เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกเสียงดังลั่นจนถ้วยชามกระเบื้องบิ่นสั่นสะเทือน หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตาดอกท้อคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างเยียบเย็น ขณะมองแม่สามีจอมสูบเลือดที่กำลังแผดเสียงแหลมสูงด้วยความโมโห
"หลินหว่านเอ๋อร์ นังตัวดี! แกคิดจะเก็บข้าวสารส่วนของบ้านใหญ่ไว้กินเองหรือไง? อย่าลืมนะว่าบ้านหลังนี้ฉันเป็นคนดูแล ถ้าไม่มีฉันคอยคุ้มหัว แกกับสามีพิการใกล้ตายของแกก็คงอดตายไปข้างหนึ่งแล้ว!"
นางจาง แม่สามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนา ยืนเท้าสะเอวหน้าดำคร่ำเครียด น้ำลายแทบกระเด็นรดหน้าผากของหญิงสาว
หว่านเอ๋อร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไว้ด้วยความดูแคลน ทำให้แม่สามีถึงกับชะงักไปวูบหนึ่ง "คุ้มหัวหรือคะ? หรือว่าสูบเลือดสูบเนื้อจนพวกเราแทบไม่เหลือแม้แต่เศษแป้งข้าวโพดติดก้นถังกันแน่? สามีฉันบาดเจ็บกลับมาจากสนามรบเพื่อแลกกับเงินชดเชย แต่เงินก้อนนั้นกลับไปอยู่ในมือพี่ใหญ่เพื่อเอาไปแต่งเมียใหม่หมด... แบบนี้เขาเรียกว่าคุ้งหัวหรือเรียกว่าปล้นกันแน่คะ คุณแม่!"
คำพูดทิ่มแทงใจดำทำให้นางจางหน้าเสีย เผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความตกใจ เพราะนี่ไม่ใช่หลินหว่านเอ๋อร์คนเดิมที่อ่อนแอและยอมให้รังแกอีกต่อไปแล้ว หญิงสาวในตอนนี้แววตาดุดันราวกับพยัคฆ์สาว พร้อมขย้ำทุกคนที่บังaอาจมาล้ำเส้น
"แก... นังสะใภ้เนรคุณ!" นางจางเงื้อมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอน
ทว่า ยังไม่ทันที่ฝ่าหยาบกร้านนั้นจะเหวี่ยงลงมา มือแกร่งดั่งคีมเหล็กของใครบางคนก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของนางจางไว้แน่น แรงบีบมหาศาลทำให้นางจางร้องโอดครวญออกมาทันที
"ถ้าไม่อยากให้มือข้างนี้หัก ก็ไสหัวออกไปจากบ้านของผมซะ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเย็นเยียบ จางหย่งเหอก้าวออกมาจากเงาประตู ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารเก่าๆ แม้ขาข้างหนึ่งจะยังต้องใช้ไม้เท้าพยุง แต่รัศมีความน่าเกรงขามกลับแผ่ซ่านจนทำให้นางจางหน้าซีดเผือด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาบุตรชายคนรองผู้นี้
เมื่อเห็นแม่สามีจำใจถอยร่นออกไปพร้อมกับคำสาปแช่งอาฆาตมาယ် หว่านเอ๋อร์ก็ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด นางหันมาสบตากับสามี แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนในทันที
"พี่หย่งเหอ พักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันไปจัดเตรียมมื้อเย็นให้" หว่านเอ๋อร์เอ่ยเสียงนุ่ม
จางหย่งเหอมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งรัก ห่วงใย และรู้สึกผิดที่ตนเองกลายเป็นภาระ "หว่านเอ๋อร์... ลำบากเธอแล้ว"
"ไม่ลำบากเลยค่ะ เชื่อมือฉันเถอะว่าหลังจากนี้ชีวิตเราจะดีขึ้นแน่นอน" หว่านเอ๋อร์ส่งยิ้มบางๆ ให้สามี ก่อนจะเดินเลี่ยงเข้าห้องครัวคับแคบหลังบ้านเพื่อตั้งสติ
ทันทีที่ประตูปิดลง หว่านเอ๋อร์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ความเหนื่อยล้าจากการปะทะคารมเมื่อครู่เริ่มกัดกินเรี่ยวแรง ทว่าในวินาทีนั้นเอง จู่ๆ อากาศรอบตัวก็บิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่นคล้ายผิวน้ำยามต้องลม แสงสีทองจางๆ วาบขึ้นในห้วงความคิด ก่อนที่ภาพของพื้นที่มหัศจรรย์จะปรากฏขึ้นตรงหน้า!
*พรึบ!*
หว่านเอ๋อร์กะพริบตาปริบๆ ด้วยความตกตะลึง นางไม่ได้อยู่ในห้องครัวคับแคบอีกต่อไปแล้ว แต่กลับยืนอยู่กลางพื้นที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา เบื้องหน้าคือห้องครัวสเตนเลสสตีลทันสมัยพร้อมอุปกรณ์ทำครัวครบครันยิ่งกว่าภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์ในศตวรรษที่ 21 ชั้นวางของรอบด้านเต็มไปด้วยเครื่องเทศหายาก เนื้อสัตว์คุณภาพเยี่ยม แป้งสาลีขาวสะอาดบริสุทธิ์ และขวดเครื่องปรุงรสราคาแพงที่ยุค 70 ไม่มีทางหาซื้อได้แม้จะมีเงินก็ตาม
"นี่มัน... ระบบมิติลับสะสมวัตถุดิบ!" หว่านเอ๋อร์อุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น หัวใจเต้นรัวระส่ำด้วยความยินดีปรีดา
ในศตวรรษที่ 21 นางคือเชฟกระทะร้อนมือหนึ่งผู้โด่งดัง แต่เพราะอุบัติเหตุจึงทำให้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของสะใภ้อาภัพในยุค 70 ที่แร้นแค้น แต่นางไม่คาดคิดเลยว่า สรวงสวรรค์จะประทาน "มิติลับ" ซึ่งเป็นคลังแสงวัตถุดิบอันไร้ขีดจำกัดติดตัวมาด้วย!
นางเดินสำรวจอย่างตื่นตาตื่นใจ นิ้วเรียวแตะสัมผัสเนื้อหมูสามชั้นที่สดราวกับเพิ่งชำแหละ กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศพุ่งเข้าจมูกจนน้ำลายสอ มิตินี้ไม่ได้มีแค่พื้นที่เก็บของ แต่ยังมีระบบฟื้นฟูวัตถุดิบอัตโนมัติ หมายความว่าต่อให้นางหยิบออกไปเท่าไหร่ มันก็จะถูกเติมเต็มใหม่อย่างรวดเร็วไม่มีวันหมดสิ้น!
"ฮึ... ในยุคที่ข้า้าวยากหมากแพงแบบนี้ มีมิติลับนี้อยู่ ต่อให้ตระกูลจางจะใจร้ายแค่ไหน หรือคนในหมู่บ้านจะคอยกลั่นแกล้ง พวกเราสองคนผัวเมียก็ไม่มีวันอดตายอย่างแน่นอน!" หว่านเอ๋อร์แย้มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ดวงตาเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่น
นางหยิบหมูสามชั้นคุณภาพเยี่ยมชิ้นโตออกมาจากมิติลับ พร้อมกับเห็ดหอมแห้งและขวดซีיוดำสูตรเข้มข้น กลิ่นหอมหวนเริ่มโชยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวทันทีที่นางลงมือหั่นเนื้อด้วยความชำนาญ การทำ "หมูพะโล้ตุ๋นยาจีน" สูตรลับเฉพาะตัวกำลังจะเริ่มต้นขึ้น เพื่อมัดใจสามีผู้เหนื่อยล้า และใช้กลิ่นหอมนี้ยั่วโมโหพวกญาติจางให้กระอักเลือดเล่น!
ทว่า ในขณะที่หว่านเอ๋อร์กำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีและเตรียมหยิบน้ำตาลกรวดจากชั้นวางในมิติ เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายของเพื่อนบ้านจอมสอดรู้สอดเห็น
"หลินหว่านเอ๋อร์! เปิดประตูเธ2! บ้านเธอน้ำมันหมดไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงมีกลิ่นเนื้อหมูตุ๋นหอมฟุ้งทะลุกำแพงออกมาได้? แกไปขโมยของใครกินฟะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
หว่านเอ๋อร์ชะงักมือที่กำลังถือตะหลิว รอยยิ้มเยдяเย็นผุดขึ้นที่มุมปากทันที นางยังไม่ทันได้ก้าวออกไปเปิดประตู จู่ๆ กลอนประตูไม้เก่าแก่ก็ส่งเสียงดังเอี๊ยดอาด ราวกับมีคนพยายามพังมันเข้ามาจากด้านนอก!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้หลินฮวายุคปฏิรูปนะคะ
เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย•ตอนที่ 3
มิติลับกับการเริ่มต้นใหม่
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!