"คุณรินคะ... ตกลงว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคุณฟ้าใสเนี่ย มันคืออะไรกันแน่คะ ในฐานะบก. ฉันมีสิทธิ์ที่จะถามเพื่อเคลียร์ภาพลักษณ์ของสำนักพิมพ์นะคะ"
น้ำเสียงของพี่กิ่ง บรรณาธิการสาวรุ่นพี่ที่รู้จักกันมานานไม่ได้เจือแววขบขันเลยแม้แต่น้อย เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชาภายในคาเฟ่กึ่งสำนักพิมพ์แห่งเดิม สายตาที่มองตรงมายังรินรดานั้นเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยอย่างเปิดเผย บนโต๊ะตรงหน้ามีแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งเปิดหน้าจอค้างไว้ ภาพที่ปรากฏคือรูปถ่ายปาปารัสซี่จากเพจซุบซิบวงการบันتึกและไลฟ์สไตล์ เป็นภาพขณะที่ฟ้าใสกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่หลุดรุ่ยข้างแก้มของรินรดาด้วยความทะนุถนอม ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินเลือกซื้อต้นไม้เล็กๆ ที่ตลาดนัดสวนจตุจักรเมื่อวันก่อน
มุมกล้องนั้นช่างชาญฉลาดและบิดเบือนความจริงได้อย่างแนบเนียน มันถูกถ่ายจากด้านหลังและซูมเข้ามาใกล้จนทำให้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ดูแนบชิดราวกับกำลังจะมอบจุมพิตให้กัน ทั้งที่ความจริงแล้ว ในเสี้ยววินาทีนั้น ฟ้าใสเพียงแค่เอ่ยเตือนว่ามีเศษใบไม้แห้งติดอยู่บนเส้นผมของเธอเท่านั้นเอง
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกหนับหน่วงแล่นพล่านขึ้นมาจุกที่อก ปลายนิ้วมือทั้งสองข้างประสานเข้าหากันแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด สมองของเธอนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อตอนที่กลิ่นอายความสุขยังอบอวลอยู่รอบตัว เหตุการณ์ในวันนั้นช่างเรียบง่ายและงดงาม แต่ภาพถ่ายเพียงใบเดียวกลับบิดเบือนความรู้สึกบริสุทธิ์เหล่านั้นให้กลายเป็นเรื่องราวน่าอับอายในสายตาของคนนอก
"มัน... ไม่ใช่แบบนั้นนะคะพี่กิ่ง" รินรดาเปล่งเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น ลำคอของเธอมันตีบตันไปหมด ความกลัวที่ฝังรากลึกอยู่ในใจเริ่มส่งเสียงกรีดร้อง ความกลัวที่จะสูญเสียความสงบสุข ความกลัวที่จะทำลายเส้นบางๆ ที่ถักทอร่วมกับฟ้าใสมาเนิ่นนาน และเหนือสิ่งอื่นใด... ความกลัวที่ความรู้สึกซ่อนเร้นในใจของเธอเองจะถูกเปิดโปงต่อหน้าผู้อื่นโดยที่เธอยังไม่พร้อม
"ไม่ใช่แล้วภาพนี้มันคืออะไรคะริน คนทั้งกองบก. และในโซเชียลตอนนี้เขากำลังเม้าท์กันสนั่นว่านักเขียนสาวเจ้าของนามปากกาอบอุ่น กำลังซุ่มคบหากับสถาปนิกสาวคนสวยที่ย้ายมาอยู่ห้องข้างๆ เมื่อไม่กี่เดือนก่อน แถมยังมีข่าวลือว่าพวกคุณตัวติดกันยิ่งกว่าเงา ตามเฝ้าตามรับส่งกันทุกวัน ยิ่งกว่าคู่รักข้าวใหม่ปลามันเสียอีก" พี่กิ่งถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยหน่าย มือเรียวหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบเพื่อระงับอารมณ์ "ถ้ารินมีแฟนเป็นตัวเป็นตน ทำไมไม่บอกพี่ตั้งแต่แรกคะ? เราทำงานร่วมกันมาตั้งกี่ปี เรื่องแบบนี้ถ้าเปิดเผยตั้งแต่แรกมันก็แค่ข่าวดี แต่ถ้าปล่อยให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดไปเองว่าแอบคบกันลับๆ มันจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของหนังสือเล่มใหม่ที่กำลังจะออกนะคะ"
"เราไม่ได้... เราไม่ได้คบกันแบบนั้นนะคะพี่" รินรดาย้ำเสียงสั่น เธอก้มหน้ามองตักตัวเอง หลบสายตาคาดคั้นของบรรณาธิการสาว "รินกับฟ้าใส... เราเป็นแค่เพื่อนบ้านกันค่ะ เป็นเพื่อนกัน..."
"เพื่อนกันที่ไหนเขาใช้สายตากอดกันขนาดนั้นคะริน" พี่กิ่งสวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังขึ้นกว่าเดิม "พี่อาบน้ำร้อนมาก่อน พี่ดูออกหรอกค่ะว่าสายตาที่ผู้หญิงมองกันด้วยความรู้สึกแบบไหน... สายตาที่คุณฟ้าใสใช้มองริน มันไม่ใช่สายตาของเพื่อนสนิททั่วไปแน่นอน รินต่างหากที่ทำเป็นมองไม่เห็น หรือพยายามจะหลบเลี่ยงความจริงกันแน่?"
คำพูดของพี่กิ่งราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลใจที่รินรดาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความคุ้นเคย ความจริงที่ว่าเธอกับฟ้าใสข้ามผ่านเส้นกั้นของคำว่าเพื่อนมาทีละนิดทีละน้อย ความห่วงใยที่เกินพอดี กลิ่นอายความอบอุ่นยามที่ได้ยินเสียงฝีเท้าหน้าห้อง และสัมผัสแผ่วเบาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะทุกครั้งยามอยู่ใกล้... ทุกสิ่งทุกอย่างมันชัดเจนจนคนนอกยังมองเห็น แต่ทำไมเธอกลับต้องทำเป็นตาบอดสนิทเพื่อปกป้องตัวเองล่ะคะ?
บรรยากาศภายในห้องประชุมเล็กๆ ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เคล้ากับเสียงเพลงบรรเลงคลอเบาๆ จากร้านกาแฟด้านล่าง รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว ขาข้างหนึ่งก้าวออกไปในความไม่แน่นอน หากเธอยอมรับความจริง เธอก็จะต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงที่เธอหวาดกลัวมาตลอดชีวิต แต่ถเาเธอยังคงปฏิเสธ เธอกำลังทำร้ายความรู้สึกของใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างเธอเสมอมา... และอาจจะสูญเสียคนคนนั้นไปตลอดกาล
ในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ตของรินรดาก็สั่นครืดคราดขึ้นมาทำลายความเงียบ หน้าจอแสดงชื่อที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวยิ่งกว่าเดิม... *ฟ้าใส*
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบกดปิดเสียงการโทรอย่างลิบลี้ แต่สายตาอันแหลมคมของพี่กิ่งก็ทันได้เห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอพอดี
"โทรมาพอดีเลยนี่คะ" พี่กิ่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงอ่อนลงแต่ยังคงความกดดัน "รับสายสิคะ หรือไม่ก็ชวนเธอขึ้นมาคุยกันที่นี่ให้รู้เรื่อง วันนี้เราต้องเคลียร์เรื่องนี้ให้จบ ไม่งั้นพี่คงต้องให้ฝ่าย PR ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข่าวลือ เพื่อความปลอดภัยทางธุรกิจของรินเองนะคะ"
หัวใจของรินรดารู้สึกเหมือนถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก เธอจะทำอย่างไรดี? หากเธอให้ฟ้าใสขึ้นมาตอนนี้ ทุกอย่างอาจจะยิ่งแย่ลง หรือในทางกลับกัน... นี่อาจจะเป็นบททดสอบที่โชคชะตาจงใจโยนลงมา เพื่อบังคับให้เธอต้องเลือกเส้นทางสักที ระหว่างการถอยหลังกลับไปอยู่ในเซฟโซนที่แสนโดดเดี่ยว หรือก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับความเสี่ยงที่จะสูญเสียทุกอย่าง
นิ้วเรียวสั่นเทาขณะกดรับสายโทรศัพท์ที่ยังคงสั่นระรัวในมือ รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะเอמהต์เสียงแผ่วเบากรอกลงไปในสาย
"ฟ้าใสคะ..."
"รินอยู่ไหนคะ? ฟ้าอยู่หน้าคาเฟ่ข้างตึกสำนักพิมพ์แล้วค่ะ พอดีฟ้าผ่านมาแถวนี้เห็นรถรินจอดอยู่..." เสียงใสๆ ของฟ้าใสลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์เข้ามา เต็มไปด้วยความร่าเริงและคุ้นเคยตามปกติ น้ำเสียงที่เปรียบเสมือนบ้านอันอบอุ่นสำหรับรินรดาในทุกๆ วัน
แต่ทว่า... ในวินาทีถัดมา เสียงฝีเท้าก้าวฉับๆ พร้อมกับบานประตูกระจกของห้องประชุมที่ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน ก็ทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก
ฟ้าใสยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ ในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวสบายตาและกางเกงสแลคเข้ารูป ใบหน้าสวยหวานนั้นหันมามองตรงไปยังรินรดาด้วยรอยยิ้มสดใส แต่รอยยิ้มนั้นกลับค้างเติ่งอยู่บนริมฝีปาก เมื่อดวงตากลมโตคู่สวยกวาดสายตามองเห็นบรรยากาศตึงเครียดภายในห้อง เห็นพี่กิ่งที่นั่งไขว่ห้างมองมา และเห็นแท็บเล็ตหน้าจอภาพปาปารัสซี่ที่วางหราอยู่บนโต๊ะ
รินรดาลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้โดยอัตโนมัติ ร่างกายของเธอชาหนึบไปหมด คำพูดทุกคำจุกอยู่ที่ลำคอ ดวงตาทั้งคู่ประสานเข้ากับดวงตาของฟ้าใสที่เต็มไปด้วยความตกใจปนความกังวลอย่างปิดไม่มิด
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ฟ้าใสก็เป็นฝ่ายก้าวเข้ามาในห้อง ปิดประตูเบาๆ แล้วเดินตรงมาหยุดยืนเคียงข้างรินรดาอย่างไม่ลังเล มือเรียวเอื้อมมาคว้ามือของรินรดาที่กำลังเย็นเฉียบเข้ามากุมไว้แน่นโดยไม่แคร์สายตาของบรรณาธิการสาวรุ่นพี่เลยแม้แต่น้อย ความอุ่นจากฝ่ามือของฟ้าใสส่งผ่านเข้ามาในความหนาวเหน็บ ราวกับต้องการบอกว่าไม่ว่าอะไจะเกิดขึ้น เธอจะไม่มีวันปล่อยมือจากรินรดาเด็ดขาด
"ขอโทษนะคะพี่กิ่ง..." ฟ้าใสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงและชัดเจนทุกถ้อยคำ ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังบรรณาธิการสาวอย่างไม่เกรงกลัว "เรื่องข่าวลือนั่น... มันไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิดหรอค่ะ ทุกอย่างที่ทุกคนเห็นในรูป... มันคือเรื่องจริงค่ะ"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของฟ้าใสดังก้องอยู่ในความเงียบงัน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของฟ้าใสที่มีรอยยิ้มบางๆ เคลือbyความกล้าหาญประดับอยู่
พี่กิ่งนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ แววตาที่มองทั้งคู่เปลี่ยนจากความเคลือบแคลงกลายเป็นความเข้าใจลึกซึ้ง
แต่ทว่า... ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากพูดอะไรเพื่ออธิบายหรือปฏิเสธ โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของพี่กิ่งที่มีหน้าจอแจ้งเตือนข้อความข่าวด่วนจากสำนักข่าวออนไลน์ชื่อดัง ก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับพาดหัวข่าวตัวโตที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงถึงขั้วหัวใจ
*"ด่วน! ภาพหลุดนักเขียนสาวชื่อดังกับสถาปนิกสาวคนสนิทไม่ใช่แค่ข่าวลือ! วงการบันเทิงแห่ขุดหลักฐานความสัมพันธ์ลับที่ซ่อนอยู่หลังห้องข้างๆ... เตรียมเปิดใจแถลงความจริงเร็วๆ นี้!"*
รินรดามองหน้าจอโทรศัพท์นั้นสลับกับใบหน้าของฟ้าใส สมองของเธอขาวโพลนไปหมดเมื่อตระหนักได้ว่า... ความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยความหวาดกลัว บัดนี้ได้หลุดลอยออกไปสู่สายตาชาวโลกโดยที่เธอไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกแล้ว นอกจากการตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะกำหนดชะตากรรมหัวใจของเธอนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป
สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางเคียงข้างความรู้สึกละมุนละไมนี้มาจนถึงบทนี้นะคะ
องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 42
บททดสอบความไว้ใจ
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!