“อย่าเพิ่งเปิด!”
ฝ่ามือเรียวของฟ้าใสพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านผิวเนื้อไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ หากแต่สั่นสะท้านจนรับรู้ได้ถึงมวลความตระหนกที่แล่นพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง รินรดาชะงักปลายเท้าที่กำลังจะก้าวไปทางหน้าประตูห้อง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่เสียงกระแทกบานไม้หนาหนักยังคงดังสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับจะฉีกกระชากความเงียบสงบของค่ำคืนนี้ให้แหลกเป็นชิ้นๆ
*ปัง! ปัง! ปัง!*
“เปิดประตู! คุณฟ้าใสครับ รู้อยู่แก่ใจว่าหนีไปแบบนี้ไม่มีประโยชน์!”
เสียงห้าวกร้าวภายนอกห้องตวาดผ่านช่องระบายอากาศ ผสานไปกับเสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานที่ยังคงแผดเสียงกรีดร้องไม่ยอมหยุด บนหน้าจอนั้น แสงสว่างวาบสะท้อนข้อความล่าสุดที่ทำให้ช่องท้องของรินรดาบิดมวนราวกับถูกกระชากตกลงสู่ก้นเหว
*‘เลิกยุ่งกับฟ้าใสซะ ถ้าไม่อยากให้อนาคตการเป็นนักเขียนของเธอจบลงแค่นี้... หรืออยากให้คนทั้งโลกรู้ว่าเธอเกาะเพื่อนกินไปวันๆ?’*
ข้อความนั้นแนบภาพถ่าย... เป็นภาพมุมแอบถ่ายจากระเบียงฝั่งตรงข้าม ภาพของรินรดาที่กำลังยืนพิงไหล่ฟ้าใสอยู่ตรงเคาน์เตอร์ครัวในห้องนี้เอง เป็นภาพส่วนตัวในพื้นที่ที่พวกเธอคิดว่าปลอดภัยที่สุดในชีวิต
“ฟะ...ฟ้า...” เสียงของรินรดาสั่นพร่า ลำคอแห้งผากจนแทบเค้นคำพูดไม่ออก “ข้างนอกนั่น... ใครกัน? แล้วข้อความพวกนี้...”
ฟ้าใสไม่ตอบในทันที สถาปนิกสาวผู้มักมีรอยยิ้มสดใสประดับใบหน้าอยู่เสมอ บัดนี้สีหน้ากลับซีดเผือด ริมฝีปากบางเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมที่มักเปล่งประกายความมั่นใจกำลังไหวระริกด้วยความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวที่ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง เธอค่อยๆ ปล่อยมือจากรินรดา ก่อนจะก้าวขยับขึ้นมาบดบังร่างของรินรดาไว้ด้านหลัง สัญชาตญาณการปกป้องนั้นชัดเจนจนไม่ต้องเอ่ยคำใด
ฟ้าใสสาวเท้าตรงไปยังหน้าประตู กดปุ่มอินเตอร์คอมข้างผนังด้วยปลายนิ้วที่เย็นเฉียบ
“กลับไปบอกคุณพ่อค่ะ” ฟ้าใสกดเสียงต่ำ ทว่าทรงอำนาจและเด็ดขาดอย่างที่รินรดาไม่เคยได้ยินมาก่อนจากเพื่อนคนนี้ “บอกท่านว่าที่นี่คือพื้นที่ส่วนบุคคล ถ้าคนของคุณพ่อยังไม่หยุดทุบประตูห้องและคุกคามเพื่อนของฉันภายในสามสิบวินาที ฉันจะโทรแจ้งตำรวจและฝ่ายรักษาความปลอดภัยของคอนโดให้ดำเนินคดีข้อหาบุกรุกและข่มขู่ทันที... และท่านก็รู้ดีว่าฉันพูดจริงทำจริง!”
ความเงียบทอดตัวลงชั่วอึดใจ ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจฟึดฟัดจากชายแปลกหน้าหลังบานประตู
“คุณท่านสั่งไว้ว่า ต้องพาตัวคุณกลับบ้านใหญ่คืนนี้ให้ได้ครับ โครงการที่ลอนดอนจะเริ่มเดือนหน้าแล้ว คุณจะทิ้งอนาคตมาจมปลักอยู่ที่นี่ไม่ได้!”
“ฉันบอกให้ไสหัวไป!” ฟ้าใสตะคอกเสียงกร้าว แผ่นหลังของเธอเหยียดเกร็งจนเห็นรอยนูนของแนวกระดูกใต้เสื้อเชิ้ต “และถ้าแตะต้องรินรดาแม้แต่ปลายเล็บ ฉันจะไม่เหยียบกลับไปที่ตระกูลนั้นอีกตลอดชีวิต... จำคำฉันไว้!”
คำประกาศิตนั้นเด็ดเดี่ยวจนบรรยากาศภายนอกเงียบกริบลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ก้าวถอยห่างและกลืนหายไปกับความมืดตามทางเดิน เสียงลิฟต์ดังขึ้นเตือนว่าผู้มาเยือนได้จากไปแล้ว... ทว่าความตึงเครียดกลับไม่ได้จางหายไปตามร่างนั้นเลยแม้แต่น้อย
ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นเทียนหอมและไออุ่นของความสบายใจ เวลานี้กลับหนาวเหน็บราวกับเปิดเครื่องปรับอากาศทิ้งไว้จนติดลบ
รินรดายืนนิ่งอยู่กับที่ ขาของเธอแทบไร้เรี่ยวแรง ข้อความบนหน้าจอมือถือดับวูบลงไปแล้ว เหลือเพียงความมืดมิดและเงาสะท้อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามนับร้อยนับพันของเธอเอง
*ลอนดอนอย่างนั้นหรือ?*
*โครงการเดือนหน้า?*
*ทิ้งอนาคตมาจมปลักอยู่ที่นี่... งั้นเหรอ?*
ฟ้าใสค่อยๆ หันกลับมา แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียงทอดเงายาวพาดผ่านดวงหน้าหวาน สถาปนิกสาวที่แสนเพอร์เฟกต์ในสายตาของทุกคน บัดนี้ดูเปราะบางราวกับแก้วเนื้อดีที่มีรอยร้าวลึกซ่อนอยู่ข้างใน เธอทอดสายตามองรินรดา แววตานั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ความหวาดกลัว และความปวดร้าวที่อัดแน่นจนล้นปรี่
“ริน...” ฟ้าใสเอ่ยเรียกชื่อเธอแผ่วเบา น้ำเสียงสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ฟ้า...” รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ พยายามควบคุมไม่ให้เสียงของตัวเองสั่น แต่ก็ล้มเหลว “ฟ้ากำลังจะไปลอนดอนเหรอ?”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงลงกลางใจของคนฟัง ฟ้าใสสาวเท้าช้าๆ เข้ามาหารินรดา ปลายเท้าหยุดลงตรงหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเธอเหลือเพียงไม่ถึงสองคืบ กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของฟ้าใส—กลิ่นเปลือกไม้ผสมซิตรัสอ่อนๆ ที่รินรดาคุ้นเคยมาตลอดหลายปี—เวลานี้กลับทำให้หัวใจของรินรดาบีบรัดจนเจ็บแปลบ
“ฟังเราก่อนนะริน...” ฟ้าใสยกมือขึ้น ทำท่าคล้ายจะเอื้อมมาสัมผัสพวงแก้มของรินรดา ทว่ากลับชะงักค้างไว้กลางอากาศ ราวกับกลัวว่าการแตะต้องนั้นจะยิ่งทำให้รินรดาแตกสลาย “มันไม่ใช่แบบที่รินคิด...”
“แล้วมันแบบไหนล่ะฟ้า!” รินรดาเผลอขึ้นเสียงอย่างลืมตัว ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาในพริบตา ความขี้เกรงใจและความเงียบสงบที่เธอเคยใช้เป็นเกราะกำบังพังทลายลง “คนพวกนั้นเป็นใคร? ทำไมเขาถึงบอกว่าฟ้ากำลังจะทิ้งอนาคต... ทำไมเขาถึงส่งข้อความมาบอกว่ารินกำลังถ่วงความเจริญของฟ้า! แล้วเรื่องลอนดอน... เรื่องสำคัญขนาดนี้ ทำไมรินถึงเป็นคนสุดท้ายที่รู้เรื่องนี้ล่ะ!”
หยาดน้ำใสเอ่อล้นคลอเบ้าตาของรินรดา ความกลัวที่ฝังลึกอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ—ความกลัวการเปลี่ยนแปลง ความกลัวที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง กลัวว่าความสัมพันธ์ที่แสนอบอุ่นนี้จะจืดจางหายไป—กำลังกรีดร้องอยู่ในอก
ฟ้าใสมองหยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนแก้มเนียนของรินรดาด้วยสายตาที่เจ็บปวดยิ่งกว่า เธอไม่ลังเลอีกต่อไปแล้ว มือเรียวเอื้อมออกไปประคองดวงหน้าหวานไว้ทั้งสองข้าง ปลายนิ้วโป้งค่อยๆ เกลี่ยซับหยาดน้ำตาให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสอันอบอุ่นและอ่อนโยนนั้นตัดกับความโกลาหลก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
“ขอโทษ...” ฟ้าใสกระซิบชิดข้างแก้ม ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวเนื้อ “เราขอโทษที่ทำให้รินต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้ ขอโทษที่คนของที่บ้านเราเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตที่สงบสุขของริน...”
“รินไม่ได้สนใจเรื่องข้อความบ้าๆ นั่น!” รินรดายกมือขึ้นจับข้อมือของฟ้าใสไว้ พยายามดึงออกแต่กลับไร้เรี่ยวแรง “รินแค่อยากรู้... ว่าฟ้าปิดบังอะไรไว้ ทำไมถึงไม่ยอมบอกรินเรื่องไปต่างประเทศ? เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอฟ้า... หรือว่าที่ผ่านมา รินเป็นแค่คนข้างห้องที่ฟ้าคอยสงสาร คอยแวะมาดูแลเวลาว่างๆ เท่านั้น?”
คำว่า ‘เพื่อน’ และ ‘คนข้างห้อง’ ราวกับเป็นสลักระเบิดที่ปลดพันธนาการทุกอย่างในใจของฟ้าใส
แววตาของฟ้าใสเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ความสับสนและลังเลมลายหายไป เหลือเพียงเปลวไฟแห่งความรู้สึกที่ถูกกักขังมาเนิ่นนาน เธอไม่ถอยหนี แต่กลับขยับตัวเข้ามาชิดจนปลายจมูกของพวกเธอแทบจะชนกัน รินรดาสัมผัสได้ถึงแรงเต้นของหัวใจฟ้าใสที่ระรัวแรงไม่ต่างจากของตัวเอง
“รินคิดจริงๆ เหรอว่าทั้งหมดนี่มันเป็นเพราะคำว่า ‘เพื่อน’?”
น้ำเสียงของฟ้าใสทุ้มต่ำและสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดา ราวกับต้องการเปิดเปลือยความลับทั้งหมดที่ซ่อนเร้นไว้
“คิดจริงๆ เหรอว่าคนรักความสมบูรณ์แบบ บ้างาน และไม่เคยยอมใครอย่างเรา จะยอมทิ้งคอนโดหรูใจกลางเมือง ยอมทนฟังเสียงพิมพ์ดีดกุกกักตอนตีสอง ยอมตื่นแต่เช้ามาทำแซนด์วิชทูน่าโง่ๆ มาแขวนไว้หน้าประตูห้องรินทุกวัน... เพียงเพราะคำว่า ‘เพื่อนข้างห้อง’ งั้นเหรอ?”
รินรดาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดหยุดลง ร่างกายแข็งทื่ออยู่ในการกอบกุมของคนตรงหน้า
“ฟ้า...”
“ที่บ้านเรายื่นคำขาดมาสามเดือนแล้วริน” ฟ้าใสพูดต่อ ริมฝีปากสั่นระริก ปลายนิ้วที่ประคองแก้มของรินรดาเริ่มสั่นเทา “พวกเขาสั่งให้เราไปรับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบที่ลอนดอน พวกเขายื่นทุกอย่างที่สถาปนิกทุกคนในโลกนี้ใฝ่ฝันมาวางไว้ตรงหน้า... แต่เรารอบรรจุเอกสารปฏิเสธทิ้งไปทั้งหมด เรายอมถูกตัดหางปล่อยวัด ยอมทะเลาะกับพ่อจนบ้านแตก...”
ฟ้าใสโน้มใบหน้าลงมาใกล้อีก จนรินรดาเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในแววตาคู่นั้นอย่างชัดเจน ใกล้เสียจนกลีบปากของพวกเธออยู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น
“...เพราะเราไปไม่ได้ริน” ฟ้าใสกระซิบถ้อยคำที่กลั่นออกมาจากส่วนลึกที่สุดของหัวใจ เสียงของเธอแหบพร่าด้วยแรงอารมณ์ “เราทิ้งที่นี่ไปไม่ได้... เพราะหัวใจของเรามันไม่ได้อยู่ที่ลอนดอน มันไม่ได้อยู่ที่ความสำเร็จบ้าบอพวกนั้น...”
หัวใจของรินรดาเต้นกระหน่ำรัวราวกับกลองศึก เลือดในกายแล่นพล่านจนใบหน้าร้อนผ่าว ความจริงที่ฟ้าใสกำลังจะเอื้อนเอ่ยออกมากำลังจะเปลี่ยนโลกทั้งใบของพวกเธอไปตลอดกาล ช่องว่างระหว่างความเป็นเพื่อนกำลังจะพังทลายลงในเสี้ยววินาทีนี้
“ฟ้ากำลังจะบอกอะไร...” รินรดาถามเสียงแผ่ว น้ำตาหยดใหม่รินไหล
ฟ้าใสหลับตาลงชั่วครู่เพื่อรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต ก่อนจะลืมตาขึ้นมองรินรดาด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักอันบริสุทธิ์และยาวนาน ความจริงที่ค้างคาอยู่ในลำคอมาแรมปีกำลังจะถูกปลดปล่อยออกมา
“เรากำลังจะบอกว่า... ที่เรายังยืนอยู่ตรงนี้ ที่เรายอมทิ้งทุกอย่าง... เพราะว่าเรา...”
*กริ๊ก... แก๊ก...*
คำสารภาพของฟ้าใสถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อเสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้นอย่างผิดจังหวะที่หน้าประตูห้อง
ไม่ใช่เสียงเคาะ... ไม่ใช่เสียงทุบ... แต่เป็นเสียงของ ‘ลูกกุญแจสำรอง’ ที่กำลังถูกสอดเข้ามาในรูกุญแจห้องของรินรดาอย่างช้าๆ และเยือกเย็น!
บานพับประตูดังเอี๊ยดอ๊าด ลูกบิดประตูเริ่มหมุนลงอย่างช้าๆ ต่อหน้าต่อตาของพวกเธอทั้งสองคน และในวินาทีที่ความเงียบงันแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดผวาสุดขีด หน้าจอมือถือของรินรดาก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมข้อความสุดท้ายจากเบอร์ปริศนาที่เพิ่งส่งเข้ามา:
*‘คิดเหรอว่าคนที่จะมาลากตัวฟ้าใสกลับไป... คือคนของคุณท่านคนเดียว?’*
ประตูห้องเริ่มแง้มเปิดออก เผยให้เห็นเงามืดของใครบางคนที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่รินรดาจำได้ไม่มีวันลืม!
***
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของพวกเธอในตอนนี้เสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ
องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 32
คำสารภาพที่ค้างคา
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!