันเป็นเสียงที่ฟังดูนุ่มนวล แต่ในหูของฉัน มันดังราวกับเสียงปิดตายหัวใจของตัวเอง
ฉันทรุดตัวลงนั่งบนพื้นพรมห้องนั่งเล่นที่ว่างเปล่า วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ควรจะเป็นวันแห่งการพักผ่อน กลับกลายเป็นวันแห่งการทำโทษตัวเองด้วยความคิดถึงที่ย้อนกลับมาทิ่มแทง ฉันหยิบสมุดบันทึกที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมาเปิดดู ลายมือของฟ้าใสที่เคยเขียนโน้ตแปะไว้หน้าประตูห้องฉันเสมอว่า *‘วันนี้เหนื่อยไหม อย่าลืมทานข้าวนะคะ’* มันดูห่างไกลเหลือเกินในยามนี้
ติ๊ด...
เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์ดังขึ้น ฉันรีบคว้ามันมาด้วยความหวังที่ริบหรี่ หัวใจเต้นรัวด้วยความคาดหวังว่าจะเป็นข้อความจากเธอ แต่ทว่า... หน้าจอกลับว่างเปล่า มันไม่ใช่ข้อความจากฟ้าใส แต่มันคือแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันตารางงานที่เด้งขึ้นมาเตือนว่า ‘กำหนดการเดทแรก’
ฉันหลับตาลงแน่น พยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ ความเงียบของห้องนี้มันช่างน่ากลัว มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบ แต่มันเป็นความเงียบที่ตะโกนก้องว่า *‘ที่ตรงนี้ไม่มีเธออีกต่อไปแล้ว’*
ฉันลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เย็น หวังจะหาอะไรทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่สายตาก็ไปสะดุดกับกระป๋องโซดาที่ฟ้าใสเคยซื้อมาฝากไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน เธอบอกว่ามันเป็นรสชาติที่เธอชอบที่สุดและอยากให้ฉันลองชิมดู ฉันหยิบมันขึ้นมาแตะที่ข้างแก้ม ความเย็นของกระป๋องไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มในอกลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว
“ทำไมถึงใจร้ายกับรินแบบนี้ล่ะคะ...”
ฉันพูดกับความว่างเปล่าอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจเดินไปที่ระเบียงห้อง ลมเย็นๆ ยามค่ำคืนปะทะใบหน้า ความมืดสลัวทำให้ฉันมองเห็นเพียงแสงไฟสีส้มจากห้องตรงข้ามที่ลอดออกมาผ่านช่องว่างของผ้าม่านที่ปิดไม่สนิท เงาสองเงาทาบทับกันอยู่บนม่านนั้น มันเป็นเงาของฟ้าใส และ... ผู้ชายคนนั้น
พวกเขากำลังคุยอะไรกันนะ? หัวเราะเรื่องอะไรอยู่? หรือเธอกำลังเล่าเรื่องที่ฉันกับเธอเคยทำด้วยกันให้เขาฟังด้วยรอยยิ้มแบบนั้นหรือเปล่านะ? คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัวจนแทบบ้า
ฉันพยายามบอกตัวเองว่าเราเป็นแค่เพื่อนกัน... เพื่อนสนิทที่อยู่ในระยะห่างแค่กำแพงกั้น แต่ทำไมล่ะ? ทำไมความรู้สึกมันถึงได้กู่ไม่กลับขนาดนี้ ทำไมฉันถึงหวงแหนทุกช่วงเวลาที่เราเคยมีร่วมกันจนไม่อยากแบ่งปันให้ใคร
ท่ามกลางความเงียบงันที่กัดกินใจ จู่ๆ เสียงกดรหัสหน้าห้องของฉันก็ดังขึ้น...
*ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด... ติ๊ด*
หัวใจของฉันกระตุกวูบ ใครกันที่มาหาฉันในเวลานี้? ฟ้าใสหรือเปล่า? หรือจะเป็นคนอื่นที่ฉันไม่รู้จัก? ฉันก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวโดยไม่รู้ตัว มือไม้เริ่มสั่นด้วยความประหม่าและความหวังที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ประตูไม้บานหนาถูกผลักเข้ามาอย่างช้าๆ ร่างโปร่งบางในชุดลำลองที่คุ้นตาปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟสลัวจากทางเดินหน้าห้อง
ฟ้าใสยืนอยู่ที่นั่น... ใบหน้าของเธอเรียบเฉย ผิดกับแววตาที่สั่นไหวและดูแตกสลายอย่างประหลาด เธอมองหน้าฉันด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก ก่อนจะก้าวเข้ามาในห้องปิดประตูลงเบาๆ แล้วพูดประโยคที่ทำเอาโลกทั้งใบของฉันหยุดหมุน
"เขาเพิ่งกลับไป... แต่รินคะ ฉันไม่ได้รักเขาเลยสักนิดเดียว"
ฉันอ้าปากค้าง เตรียมจะถามหาเหตุผล แต่เธอกลับเดินตรงเข้ามาคว้าข้อมือฉันไว้แน่น ลมหายใจของเธอกลิ่นจางๆ ของน้ำหอมที่ฉันคุ้นเคยอบอวลอยู่รอบตัว "คนที่ฉันรักมาตลอด... รินน่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอคะว่าเขาคนนั้น คือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้เอง"
ความเงียบที่น่ากลัวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจของฉันสองคนที่เต้นรัวแข่งกันท่ามกลางความมืดมิด...
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกที่ซับซ้อนของรินรดาและฟ้าใสนะคะ สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีจะคอยถักทอเรื่องราวในตอนถัดไปให้คุณรี้ดได้ลุ้นไปพร้อมๆ กันค่ะ
องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 23
ห้องที่เงียบเหงา
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!