องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 41

เปิดเผยความสัมพันธ์

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
“อย่าเปิดมันนะริน… ถ้าสิ่งที่ยืนอยู่หลังบานไม้นั่นคือสิ่งที่ทำให้เราต้องกลับไปเป็นแค่คนแปลกหน้าอีกครั้ง” ฟ้าใสกระซิบเสียงแผ่ว มือเรียวที่เคยถือแบบแปลนบ้านอย่างมั่นคงกลับสั่นเทา เธอคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่น พลางสบตาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนและหวาดหวั่น รินรดานิ่งค้าง มือที่กำลังเอื้อมไปแตะกลอนประตูหยุดชะงัก ลมหายใจของเธอติดขัดเหมือนมีก้อนหินก้อนใหญ่มาจุกอยู่ที่ลำคอ เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอีกครั้งเป็นจังหวะที่หนักแน่นและไร้ความปรานี มันไม่ใช่เสียงเคาะของเพื่อนบ้านที่มาทักทาย แต่มันคือเสียงของอดีตที่ตั้งใจจะพังทลายกำแพงที่รินรดาเพิ่งจะเริ่มสร้างมันขึ้นใหม่กับคนตรงหน้า รินรดาหันกลับมามองฟ้าใส แววตาของนักเขียนสาวที่เคยเต็มไปด้วยความอ่อนโยนกลับดูสับสนจนน่าใจหาย เธอไม่ได้ดึงมือออก แต่กลับเลือกที่จะกระชับมือที่เย็นเฉียบของฟ้าใสไว้แน่นกว่าเดิม “ถ้าเราหนี… มันจะหายไปไหมคะฟ้า” รินรดาถามเสียงเบาหวิว ฟ้าใสไม่ได้ตอบในทันที เธอเพียงแค่เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินที่แก้มของอีกฝ่าย กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิที่ประจำตัวของรินรดายังคงช่วยปลอบประโลมความตระหนกในใจของฟ้าใสได้เสมอ แต่ในวินาทีนี้ กลิ่นนั้นกลับเจือไปด้วยความเศร้าโศก “หนีไม่ได้หรอกค่ะ… สิ่งที่อยู่ในใจเรา มันหนีไปไหนไม่ได้ตราบเท่าที่เรายังยอมให้มันมีตัวตนอยู่ตรงนี้” ฟ้าใสพูดพร้อมกับใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่หลังมือของรินรดา เป็นการสื่อสารโดยไม่ต้องใช้คำพูดว่า ‘ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะยังอยู่ตรงนี้’ ทว่ายังไม่ทันที่รินรดาจะได้ตัดสินใจ ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยที่เธอไม่ได้ปลดล็อกโซ่คล้องประตูเอาไว้ แรงกระแทกทำให้กลอนประตูห้องเช่าเก่าๆ สั่นสะเทือน ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและประหลาดใจ เขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ 'ก้อง' อดีตคนรักที่รินรดาพยายามลบภาพจำออกไปจากสมองตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัด ฟ้าใสรีบก้าวขึ้นมาบังหน้ารินรดาโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังที่แข็งแรงของสถาปนิกสาวดูมั่นคงราวกับจะประกาศว่า พื้นที่นี้ไม่ใช่ที่สำหรับคนแปลกหน้าอีกต่อไป “ริน… นี่เหรอเหตุผลที่เธอไม่รับสายฉันเลยตลอดเดือนที่ผ่านมา?” ก้องเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันพลางกวาดสายตามองฟ้าใสอย่างดูแคลน “เพื่อนสนิทที่คอยแชร์ห้องกัน… จนต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้เนี่ยนะ?” รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอขยับตัวออกมาจากข้างหลังของฟ้าใส ยืดตัวตรง แม้ขาจะสั่นแต่สายตาของเธอกลับแน่วแน่ขึ้น “เราเลิกกันไปนานแล้วนะคะก้อง และการที่ฉันจะอยู่กับใคร หรือใครจะอยู่กับฉัน มันไม่ใช่ธุระของคนที่ไม่รู้จักให้เกียรติคนอื่นแบบคุณ” คำพูดที่รินรดาไม่เคยกล้าพูดออกมาตลอดหลายปีถูกเปล่งออกมาอย่างชัดเจน ฟ้าใสเหลียวกลับมามองด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เธอรู้สึกภูมิใจในตัวเพื่อนสนิทคนนี้เหลือเกิน “เก่งมากค่ะ” ฟ้าใสกระซิบชื่นชมเบาๆ ทว่าก้องกลับหัวเราะร่า เขาก้าวเข้ามาในห้องอีกก้าว สภาพความเป็นอยู่ของทั้งสองสาวถูกเขามองผ่านด้วยสายตาที่เหยียดหยาม สิ่งของที่ถูกวางไว้อย่างตั้งใจ แก้วกาแฟสองใบที่วางคู่กันบนโต๊ะทำงาน และกรอบรูปที่ถ่ายคู่กันในวันที่ไปเที่ยวทะเลเมื่อสัปดาห์ก่อน ทุกอย่างกลายเป็นหลักฐานชั้นดีที่ก้องพยายามจะนำมาทำลายความสัมพันธ์นี้ “พวกเธอมันน่าสมเพช… คิดเหรอว่าความรักเพ้อฝันของพวกผู้หญิงจะอยู่รอดในโลกความจริงได้? ริน… เธอแค่เหงา และยัยนี่ก็แค่ฉวยโอกาส” “หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!” ฟ้าใสตะคอเสียงกร้าว ความอดทนของเธอขาดสะบั้น เธอไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร แต่มันคือขีดจำกัดที่ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาดูถูกรินรดา “คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินความรู้สึกของใครทั้งนั้น โดยเฉพาะคนที่คุณเคยทำร้ายจนเขาแทบไม่เหลือชิ้นดี” บรรยากาศในห้องคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด รินรดารู้สึกได้ถึงความกดดันจากรอบข้าง เพื่อนบ้านห้องข้างๆ เริ่มได้ยินเสียงความวุ่นวาย และบางทีพวกเขาอาจจะกำลังยืนแอบฟังอยู่หน้าประตู ความลับที่เธอพยายามประคับประคองมาตลอดกำลังจะกลายเป็นเรื่องซุบซิบ “ถ้าเธอไม่ไป… ฉันจะแจ้งตำรวจ” รินรดากล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ยากจะต้านทาน ก้องแสยะยิ้มก่อนจะหันหลังกลับอย่างผู้ชนะในเกมที่เขาไม่ได้สร้างขึ้นมา “ก็ได้… วันนี้ฉันจะไป แต่คิดเหรอว่าเรื่องนี้มันจะจบแค่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้? คนรอบตัวเธอ… เพื่อนร่วมงานของเธอ… พวกเขารู้หรือยังว่าความสัมพันธ์ของพวกเธอจริงๆ มันเป็นยังไง?” ประตูห้องปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับคืนมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุขเหมือนเดิม รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวโปรด มือทั้งสองข้างปิดหน้าตัวเองไว้ ฟ้าใสเดินเข้าไปใกล้ คุกเข่าลงข้างๆ เธอ และดึงมือของรินรดาออกมาอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องกลัวนะคะริน… ให้คนทั้งโลกเขารู้ไปเถอะ ถ้ามันต้องแลกมากับการที่ฉันได้จับมือเธอแบบนี้โดยไม่ต้องหลบซ่อน ฉันก็พร้อมค่ะ” ฟ้าใสพูดพลางจ้องลึกเข้าไปในตาของรินรดา ทว่า ในขณะที่ความอบอุ่นกำลังจะกลับมา รินรดากลับเหลือบไปเห็นบางอย่างที่สอดอยู่ใต้ประตู… มันเป็นซองจดหมายสีน้ำตาลที่ดูเหมือนจะถูกสอดเข้ามาในช่วงที่เกิดความวุ่นวายเมื่อครู่ รินรดาก้มลงหยิบมันขึ้นมา เปิดออกดู และเพียงแค่เธอกวาดสายตาอ่านข้อความในกระดาษแผ่นนั้น ใบหน้าของเธอก็ซีดเผือดจนไร้สีเลือด ฟ้าใสที่ชะโงกหน้ามามองด้วยความสงสัยถึงกับชะงักไปเมื่อเห็นภาพถ่ายในมือของรินรดา มันไม่ใช่ภาพของก้อง… แต่มันเป็นภาพของพวกเธอทั้งสองคนที่กำลังยืนกอดกันอยู่บนระเบียงห้องในคืนฝนตกเมื่อสามวันก่อน เป็นมุมกล้องจากตึกฝั่งตรงข้ามที่ซูมเห็นทุกรายละเอียดอย่างชัดเจน “ริน… ใครเป็นคนส่งมา?” ฟ้าใสถามเสียงสั่น รินรดาไม่ได้ตอบ เธอเพียงแค่ชี้ไปที่ตัวอักษรเล็กๆ ที่เขียนไว้ด้านหลังรูปภาพด้วยลายมือหวัดๆ ว่า... *‘ความรักที่น่าสมเพชแบบนี้… อยากให้ทุกคนได้เห็นเหมือนที่ฉันเห็นไหม?’* และในตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดียในโทรศัพท์มือถือของทั้งคู่ก็ดังขึ้นพร้อมกันอย่างบ้าคลั่ง ทั้งข้อความจากกลุ่มเพื่อนในที่ทำงาน และการแจ้งเตือนการแท็กรูปภาพในเพจสาธารณะที่พวกเธอเพิ่งเริ่มสร้างขึ้นเพื่อทำงานร่วมกัน... โลกทั้งใบที่พวกเธอสร้างขึ้นมา กำลังจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตาคนนับพัน ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปกับรินรดาและฟ้าใสในทุกๆ ตอนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%