องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 24

ของขวัญวันเกิดย้อนหลัง

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
“ริน... ถ้าจะกอดแน่นขนาดนี้ ช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่ากำลังกลัวอะไรอยู่?” น้ำเสียงของฟ้าใสทุ้มต่ำและสั่นพร่าเล็กน้อยท่ามกลางความเงียบงันในห้องนั่งเล่นที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นเพียงดวงเดียวที่ช่วยขับเน้นโครงหน้าคมคายของสถาปนิกสาวให้ดูอ่อนไหวเกินกว่าที่เคยเป็น รินรดายังคงซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของอีกฝ่าย สองแขนโอบรัดเอวสอบของฟ้าใสไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือออกไปเพียงเสี้ยววินาที คนตรงหน้าจะสลายกลายเป็นเพียงฝุ่นผงในอากาศ “รินแค่อยากให้วันนี้มันจบลงแบบนี้... แบบที่ไม่ต้องมีใครพูดคำว่าลา” รินรดาพึมพำ เสียงของเธออู้อี้เพราะใบหน้าที่ยังคงฝังลึกอยู่กับเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของฟ้าใส ฟ้าใสถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า มือเรียวยาวที่ผ่านการร่างแบบมานับร้อยนับพันครั้งค่อยๆ เชยคางของนักเขียนสาวขึ้นอย่างแผ่วเบา ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะที่ใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ความอึดอัดที่สั่งสมมาตลอดหลายสัปดาห์หลังจากเหตุการณ์ปาร์ตี้วันเกิดที่รินรดาลืมไปเสียสนิทดูจะพุ่งพล่านขึ้นมาจนถึงขีดสุด “ริน... วันเกิดรินผ่านไปสองสัปดาห์แล้วนะ” ฟ้าใสเอ่ยด้วยรอยยิ้มจางๆ แต่นัยน์ตากลับไหวระริก “และรินก็รู้ดีว่าที่รินทำตัวเหินห่าง หลบหน้าไปเขียนงานทั้งที่ห้องไม่ได้ล็อคกลอน ไม่ใช่เพราะยุ่งหรอก... รินแค่กลัวว่าถ้าให้ของขวัญชิ้นนี้ไป ความสัมพันธ์ของเรามันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป” รินรดาสะอึกในลำคอ เธออยากจะปฏิเสธ แต่ความจริงที่สะท้อนอยู่ในแววตาของฟ้าใสนั้นคมชัดเกินกว่าจะบิดเบือน “ฟ้า... เรารู้จักกันมานานเกินกว่าจะยอมเสียเพื่อนคนสำคัญไปเพียงเพราะความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้นะ” รินรดากล่าวเสียงสั่น มือของเธอสั่นเทาขณะพยายามเอื้อมไปหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มที่วางอยู่บนโต๊ะเตี้ยข้างโซฟา บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ความละมุนละไมที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านในอากาศ ฟ้าใสจ้องมองกล่องในมือรินรดาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความหวัง ความกลัว และความคาดหวังที่พยายามกดทับไว้มิด รินรดาค่อยๆ เปิดฝากล่องออก เผยให้เห็นเข็มกลัดเงินรูปดาวดวงเล็กที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความประณีต “ของขวัญวันเกิด... ย้อนหลังนะ” รินรดายื่นมันให้ มือของเธอสั่นจนกล่องในมือแทบจะหลุดร่วง “มันอาจจะดูธรรมดาไปหน่อย แต่รินตั้งใจทำเอง... หมายถึง ออกแบบเองน่ะ” ฟ้าใสนิ่งงันไปครู่ใหญ่ นิ้วเรียวสัมผัสผิวโลหะเย็นเฉียบนั้นด้วยความทะนุถนอม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาของเพื่อนสนิทที่คอยปลอบโยนอีกต่อไป แต่มันคือสายตาของคนที่เพิ่งได้รับคำสารภาพรักในรูปแบบของชิ้นงาน “รินรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเลือกเรียนสถาปัตย์?” ฟ้าใสถามแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ รินรดาขมวดคิ้ว “เพราะฟ้าชอบการสร้างสิ่งที่มั่นคง... ที่พักพิงที่ปลอดภัย?” “ไม่ใช่เลย” ฟ้าใสส่ายหน้าช้าๆ พร้อมกับก้าวขยับเข้าไปใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปชิดพนักโซฟา “ฉันเรียนเพื่อที่จะสร้างพื้นที่... พื้นที่ที่ฉันสามารถขังคนที่ฉันรักเอาไว้ข้างในได้โดยไม่มีวันพังทลายลงมา เหมือนกับที่ฉันพยายามสร้างกำแพงรอบหัวใจตัวเองมาตลอดเพื่อไม่ให้รินรู้ว่า ในทุกๆ องศาที่รินหายใจ รินคือคนเดียวที่ทำให้จังหวะหัวใจของฉันมันเต้นผิดจังหวะเสมอ” คำพูดนั้นหนักอึ้งราวกับก้อนหินที่ตกลงในหัวใจของรินรดา ความกลัวที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย เธอไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้ความสมบูรณ์แบบของฟ้าใส จะซ่อนความอ่อนแอและแรงปรารถนาที่รุนแรงขนาดนี้เอาไว้ “ฟ้า... เราพูดเรื่องนี้กันไม่ได้นะ ถ้าเราข้ามเส้นนั้นไป เราจะกลับมาเป็นเพื่อนกันไม่ได้อีกแล้ว” รินรดาพยายามดึงสติ ทั้งที่หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ฟ้าใสหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหนื่อยล้าแต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น มือของเธอเอื้อมมาลูบแก้มเนียนของรินรดาแผ่วเบา สัมผัสที่ปลุกเร้าความรู้สึกที่รินรดาพยายามผลักไสมาตลอด “เพื่อนเหรอ? รินยังคิดว่าเราเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ หรือเปล่า ในคืนที่รินร้องไห้เพราะงานเขียนไม่เดิน หรือในวันที่รินไม่สบายจนขยับตัวไม่ได้ ใครกันที่เป็นคนคอยดูแลอยู่ข้างห้อง... ใครกันที่กลัวรินจะเปลี่ยนไปจนไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยความรู้สึกของตัวเอง” ฟ้าใสโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน รินรดาหลับตาลงแน่น ความลังเลในใจปะทะกับความต้องการที่ไม่อาจปิดกั้นได้อีกต่อไป ในวินาทีที่ความเงียบงันดูเหมือนจะยาวนานเป็นชั่วโมง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างหนักหน่วงจากทางด้านนอกห้อง ปัง! ปัง! ปัง! “ริน! เปิดประตูให้ฉันหน่อย! ฉันรู้ว่าเธอยังไม่นอน ฉันมีเรื่องสำคัญต้องบอกเธอจริงๆ!” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังแทรกเข้ามาท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังตึงเครียด มันเป็นเสียงที่ทำให้รินรดาลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าของเธอซีดเผือดทันทีที่จำได้ว่านั่นเป็นเสียงของใคร ฟ้าใสชะงักไป ความอบอุ่นในดวงตาของเธอหายไปเหลือเพียงความสับสนและแววตาที่เริ่มเย็นเยียบเมื่อมองไปที่ประตูห้อง “นั่นมัน... มินตรา?” ฟ้าใสเอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง “เขามาทำอะไรที่นี่ในเวลาเที่ยงคืนแบบนี้?” รินรดาสั่นหน้าด้วยความสับสน “รินไม่รู้... รินไม่ได้ติดต่อเขามาเป็นเดือนแล้วนะฟ้า” ทว่าก่อนที่ใครจะได้ทำอะไร เสียงปลดล็อคประตูก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงบานประตูที่ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนกระทบผนัง มินตราก้าวเข้ามาในห้องด้วยสภาพที่เปียกปอนไปด้วยหยาดฝนและแววตาที่เต็มไปด้วยความแตกสลาย เธอหยุดยืนนิ่งเมื่อเห็นภาพคนสองคนบนโซฟาที่อยู่ในระยะใกล้ชิดจนแทบจะหลอมรวมกัน “ฉันคิดว่าเราแค่ห่างกัน... แต่ดูเหมือนว่าที่ที่ฉันเคยอยู่ จะมีคนอื่นเข้ามาแทนที่ไปนานแล้วสินะ” มินตราแค่นหัวเราะพลางจ้องเขม็งมาที่รินรดา “โดยเฉพาะกับคนที่เธอบอกว่า ‘เป็นแค่เพื่อน’ น่ะเหรอ รินรดา?” สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนที่บีบคั้นหัวใจในตอนนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าที่จะมาคลี่คลายความสัมพันธ์ที่กำลังสั่นคลอนนี้ไปพร้อมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%