เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย•ตอนที่ 6

เสียงนินทาที่ไร้ผล

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าคุณแม่ยังไม่เลิกทำตัวเป็นผีเฝ้าบ้านในยามวิกาลแบบนี้ ระวังนะคะว่าวันหนึ่ง... หย่งเหออาจจะคว้าปืนขึ้นมาเล็งเป้าผิดตัว เพราะนึกว่าเป็นขโมยที่แอบเข้ามาขโมยไก่ในเล้าเอาไปต้มกินเสียก่อน" น้ำเสียงของหลินหว่านเอ๋อร์ราบเรียบเย็นชา ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างดูหนักอึ้ง จางหย่งเหอขยับตัวก้าวขึ้นมาบังภรรยาไว้ครึ่งร่าง มือหนาของเขาวางลงบนไหล่บางอย่างให้ความมั่นใจ ดวงตาคมปลาบดุจเหยี่ยวในยามศึกจ้องเขม็งไปยังเงาร่างที่ยืนแข็งทื่ออยู่หลังพุ่มไม้หน้าบ้าน แม่สามีจอมเจ้าเล่ห์—นางฉี—ชะงักงัน รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้ายับย่นนั้นเจื่อนลงทันที นางไม่ได้คาดคิดว่าลูกสะใภ้ที่เคยอ่อนแอและขี้ขลาดจะกล้าเอ่ยปากตอกกลับด้วยท่าทีวางอำนาจเช่นนี้ ยิ่งเห็นแววตาเย็นยะเยือกของบุตรชาย นางก็ยิ่งรู้สึกว่าอวัยวะภายในสั่นสะท้าน "หว่านเอ๋อร์... แม่แค่เป็นห่วง เห็นไฟในครัวยังเปิดอยู่ นึกว่าพวกเจ้าทำอะไรกันให้วุ่นวาย" นางฉีพยายามเค้นเสียงให้ดูเป็นผู้หวังดี ทว่ามือที่กำชายเสื้อแน่นจนยับยู่กลับทรยศความรู้สึกนั้น "ห่วงหรืออยากรู้กันแน่คะ?" หลินหว่านเอ๋อร์ยิ้มมุมปาก เดินออกมาจากแผ่นหลังของสามี ดวงตาหงส์หรี่มองสตรีตรงหน้าอย่างรู้ทัน "ถ้าห่วงจริง ทำไมไม่เคาะประตูเรียกคะ? การยืนดักฟังคนอื่นในเงามืด... ชาวบ้านเขาไม่เรียกว่าความห่วงใยหรอกนะคะ เขาเรียกว่าสันดานสอดรู้สอดเห็น" "เจ้า! นังลูกสะใภ้อกตัญญู! กล้าพูดกับแม่ผัวแบบนี้หรือ!" นางฉีแผดเสียงแหลมสูงขึ้นทันที ความโกรธเกรี้ยวทำให้ลืมความเกรงกลัวที่มีต่อบุตรชายไปชั่วขณะ "แม่ครับ" จางหย่งเหอเอ่ยขึ้น เสียงของเขาต่ำและทรงพลัง "ผมกับหว่านเอ๋อร์มีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตส่วนตัว ถ้าพรุ่งนี้ผมยังได้ยินข่าวลือเรื่องที่บ้านผมหลุดออกไปจากปากคนในหมู่บ้าน... ผมจะถือว่าคนต้นเรื่องคือแม่ และผมจะตัดขาดการส่งเงินกตัญญูรายเดือนให้ทันที" คำประกาศิตนั้นดั่งฟ้าผ่าลงกลางใจนางฉี นางหน้าถอดสีทันที เงินกตัญญูของบุตรชายคือรายได้หลักที่นางเอาไปอวดอ้างกับเพื่อนบ้านว่าตนเลี้ยงลูกดี ถ้าเงินก้อนนี้หายไป ความนับหน้าถือตาในหมู่บ้านย่อมมลายสิ้น ทว่าเช้าวันรุ่งขึ้น เรื่องราวยิ่งกว่าที่คาดการณ์ไว้กลับเกิดขึ้น... ข่าวลือเรื่อง ‘กลิ่นอาหารหรูหรา’ จากบ้านจางหย่งเหอเริ่มแพร่สะพัดไปไกลกว่าเดิม เพื่อนบ้านจอมสอดรู้จอมสอดเห็นรวมตัวกันที่รั้วบ้าน ยืนวิพากษ์วิจารณ์กันด้วยความหมั่นไส้ "เห็นว่าเมื่อคืนทำหมูตุ๋นกันเลยนะ กลิ่นนี่โชยมาถึงท้ายซอย!" หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพลางลอบกลืนน้ำลาย "นางสะใภ้คนนั้นมันมีดีอะไรนักหนา? หย่งเหอขยันแท้ๆ กลับมาก็ต้องมาปรนเปรตเมียขี้เกียจแบบนั้น!" หลินหว่านเอ๋อร์ยืนเช็ดมืออยู่ในครัว เธอได้ยินทุกคำสนทนาถนัดหู เธอไม่ได้โกรธ แต่กลับรู้สึกว่านี่คือโอกาสดีที่จะ 'สั่งสอน' ให้คนพวกนี้รู้ว่า การยุ่งเรื่องคนอื่นโดยไม่มีหลักฐาน มันมีราคาที่ต้องจ่าย เธอหยิบจานกระเบื้องเคลือบก้นลึกออกมาจากมิติลับ บรรจงวาง ‘ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง’ สีน้ำตาลทองเงางาม กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศผสมผสานกับความหวานละมุนของน้ำผึ้งป่าอบอวลไปทั่วบริเวณ ก่อนจะเดินออกไปที่ประตูหน้าบ้านด้วยท่าทีนิ่งเฉย "สวัสดีค่ะทุกคน" เธอเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มที่ทำให้พวกช่างนินทาชะงักไปชั่วขณะ "ได้ยินว่าทุกคนสนใจอาหารที่บ้านฉัน? ถ้าอยากรู้ว่าฉันทำอะไรกิน หรือมีเงินทองมาจากไหน ก็เข้ามาดูให้ชัดๆ เลยค่ะ จะได้ไม่ต้องเดาให้ปวดหัว" เธอยกจานอาหารในมือขึ้นสูง กลิ่นหอมที่เข้มข้นกว่าเดิมพุ่งเข้าปะทะจมูกของพวกขี้อิจฉาจนตาค้าง หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เธอคว้าตะเกียบขึ้นมาคีบเนื้อหมูที่เปื่อยยุ่ยจนแทบละลายในปากโชว์ให้เห็นอย่างเปิดเผย "ฉันขายสมุนไพรหายากที่ไปขุดได้บนเขาค่ะ มีหลักฐานการแลกเปลี่ยนถูกต้อง ถ้าใครอยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้... ลองไปถามที่ที่ว่าการอำเภอเลยดีไหมคะ? ว่าเงินที่ฉันใช้ซื้อหมูมาทำกินนี่ มันได้มาจากการทำงานสุจริตหรือเปล่า?" คำตอบของเธอคมคายจนคนกลุ่มนั้นหน้าเสีย ไม่มีใครกล้ามีเรื่องกับคนที่อ้างถึงทางการ ยิ่งไปกว่านั้น หลินหว่านเอ๋อร์ยังคีบซี่โครงหมูชิ้นนั้นยื่นไปจ่อที่ปากของนางฉีที่ยืนทำหน้าไม่พอใจอยู่ใกล้ๆ "แม่คะ... ในเมื่อแม่ชอบสงสัยนัก ทำไมไม่ลองชิมดูเสียหน่อยล่ะคะว่ารสชาติของความ 'กตัญญู' ที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของลูกสะใภ้คนนี้ มันหอมหวานแค่ไหน?" นางฉีอ้าปากค้างด้วยความลนลาน ดวงตาจับจ้องไปที่เนื้อหมูชุ่มฉ่ำด้วยความอยาก ท่ามกลางสายตาของเพื่อนบ้านที่ต่างพากันกดดันด้วยสายตาที่อยากรู้อยากเห็นพอๆ กัน ทว่าในจังหวะที่นางฉีกำลังจะงับเนื้อหมูเข้าไปนั้นเอง จู่ๆ ร่างของชายแปลกหน้าในชุดเครื่องแบบข้าราชการท้องถิ่นก็เดินดุ่มๆ เข้ามาในลานบ้าน เขาส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้จางหย่งเหอพร้อมสีหน้าเคร่งเครียด "หย่งเหอ... เรื่องที่เจ้าขอให้ตรวจสอบ... ผลออกมาแล้วนะ" กลิ่นอาหารหอมหวลยังคงอบอวล แต่บรรยากาศรอบกายกลับเปลี่ยนเป็นหนาวเหน็บเมื่อจางหย่งเหออ่านจดหมายในมือจบ สีหน้าของเขาที่เคยเรียบเฉยกลับเปลี่ยนเป็นดุดันจนน่าหวาดหวั่น เขากวาดสายตามองไปที่นางฉี ก่อนจะหันมามองหลินหว่านเอ๋อร์ด้วยแววตาที่ทำให้เธอรู้ทันทีว่า... เรื่องวุ่นวายครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น "หว่านเอ๋อร์... เข้าไปข้างในก่อน" เสียงของเขาแหบพร่า "เรื่องนี้... มันไม่เกี่ยวกับการทำกับข้าวแล้ว" ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมเดินทางผ่านความหอมหวานและพายุแห่งเล่ห์เหลี่ยมในยุค 70 ไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%