เสียงฟ้าร้องคำรามครื้นโครมราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นสองเสี่ยง ดึงรินรดากลับมาจากห้วงภวังค์หน้าจอคอมพิวเตอร์ แสงไฟนีออนสีส้มอุ่นในห้องพักขนาดกะทัดรัดกะพริบไหวอยู่สองครั้งก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงความมืดสลัวที่ถูกย้อมด้วยแสงสีฟ้าอมเทาจากพายุฝนกระหน่ำนอกหน้าต่าง
"แย่ล่ะ..." รินรดารำพึงกับตัวเองเบาๆ เมื่อมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ดับสนิท งานต้นฉบับบทที่สามที่ปั่นมาทั้งวันยังไม่ได้กดเซฟ ยิ่งคิดก็ยิ่งใจหายวาบ มือเรียวกำลังจะเอื้อมไปควานหาโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงาน แต่จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—เป็นจังหวะที่คุ้นเคยจนไม่ต้องเดา
รินรดาเดินไปเปิดประตู ปรากฏร่างเปียกปอนเล็กน้อยของฟ้าใสยืนอยู่ สถาปนิกสาวผู้มักจะเนี้ยบในทุกกระเบียดนิ้ว ตอนนี้เส้นผมสีดำสนิทลู่แนบกรอบหน้า เสื้อเชิ้ตสีขาวบางแนบเนื้อจนเห็นโครงร่างภายใต้แสงสลัวจากระเบียง ฟ้าใสถือแก้วเซรามิกสองใบในมือ ข้างในบรรจุโกโก้ร้อนที่ส่งไอควันกรุ่นตัดกับความเย็นเยียบของอากาศด้านนอก
"ไฟดับใช่ไหม ห้องฉันก็ดับ" ฟ้าใสเอ่ยขึ้นก่อน ทอดสายตาเข้ามาในห้องของรินรดาด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "ฉันเดาว่าเธอคงกำลังหัวเสียกับต้นฉบับแน่ๆ เลยต้มโกโก้นี่มาเผื่อ... ขอเข้าไปหลบฝนหน่อยนะ ริน"
รินรดากลืนก้อนสะอื้นเล็กๆ ในลำคอลงไป เธอพยักหน้ารับแล้วเบี่ยงตัวหลีกทางให้เพื่อนสนิทก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมหวานของช็อกโกแลตผสมกับกลิ่นอายฝนจางๆ ลอยอบอวลขึ้นทันทีที่ประตูไม้ปิดลง ปิดกั้นโลกภายนอกที่พ1ายุโหมกระหน่ำเหลือเพียงพื้นที่แคบๆ ที่มีพวกเธออยู่กันแค่สองคน
ทั้งค่านั่งลงบนพรมปูพื้นหนานุ่มหน้าโซฟาโดยไม่ได้นัดหมาย แสงวาบจากสายฟ้าแลบส่องกระทบใบหน้าของฟ้าใสเป็นระยะ เผยให้เห็นแววตาคู่สวยที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเด2ะ รินรดายกแก้วโกโก้ขึ้นจิบ ความอุ่นร้อนแผ่ซ่านผ่านริมฝีปากลงไปถึงทรวงอก แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้ความหนาวเหน็บในใจลดลงเลยสักนิด
"มองอะไรเหรอริน หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง" ฟ้าใสทักขึ้น น้ำเสียงเจือความขี้เล่นตามเคย แต่ดวงตากลับนิ่งสนิท
"เปล่า..." รินรดาปฏิเสธเบาๆ สายตาหลุบมองผิวน้ำสีเข้มในแก้ว "แค่คิดว่า... ฝนตกหนักแบบนี้ พรุ่งนี้งานเปิดตัวโครงการของเธอคงวุ่นวายน่าดู แล้วไหนจะเรื่องที่เธอต้องบินไปดูงานที่ญี่ปุ่นอีกเดือนหน้า... ทุกอย่างดูรวดเร็วไปหมดเลยนะ ฟ้า"
บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที มีเพียงเสียงเม็ดฝนที่สาดกระเซ็นกระทบกระจกหน้าต่างดังซ่าไม่ขาดสาย
ฟ้าใสวางแก้วโกโก้ลงบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย ช้าๆ และมั่นคง เธยขยับตัวเข้าใกล้รินรดาอีกนิด จนไหล่ของทั้งคู่เกือบจะแนบชิดกัน ความอบอุ่นจากร่างของอีกฝ่ายแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาในความรู้สึกของรินรดา
"รินกลัวอะไรอยู่?" ฟ้าใสถามขึ้น น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจัง ไร้ซึ่งร่องรอยของการหยอกล้อ "ทุกครั้งที่เราพูดถึงอนาคต... เธอจะทำหน้าแบบนี้เสมอ หน้าตาเหมือนเด็กหลงทางที่อยากวิ่งหนีกลับบ้าน"
"ฉันไม่ได้หนี..." รินรดารีบเถียง เสียงสั่นพร่าเล็กน้อย "แค่รู้สึกว่า... บางทีการที่เราอยู่ตรงนี้ เป็นเพื่อนบ้านที่เดินมาเคาะห้องยืมเกลือ ยืมไข่ หรือนั่งกินโกโก้ด้วยกันตอนฝนตกแบบนี้... มันก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมเราต้องอยากให้อะไรๆ มันเปลี่ยนแปลงไปด้วยล่ะ"
"เพราะคนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อหยุดอยู่กับที่นะริน" ฟ้าใสหันมามองตรง สบตาเข้ากับรินรดาอย่างไม่หลบเลี่ยง แววตานั้นจริงจังจนรินรดาต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาเสียเอง "ต้นไม้ยังต้องโต บ้านยังต้องรีโนเวท... และความสัมพันธ์ของเรา..." ฟ้าใสเว้นจังหวะไปชั่วขณะ กลืนก้อนความลังเลลงคอ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "มันก็ควรจะมีชื่อเรียกที่ชัดเจนกว่าการเป็นแค่ 'เพื่อนข้างห้อง' สักที"
หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะขึ้นมาทันที มันไม่ใช่ความตื่นเต้นแบบปรกติ แต่เป็นความหวาดกลัวลึกๆ ที่เธอพยายามซ่อนไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความกลัวที่จะสูญเสียคนสำคัญที่สุดในชีวิตไป หากวันหนึ่งความสัมพันธ์นี้ก้าวข้ามเส้นกั้น แล้วเกิดพังทลายลงมา พวกเธอคงแม้แต่จะเป็นเพื่อนบ้านกันอีกไม่ได้
"ถ้าวันหนึ่ง... ถ้าเราก้าวผ่านเส้นนั้นไป แล้วมันไปต่อไม่ได้ล่ะฟ้า?" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา น้ำตาคลอเบ้าอย่างปิดไม่มิด เสียงของเธอกลั้นสะื้นเล็กน้อย "ฉันทนเสียเธอไปไม่ได้หรอกนะ... ถ้ารักษาความเป็นเพื่อนไว้ไม่ได้ ฉันยอมไม่มีใครเลยดีกว่า"
ฟ้าใสไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที มือเรียวเอื้อมออกไป แตะปลายนิ้วลงบนแก้มของรินรดาอย่างแผ่วเบา ความอบอุ่นจากนิ้วมือนั้นทำให้รินรดาสั่นสะท้าน ดวงตาของฟ้าใสไหววูบด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บงำมานาน
"รินคิดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา... ฉันยืนอยู่ตรงนี้ในฐานะ 'เพื่อน' แค่นั้นจริงๆ เหรอ?" ฟ้าใสกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยแต่หนักแน่น "เธอต่างหากที่กลัว... กลัวที่จะยอมรับว่าใจเธอก็เต้นแรงไม่ต่างจากฉัน"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้หาคำพูดใดมาโต้แย้ง ทันใดนั้นเอง... ไฟฟ้าในตึกก็กลับมาติดพรึบ แสงไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นทั่วห้อง เผยให้เห็นใบหน้าที่อยู่ใกล้กันจนปลายจมูกแทบจะชนกัน และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องของรินรดาก็ดังขึ้น—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—ไม่ใช่เสียงเคาะเบาๆ แบบที่ฟ้าใสทำ แต่มันรัวเร็วและกระวนกระวาย พร้อมกับเสียงเรียกที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ
"ริน! เปิดประตูให้แม่หน่อยลูก! ทำไมโทรหาไม่ติดเลย!"
รินรเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด แม่ของเธอยืนอยู่หน้าห้อง... ทั้งที่บอกว่าจะกลับต่างจังหวัดอีกสามวัน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงตรงนี้นะคะ มาลุ้นกันต่อในตอนหน้าค่ะ - สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 4
ฝนตกกับความเหงา
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!