"ถอยไปค่ะ... คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องลูกบิดประตูห้องนี้ด้วยซ้ำ"
น้ำเสียงของฟ้าใสไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย แม้ว่าเงาสะท้อนในดวงตาคู่สวยจะฉายแววตึงเครียดจนน่ากลัว สถาปนิกสาวผู้มักจะมีรอยยิ้มสดใสประดับริมฝีปากเสมอ บัดนี้กลับยืนขวางทางกั้นระหว่างความเป็นจริงอันโหดร้ายกับรินรดาที่กำลังทรุดฮวบอยู่เบื้องหลัง ประตูห้องพักย่านใจกลางเมืองที่ควรจะเป็นเซฟโซนอันปลอดภัย กลับถูกคุกคามด้วยบุคคลจากอดีต—อดีตที่รินรดาพยายามฝังกลบมันลงด้วยตัวคนเดียวมาตลอดหลายปี
เงาร่างที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังชายผู้มาเยือนก้าวออกมาจากมุมมืดของทางเดิน เป็นผู้หญิงสวมเสื้อสูทเข้ารูป ท่าทางปราดเปรียวและคุ้นตาจนน่าใจหาย แววตาของหญิงสาวคนนั้นไม่ได้มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเยдяที่มุมปาก คล้ายกำลังสนุกสนานกับการได้เห็นซากปรักหักพังทางจิตใจที่พวกเธอร่วมกันสร้างขึ้น
"อุ๊ย... ดูเหมือนเราจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของสองสาวเพื่อนรักหรือเปล่าคะเนี่ย" เสียงหัวeาะเบาๆ ดังลอดริมฝีปากของหล่อน "สวัสดีค่ะริน... ไม่เจอกันนานเลยนะ ดูท่าทางเธอจะสบายดีนี่ มีเพื่อนข้างห้องคอยปกป้องคุ้มครองเสียด้วย"
รินรดานั่งกอดเข่าตัวเองแน่น ร่างกายสั่นเทาน้อยๆ ปลายนิ้วเย็นเฉียบราศจากความอบอุ่น ความทรงจำสีเทาหม่นในอดีตไหลย้อนกลับมาทับถมราวกับคลื่นยักษ์ที่พร้อมจะกลืนกินลมหายใจ เสียงของโลกภายนอกพร่าเลือนเหลือเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นผิดจังหวะ—จังหวะที่เจ็บปวดและหวาดกลัวที่สุด
แต่ก่อนที่ความมืดมิดจะเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะทั้งหมด ฝ่ามืออุ่นจัดของใครบางคนก็เอื้อมมาสัมผัสลงบนไหล่ที่กำลังสั่นสะเทือน
"ริน... มองหน้าฉันค่ะ"
เสียงของฟ้าใสไม่ได้ดัง แต่กลับทรงพลังและอบอุ่นพอที่จะดึงสติของนักเขียนสาวให้หลุดพ้นจากหลุมดำแห่งความกลัว รินรดค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับสถาปนิกสาว ดวงตาของฟ้าใสไม่ได้มีความตื่นตระหนก มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและความห่วงใยที่ล้นปรี่จนสัมผัสได้
"ฟ้าใส..." รินรดาครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ราวกับคนจมน้ำที่คว้าได้ท่อนไม้สุดท้าย
"อยู่ตรงนี้นะคะ ห้ามขยับไปไหนเด็ดขาด..." ฟ้าใสกระซิบเสียงนุ่ม ทว่าเด็ดขาด ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญทั้งสองอีกครั้ง "ส่วนพวกคุณ... ถ้าไม่อยากให้ฉันโทรแจ้งตำรวจข้อบุกรุกและก่อกวนความเป็นส่วนตัว กรุณาถอยออกไปจากหน้าห้องนี้เดี๋ยวนี้ค่ะ!"
ความเฉียบขาดในน้ำเสียงและท่าทีที่ไม่มีความเกรงกลัวใดๆ ทำให้ผู้ชายคนนั้นเริ่มมีสีหน้าถอดสี เขาหันไปกระซيبกระซาบกับผู้หญิงข้างกายครู่หนึ่ง ก่อนที่ทั้งสองจะจำยอมถอยร่นออกไป พร้อมกับทิ้งคำพูดอาฆาตไว้เบื้องหลัง "ฝากไว้ก่อนเถอะ... เรื่องนี้ยังไม่จบแค่นี้แน่"
ปัง!
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับกลอนที่ถูกล็อกสนิท ฟ้าใสรีบทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าของรินรดา ร่างบางของนักเขียนสาวยังคงสั่นเทาไม่หยุด หยาดน้ำตาเอ่อคลอเบ้าตาคู่สวยก่อนจะร่วงเผาะลงบนหลังมือ
"ไม่เป็นไรแล้วนะคะริน ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่มีใครทำอะไรเธอได้ทั้งนั้น" ฟ้าใสโอบกอดร่างของรินรดาเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม ดึงศีรษะของอีกฝ่ายมาซบลงที่ลาดไหล่ของตนเอง มือเรียวคอยลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม
กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวของฟ้าใส ผสมผสานกับความอบอุ่นจากอ้อมกอด ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนได้กลับมาหายใจอีกครั้ง เธอกำชายเสื้อของสถาปนิกสาวแน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วอีกฝ่ายจะหายวับไปกับตา
"เขากลับมาแล้ว... ฟ้าใส... เขากลับมาทวงทุกอย่างอีกแล้ว" เสียงสะื้นฮักดังลอดออกมาจากลำคอของรินรดา
"ชูว์... ไม่ร้องนะคะคนเก่ง" ฟ้าใสกระซิบแนบขมับของเธอ ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาดยามที่เห็นน้ำตาของรินรดานั้นชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด ฟ้าใสไม่เคยชอบเวลาที่ผู้หญิงคนนี้ต้องร้องไห้ ยิ่งรู้ว่าต้นเหตุมาจากแผลเป็นในอديตที่ยังไม่เคยสมานสนิท หัวใจของคนเป็นเพื่อนข้างห้องก็ยิ่งปวดร้าวราวกับถูกบีบ
คืนนั้น ทั้งห้องพักแทบจะไม่มีใครข่มตาหลับลงได้เลย
รินรดายังคงนั่งเหม่อลอยอยู่บนโซฟาตัวโปรดในห้องนั่งเล่น แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยเข้าสู่ยามดึกแล้วก็ตาม บนโต๊ะตรงหน้ามีแก้วโกโก้อุ่นๆ ที่ฟ้าใสชงให้ตั้งแต่สองชั่วโมงก่อน แต่มันแทบจะไม่ได้ถูกแตะต้องเลย
ฟ้าใสเดินถือผ้าขนหนูผืนเล็กและชามน้ำอุ่นออกมาจากห้องน้ำ เธอทอดสายตามองแผ่นหลังบอบบางที่ดูโดดเดี่ยวของรินรดาแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ สถาปนิกสาวเดินเข้าไปใกล้ นั่งลงคุกเข่ากับพื้นพรมตรงหน้ารินรดาอย่างเงียบเชียบ
"เช็ดหน้าหน่อยนะคะ จะได้รู้สึกดีขึ้น" ฟ้าใสเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมกับบรรจงใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดคราบน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่ามันจะบอบช้ำไปมากกว่านี้
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยอมให้Rինรดาดูแลแต่โดยดี ดวงตากลมโตบวมช้ำช้อนขึ้นมองสถาปนิกสาวด้วยความรู้สึกผิด "ฉันขอโทษนะฟ้าใส... ที่ทำให้เธอต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้ด้วย ฉันควรจะจัดการเรื่องของตัวเองให้ดีกว่านี้แท้ๆ"
ฟ้าใสชะงักมือเล็กน้อย ก่อนจะวางผ้าขนหนูลง เธอยกมือขึ้นกุมมือเรียวเย็นเฉียบของรินรดาเอาไว้ทั้งสองข้าง บีบกระชับเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่น
"อย่าพูดแบบนี้อีกนะคะริน..." ฟ้าใสสบตาอีกฝ่ายตรงๆ แววตาจริงจังจนรินรดาต้องหลบตา "เราเป็นเพื่อนกัน... ไม่สิ มากกว่านั้น... เราอยู่ข้างห้องกันนะริน มีเรื่องอะไรทำไมเธอถึงชอบแบกรับมันไว้คนเดียวตลอดเลยล่ะคะ รู้ไหมว่าเวลาที่เห็นเธอเจ็บปวดแบบนี้ คนที่ทรมานที่สุดไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่คือฉันต่างหาก"
คำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของฟ้าใส ทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบงันลงทันที รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย หัวใจที่เคยเต้นผิดจังหวะด้วยความหวาดกลัว กลับเริ่มเต้นรัวด้วยเหตุผลอื่น—เหตุผลที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและคำถามมากมายที่ซ่อนอยู่
"ฟ้าใส..."
"ฉันอาจจะไม่ใช่คนที่สมบูรณ์แบบ..." ฟ้าใสระบายยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยแต่เต็มไปด้วยความจริงใจ "แต่ฉันสัญญาค่ะริน ว่านับจากวันนี้ไป จะไม่มีวันปล่อยให้เธอต้องร้องไห้อยู่คนเดียวห้องนี้อีกเด็ดขาด งานของเธอจะหนักแค่ไหน โลกใบนี้จะใจร้ายกับเธอสักเท่าไหร่... ขอแค่เธอยังหันกลับมามองข้างกาย เธอก็จะเจอฉันอยู่ตรงนี้เสมอ"
คำสารภาพที่แฝงมากับความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง ทำให้ขอบตาของรินรด้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะหัวใจที่พองโตขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ความกลัวที่จะสูญเสียที่เคยฝังรากลึกในใจ ค่อยๆ ถูกความอบอุ่นของฟ้าใสกัดเซาะจนเริ่มพังทลายลงทีละน้อย
รินรดายื่นมือสั่นเทาออกไปสัมผัสแก้มเนียนของฟ้าใสอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาทรกหน้าผากออกให้อย่างทะนุถนอม ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยราวกับกำลังชั่งใจบางอย่าง
บรรยากาศละมุนละไมยามดึกโอบล้อมคนทั้งสองไว้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าค่อยๆ ลดลงทีละน้อย จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รดรินอยู่บนพวงแก้ม ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ถ้อยคำนับพันคำถูกสื่อสารผ่านสายตาโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะขยับเข้าหาเพื่อเติมเต็มช่องว่างระหว่างกันนั้นเอง...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นที่หน้าห้อง—ไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา แต่เป็นการทุบประตูอย่างรุนแรงราวกับจะพังมันเข้ามา และพร้อมๆ กันนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของรินรดาก็แผดเสียงกรีดร้องแหลมสูงขึ้นบนโต๊ะทำงาน หน้าจอแสดงเบอร์แปลกปลอมที่โทรเข้ามาไม่หยุดหย่อน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนใหม่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ... ข้อความที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 31
กำลังใจจากคนข้างตัว
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!