“ถ้าวันหนึ่งฉันไม่ได้อยู่ที่ห้องฝั่งตรงข้ามนี้แล้ว รินจะยังชงกาแฟตอนแปดโมงเช้าแบบนี้อยู่ไหมคะ?”
คำถามนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากของฟ้าใส ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วห้องนั่งเล่น กลิ่นอายความอุ่นของโกโก้ในแก้วเซรามิกที่รินรดาถืออยู่ดูจะจืดจางลงไปถนัดตา รินรดาวางแก้วลงบนโต๊ะไม้ แผ่นหลังของเธอเหยียดตรง พยายามซ่อนความสั่นไหวในดวงตาไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตาที่เธอมักใช้เป็นเกราะกำบังเสมอ
“ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะคะ ฟ้ามีแผนจะย้ายไปที่อื่นเหรอ?” รินรดาถามกลับ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความกังวลที่พยายามปิดกั้น
ฟ้าใสไม่ได้ตอบทันที เธอขยับกายบนโซฟาตัวเก่าที่พวกเธอใช้ร่วมกันมานานหลายปี สายตาของสถาปนิกสาวทอดมองไปยังแบบแปลนอาคารบนโต๊ะทำงานที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ “โครงการที่เชียงใหม่... ทางบริษัทเสนอให้ฉันไปดูแลเต็มตัวในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ค่ะ ถ้าฉันไป ครั้งนี้คงไม่ใช่แค่ไปดูงานสั้นๆ แต่เป็นการย้ายไปทำงานที่นั่นอย่างน้อยสองปี”
รินรดาชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ ความกลัวที่เธอเคยฝังกลบไว้ลึกสุดใจกำลังขยายตัวขึ้นเหมือนเงาที่ทอดยาวในยามเย็น รินรดาเป็นนักเขียน เธอถนัดการบรรยายความรู้สึกนึกคิด แต่ในวินาทีนี้ หัวใจของเธอกลับไร้คำบรรยายใดๆ มีเพียงความว่างเปล่าที่ก่อตัวขึ้น
“สองปีเหรอคะ...” รินรดาพึมพำ “มันนานพอที่จะทำให้คนสองคนกลายเป็นแค่คนรู้จักที่อยู่คนละเมืองเลยนะ”
“นั่นสินะคะ” ฟ้าใสแค่นยิ้ม ยิ้มที่ดูเศร้าสร้อยจนรินรดาแทบใจสลาย “รินอาจจะลืมไปว่ามีคนขี้รำคาญอย่างฉันคอยเคาะประตูเรียกให้ไปทานข้าวทุกเย็น และฉันเองก็อาจจะลืมไปว่า... การได้มองรินผ่านช่องหน้าต่างบานนั้น มันเคยเป็นความสุขเดียวที่ทำให้ฉันอยากตื่นนอนในทุกเช้า”
ห้องทั้งห้องกลับเข้าสู่ความเงียบงันอีกครั้ง มันไม่ใช่ความเงียบที่ผ่อนคลาย แต่มันคือความเงียบที่หนักอึ้งราวกับมีเม็ดทรายนับล้านเม็ดโปรยปรายลงมาทับถมความสัมพันธ์ที่พวกเธอถนุถนอมไว้ รินรดาลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง บานหน้าต่างที่เมื่อเปิดออกก็จะเห็นห้องของฟ้าใสอยู่ตรงกันข้ามเสมอ ตลอดเวลาที่ผ่านมา พื้นที่ตรงนี้คือเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบ แต่พวกเธอกลับมีความสุขที่ได้เดินเคียงข้างกันบนเส้นทางนั้น
“รินกลัวค่ะ” รินรดาหันกลับมา เสียงของเธอสั่นเครือ “รินกลัวว่าถ้าไม่มีฟ้าอยู่ในระยะที่เอื้อมถึง รินจะเขียนหนังสือไม่ออก รินจะใช้ชีวิตไม่เป็น... รินกลัวว่าโลกที่ไม่มีฟ้า จะไม่ใช่โลกที่รินรู้จักอีกต่อไป”
ฟ้าใสเดินเข้ามาใกล้เธอ ระยะห่างที่เคยมีอยู่เพียงไม่กี่ก้าวในตอนนี้ดูเหมือนไกลแสนไกล สถาปนิกสาวเอื้อมมือไปแตะแขนของคนตรงหน้าเบาๆ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านผิวหนังทำให้รินรดาน้ำตาคลอ
“เราต่างก็มีทางแยกของชีวิตนะคะริน รินมีนิยายที่ต้องเขียน มีความฝันที่อยากไปให้ถึง และฉัน... ก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ การเลือกทางแยกของแต่ละคน ไม่ได้แปลว่าความผูกพันของเราจะสิ้นสุดลง แต่มันหมายความว่าเรากำลังต้องเรียนรู้ที่จะเติบโตโดยไม่มีกันและกันเป็นหลักยึด เหมือนที่ต้นไม้ต้องหยั่งรากลึกลงไปในดินด้วยตัวเอง ถึงแม้จะอยู่ใต้ร่มเงาของต้นอื่นมานานแค่ไหนก็ตาม”
“ถ้าฟ้าเลือกไปที่นั่น... นั่นคือการเลือกที่จะทิ้งรินไว้ข้างหลังใช่ไหมคะ?”
ฟ้าใสจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดา คำพูดของเธอติดอยู่ในลำคอ ความรักที่เก็บซ่อนมาเนิ่นนานนับปี ความรู้สึกที่อยากจะพูดว่า ‘ไปกับฉันเถอะ’ หรือ ‘อย่าไปเลย’ มันตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมด แต่ในฐานะเพื่อนสนิทที่แสนดี เธอทำได้เพียงประคองความรู้สึกที่เปราะบางนี้ไว้
“ฉันไม่ได้ทิ้งรินค่ะ” ฟ้าใสกระซิบ “แต่ฉันกำลังให้โอกาสรินได้เขียนบทชีวิตบทใหม่ที่ไม่มีชื่อฉันเป็นตัวละครหลักบ้าง... บางที อาจจะถึงเวลาที่รินต้องออกไปหาประสบการณ์ข้างนอกนั้นจริงๆ สักที”
รินรดาหลับตาลง พยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่จุกอยู่ในอก ทุกอย่างรอบตัวดูเลือนรางราวกับภาพวาดสีน้ำที่ถูกน้ำหยดใส่จนกระจายตัว เธอไม่เคยเตรียมใจสำหรับวันที่จะไม่มีฟ้าใสอยู่ข้างห้อง ไม่เคยเตรียมคำบอกลา และไม่เคยคิดว่าจะต้องเผชิญกับโลกที่กว้างใหญ่เพียงลำพัง
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของฟ้าใสก็ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด ฟ้าใสหยิบขึ้นมาดู ก่อนที่สีหน้าของเธอจะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความนิ่งเฉยที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่ฉายชัดออกมา
“ว่ายังไงนะ... ตอนนี้เหรอ? ที่ไหน!”
ฟ้าใสวางสายด้วยมือที่สั่นเทา เธอหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหวาดกลัว และลังเล ก่อนจะคว้ากระเป๋าพาดบ่าอย่างรีบร้อน
“ริน... มีเรื่องบางอย่างที่ฉันปิดบังรินมาตลอด และตอนนี้คนที่ฉันไปรับปากว่าจะเป็นคนดูแลเขาในวันที่ไม่มีใคร... เขากำลังจะมาที่นี่ เดี๋ยวนี้”
ประตูด้านหน้าห้องของรินรดาดังขึ้น ‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’ จังหวะเคาะที่มั่นคงและหนักแน่น ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ฟ้าใสเดินไปที่ประตูด้วยฝีเท้าที่ลังเลที่สุดในชีวิต ก่อนจะเปิดมันออกเผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่รินรดาไม่เคยคิดว่าจะได้เจอในชีวิตจริง พร้อมกับกล่องพัสดุขนาดใหญ่ที่จ่าหน้าถึงรินรดาด้วยลายมือของคนในครอบครัวที่จากไปนานแล้ว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของพวกเธอในตอนนี้เสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ
สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 34
ทางแยกของชีวิต
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!