องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 3

หนังสือเล่มที่อ่านไม่จบ

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
“ทำไมต้องเป็นเล่มนี้?” เสียงของรินรดาดังแผ่วเบา สั่นไหวจนเกือบจะหายไปในอากาศที่ยังคงอวลด้วยกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วบด เธอทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนุ่ม มือที่สั่นเทานั่นยื่นไปแตะสันปกหนังสือปกแข็งที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียงของ ‘ฟ้าใส’ มันคือหนังสือรวมบทกวีที่เธอจำได้แม่นว่าเคยหยิบยืมไปอ่านเมื่อหลายเดือนก่อน... และดูเหมือนว่าฟ้าใสจะไม่ได้แค่ยืมมันไปอ่าน แต่มันกลายเป็น ‘สมบัติ’ ที่ถูกเก็บไว้ในจุดที่ใกล้ตัวที่สุด ประตูห้องของฟ้าใสไม่ได้ล็อก—รินรดาเพียงแค่หมุนลูกบิดเข้ามาด้วยความเคยชิน เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงลืมหนังสือเล่มสำคัญของเธอไว้ในห้องทำงาน แต่เมื่อก้าวเข้ามา สิ่งที่ต้อนรับเธอไม่ใช่ความสะอาดสะอ้านแบบฉบับสถาปนิกสาวเป๊ะ แต่เป็นกองกระดาษร่างแบบที่กระจายตัวอยู่บนโต๊ะ และหนังสือเล่มนั้นที่วางเด่นอยู่บนหมอน เหมือนกับว่ามันถูกเปิดอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระดาษบริเวณขอบมีรอยยับ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามห้ามมือไม่ให้สั่นขณะเปิดหน้าที่คั่นไว้ด้วยริบบิ้นสีน้ำเงิน หน้ากระดาษที่เปิดออกเผยให้เห็นลายมือที่เขียนด้วยหมึกสีดำเข้ม ตัวอักษรเรียวบางแต่หนักแน่นเป็นเอกลักษณ์ของฟ้าใส—ลายมือที่เธอคุ้นเคยดีจากการที่มักจะเขียนโน้ตเตือนความจำแปะไว้ที่ตู้เย็นบ่อยครั้ง แต่ข้อความนี้... มันไม่ใช่โน้ตเรื่องมื้อเย็น *‘ริน... เธอรู้บ้างไหมว่าในจังหวะที่เธอกำลังเขียนถึงความรักในนิยายของเธอ ฉันมักจะเขียนถึงเธอในจังหวะที่หัวใจฉันเต้นผิดที่ผิดทางเสมอ ความสัมพันธ์ของเราเหมือนวงเวียนที่พยายามจะบรรจบ แต่ฉันเป็นคนผิดเองที่กลัวว่าถ้ามันบรรจบกันจริงๆ เส้นขีดนั้นจะกลายเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันกลับมามองหน้ากันได้อีกเลย’* คำพูดเหล่านั้นเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงลงบนปลายนิ้ว รินรดาอ่านซ้ำไปซ้ำมา หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำราวกับมีใครมาตีกลองรัวอยู่ข้างในหู ความเย็นวาบแล่นปราดไปตามไขสันหลังเมื่อพลิกไปหน้าถัดไป หน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยบันทึกความทรงจำของฟ้าใสที่เกี่ยวกับเธอ *‘14 กุมภาพันธ์... วันนี้รินยิ้มให้ฉันหลังจากอ่านจบตอนใหม่ของเธอ เธอบอกว่ามันคือความรักที่บริสุทธิ์ที่สุด เธอไม่รู้หรอกว่าตอนที่เธอยิ้ม ความบริสุทธิ์นั้นมันกระจายอยู่เต็มห้อง และฉันทำได้เพียงแค่กำมือแน่นซ่อนอาการสั่นเอาไว้ใต้โต๊ะ เธอใจร้ายนะริน... ใจร้ายที่กล้าเป็นโลกทั้งใบของฉันโดยที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิด’* รินรดาปิดหนังสือลงทันที เสียงหัวใจของเธอเต้นดังจนเกือบจะกลบเสียงแอร์ในห้องที่ทำงานเบาๆ ความจริงที่พุ่งเข้ามากระแทกหน้าไม่ได้ทำให้เธอโกรธ แต่มันกลับทำให้ ‘ความกลัว’ ที่เคยแอบซ่อนไว้ลึกสุดใจขยายตัวขึ้น เธอที่เคยคิดว่ารินรดาเป็นเพียง ‘เพื่อนสนิท’ ที่แสนดี แต่ความลับในหนังสือเล่มนี้กลับตะโกนก้องว่า... รินรดาไม่ได้เป็นเพื่อนมานานแล้ว กึก... เสียงไขกุญแจดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง รินรดาสะดุ้งสุดตัว มือรีบคว้าหนังสือยัดกลับที่เดิมเหมือนคนทำความผิด แต่จังหวะที่เธอกำลังจะถอยออกมา ร่างสูงเพรียวของฟ้าใสก็ก้าวเข้ามาในห้องพอดี ฟ้าใสชะงัก สายตาคมกริบของสถาปนิกสาวกวาดมองไปที่โต๊ะข้างเตียง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่รอยยิ้มเจื่อนๆ และความลุกลี้ลุกลนของรินรดา บรรยากาศในห้องเงียบงันลงจนน่าอึดอัด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวของฟ้าใสที่ติดตัวมาหลังกลับจากทำงานดูจะเด่นชัดขึ้นจนรินรดารู้สึกหายใจไม่ออก “ริน... เข้ามาตอนไหน?” ฟ้าใสถาม เสียงของเธอราบเรียบ แต่แววตาที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยการวิเคราะห์ รินรดาอ่านสายตานั้นไม่ออก แต่มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้าต่อหน้าความลับของตัวเอง “คือ... ฉัน... แค่จะมาถามว่าวันนี้จะกินข้าวเย็นด้วยกันไหม” รินรดาเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แต่สายตาของเธอดันเหลือบไปเห็น ‘บางอย่าง’ ที่ขยับอยู่บนโต๊ะทำงานของฟ้าใส มันไม่ใช่แค่กองกระดาษร่างแบบ... แต่เป็นกรอบรูปที่คว่ำหน้าอยู่ ซึ่งเมื่อกี้ตอนที่เธอเข้ามา มันยังตั้งตรงอยู่ ฟ้าใสเดินเข้ามาใกล้ขึ้น ความเงียบที่ดำเนินไปเพียงไม่กี่วินาทีดูกลายเป็นชั่วโมง รินรดารู้สึกว่าหัวใจกำลังจะหลุดออกมาจากอก ยิ่งฟ้าใสขยับเข้ามาใกล้ รัศมีของความลับระหว่างพวกเธอก็ยิ่งแคบลงจนเหมือนจะบดขยี้ทุกอย่างให้แหลกคามือ “ข้าวเย็นเหรอ?” ฟ้าใสทวนคำ มุมปากยกยิ้มจางๆ แต่ดวงตากลับไม่ยิ้มด้วย เธอหยุดยืนห่างจากรินรดาเพียงหนึ่งช่วงแขน กลิ่นกาแฟจางๆ หายไปแล้ว แทนที่ด้วยกลิ่นฝนที่กำลังจะตกข้างนอกหน้าต่าง “ใช่... วันนี้ร้านประจำมีเมนูใหม่ เลยคิดว่า...” “ริน” ฟ้าใสเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่นุ่มกว่าปกติ แต่มันกลับทำให้รินรดารู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนให้จนมุม “เธอไม่ได้แค่จะมาชวนกินข้าวใช่ไหม?” ฟ้าใสเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา นิ้วเรียวยาวลูบไปบนหน้าปกแผ่วเบา สายตาของเธอยังคงจับจ้องที่ดวงตาของรินรดาไม่วางตา ก่อนจะขยับตัวเข้ามาประชิดจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะ “รินเห็นแล้วใช่ไหม... สิ่งที่ฉันพยายามซ่อนไว้ในหน้ากระดาษพวกนี้” คำถามนั้นไม่ใช่คำถาม แต่เป็นการบังคับให้เผชิญหน้า รินรดาสูดหายใจเข้าลึกจนตัวสั่น แต่อยู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของฟ้าใสก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบที่บีบคั้น หน้าจอโชว์ชื่อของ ‘คนคนหนึ่ง’ ที่รินรดารู้จักดี... คนที่ฟ้าใสเคยบอกว่า ‘เป็นคนสำคัญในการทำงาน’ แต่ในตอนนี้ ชื่อนั้นกลับกลายเป็นหยดน้ำที่ทำให้น้ำในเขื่อนความรู้สึกของรินรดาเกือบจะล้นทะลัก ฟ้าใสปรายตามองโทรศัพท์ แต่เธอกลับไม่ได้กดรับ มือของเธอเลื่อนหนังสือเล่มนั้นมาวางลงบนอกของรินรดาเบาๆ “ฉันไม่อยากพูดคำว่าขอโทษหรอกนะริน... แต่ถ้าเธออ่านมันจนจบแล้ว เธอจะรู้ว่าทำไมฉันถึงเลือกที่จะไม่พูดอะไรเลย” ฟ้าใสโน้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน เสียงลมหายใจของเธอร้อนผ่าว รินรดาหลับตาลงแน่นพร้อมกับความรู้สึกที่กำลังพังทลายและก่อตัวขึ้นใหม่ในเวลาเดียวกัน ก่อนที่มือของฟ้าใสจะคว้าข้อมือเธอไว้แน่น “ถ้าเธอคิดจะเดินออกไปตอนนี้... ก็อย่าหวังเลยว่าเราจะกลับไปเป็น ‘คนข้างห้อง’ กันได้อีก” --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของรินรดาและฟ้าใสนะครับ แล้วพบกันตอนหน้าครับ - สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%