องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 14

หลงทางในป่าใหญ่

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"ถ้าเรายังเดินตามรอยเท้าสัตว์ตัวนั้นไปเรื่อยๆ เกรงว่าคืนนี้เราคงได้กลายเป็นมื้อเย็นของอะไรสักอย่างในป่านี้นะคะริน" เสียงของฟ้าใสติดแหบพร่าเล็กน้อยขณะเอ่ยประโยคนั้น เธอไม่ได้หันมามองฉัน แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่พงหญ้ารกชัฏเบื้องหน้า มือเรียวยาวของสถาปนิกสาวที่เคยออกแบบตึกระฟ้าอันมั่นคง บัดนี้กลับสั่นเทาอยู่ภายใต้เสื้อแจ็กเก็ตกันลมตัวบาง ฉันหยุดชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อตระหนักว่าเราหลงทางมาไกลเกินกว่าจะย้อนกลับไปถึงจุดตั้งแคมป์ก่อนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ป่าดิบชื้นที่เคยดูน่าตื่นเต้นในมุมมองของนักเขียนนิยาย บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นกับดักขนาดมหึมาที่กลืนกินแสงสว่างไปทีละน้อย "ฟ้า... รินขอโทษนะคะ เป็นเพราะรินเองที่อยากถ่ายรูปดอกไม้ตรงนั้นจนเผลอเดินแยกออกมาจากกลุ่ม" ฉันสารภาพด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจนจุกอยู่ที่อก มือของฉันกำสายกล้องแน่นจนเจ็บข้อนิ้ว ฟ้าใสถอนหายใจยาว ก่อนจะหันกลับมามองฉันด้วยแววตาที่ซับซ้อน มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความกังวลที่ฉายชัดจนหัวใจของฉันกระตุกวูบ เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่กลับคว้าข้อมือของฉันไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยความคุ้มครองที่น่าใจหาย "อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ ตอนนี้สิ่งเดียวที่สำคัญคือเราต้องไปให้ถึงที่ราบสูงนั่นก่อนที่ความมืดจะกลืนทุกอย่างไป... จับมือรินไว้แน่นๆ นะคะ อย่าปล่อยเด็ดขาด" ความอบอุ่นจากฝ่ามือของฟ้าใสส่งผ่านเข้ามายังผิวหนังของฉันอย่างรุนแรง มันเป็นความรู้สึกที่ต่างจากการจับมือในฐานะเพื่อนสนิทที่คอยประคับประคองกันทั่วไป แต่มันมีความหมายแฝงของการ "ยึดเหนี่ยว" ชีวิตกันและกันเอาไว้ เราก้าวเดินไปท่ามกลางเสียงแมลงที่เริ่มส่งเสียงระงม สภาพแวดล้อมรอบข้างที่เคยดูสวยงามเริ่มบิดเบี้ยวกลายเป็นเงาตะคุ่มที่ชวนให้หวาดระแวง กิ่งไม้แห้งหักดังเปาะแปะอยู่ไม่ไกล ทำให้เราต้องขยับตัวเข้าหากันจนไหล่เบียดชิด ความใกล้ชิดในสถานการณ์วิกฤตทำให้ฉันได้กลิ่นหอมจางๆ จากตัวฟ้าใส... กลิ่นสะอาดเหมือนกระดาษวาดเขียนใหม่ที่ผสมกับกลิ่นไอของความกลัว "รินคะ..." ฟ้าใสหยุดเดินกะทันหัน ทำให้ฉันเกือบชนแผ่นหลังของเธอ เธอหันกลับมา แสงสลัวจากท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มทำให้ฉันเห็นเพียงเค้าโครงใบหน้าที่คมสันของเธอ "คะ?" "ถ้าเรา... สมมติว่าถ้าเราติดอยู่ที่นี่จริงๆ รินเคยคิดไหมคะว่า... มีอะไรที่รินยังไม่ได้บอกฟ้า?" คำถามนั้นเปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงในบ่อน้ำนิ่ง ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่ประสานกันเป็นจังหวะ หัวใจของฉันเต้นผิดจังหวะจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ฉันรู้ดีว่าฟ้าใสกำลังถามถึงอะไร ความสัมพันธ์ของเราที่เส้นกั้นบางๆ กำลังจะขาดผึง "ริน... กลัวค่ะ" ฉันสารภาพเสียงแผ่ว "รินกลัวว่าถ้าวันหนึ่งรินพูดออกไป ความสัมพันธ์ที่เรามีอยู่... ความเป็นเพื่อนที่แสนดีที่ฟ้ามอบให้ริน มันจะหายไปตลอดกาล" ฟ้าใสบีบมือฉันแน่นขึ้นจนเจ็บ แววตาของเธอวูบไหวในความมืด "บางทีความกลัวของริน ก็ทำให้ฟ้าเหนื่อยจนเกือบจะถอดใจนะคะ" เสียงของเธอขาดห้วงไปทันที เมื่อจู่ๆ เสียงกิ่งไม้หักดังสนั่นจากด้านหลัง ตามด้วยเสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงพื้นดิน สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้เราทั้งคู่กอดกันโดยอัตโนมัติ ฉันซุกใบหน้าลงกับไหล่ของเธอ ปิดตาสนิทด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ในวินาทีที่ดูเหมือนทุกอย่างจะจบลง ทันใดนั้น แสงไฟฉายสว่างวาบจากทิศทางที่เราเดินมา มันกราดส่องผ่านพุ่มไม้มายังจุดที่เรายืนอยู่ ตามด้วยเสียงตะโกนเรียกชื่อเราจากใครบางคนที่คุ้นเคยอย่างประหลาด แต่ทว่า... เมื่อหันไปมองร่างที่ยืนอยู่หลังแสงไฟฉายนั้น มือของฉันก็เย็นเฉียบลงทันที เพราะคนคนนั้นไม่ใช่ทีมกู้ภัย ไม่ใช่เพื่อนที่มาตามหา แต่เป็นบุคคลที่ควรจะอยู่ในเมืองหลวงและไม่มีทางรู้ว่าเราอยู่ที่นี่... "มาทำอะไรกันตรงนี้เหรอคะ รินรดา... ฟ้าใส" เจ้าของเสียงนั้นก้าวออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นใบหน้าที่ฉันรู้จักดีที่สุดในฐานะ 'คนแปลกหน้า' ที่พยายามเข้ามาแทรกกลางในชีวิตของพวกเรามาโดยตลอด ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในมุมที่ซ่อนเร้นนะคะ
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%