"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอาตระกร้าเปล่ามาเคาะประตูบ้านฉันเพื่อขอแบ่งแป้งสาลีอีกรอบ วันนี้ฉันจะเอา ‘น้ำมันพริกเดือด’ สาดต้อนรับให้หน้าพองกันไปข้างหนึ่งเลยค่ะ!"
เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งสลักของหลินหว่านเอ๋อร์ดังทะลุประตูไม้เก่าๆ ออกไป ทำเอาป้าสะใภ้รองหลิวที่กำลังเงื้อมือเตรียมเคาะเรียกด้วยความโลภ ถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ นางส่งเสียงฮึดฮัดด้วยความขัดเคืองใจก่อนจะเหลียวซ้ายแลขวาด้วยความกลัว แล้วรีบสาวเท้าถอยกรูดออกไปจากหน้าบ้านทันทีเมื่อเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของจางหย่งเหอเดินถือพร้าเล่มโตออกมาสมทบ
หว่านเอ๋อร์ถอนหายใจยาวเหยียด นางปัดเศษแป้งบนมือออกเบาๆ ก่อนจะหันมาสบตากับสามี ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของจางหย่งเหอฉายแววอ่อนโยนลงทันทีเมื่ออยู่ลำพังกับนาง ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองภรรยาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งชื่นชมและห่วงใย
"น้องหว่าน... เหนื่อยหน่อยนะคะ วันนี้พี่จะพาเข้าป่าหลังหมู่บ้าน เราไปหาวัตถุดิบดีๆ มาตุนไว้ทำอาหารบำรุงร่างกายกันเถอะค่ะช่วงนี้เจ้าผอมลงไปเยอะเลย" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยอย่างเอาใจ พร้อมยื่นกระบอกน้ำกระيزผักไผ่ที่ต้มน้ำเก๊กฮวยอุ่นๆ ไว้ให้
หว่านเอ๋อร์รับมาจิบเบาๆ ความหวานชุ่มคอช่วยให้ความหงุดหงิดใจจากญาติไร้ยางอายมลายหายไปสิ้น นางพยักหน้ารับรอยยิ้ม "ดีเหมือนกันค่ะ อยู่แต่ในบ้านพวกน่ารำคาญก็คอยแต่จะมาสูบเลือดสูบเนื้อ ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์และหาของป่ากันดีกว่า เผลอๆ เราอาจจะได้เนื้อกวางป่าหรือโสมป่าราคาแพงมาตุ๋นซุปกินกันนะคะ"
สองสามีภรรยาเตรียมตัวไม่นานนัก หว่านเอ๋อร์ไม่ลืมแอบหยิบมีดพกสั้นเนื้อดีและถุงผ้าลินินหนาพิเศษซ่อนไว้ในย่ามสะพาย ซึ่งในมิติลับของนางยังมีอุปกรณ์ยังชีพและน้ำยาเร่งการเจริญเติบโตของพืชเตรียมพร้อมไว้เสมอ หากเจอสมุนไพรหายาก นางจะได้แอบย้ายมันเข้าไปปลูกในมิติลับเพื่อต่อยอดความร่ำรวยในอนาคต
ป่าลึกเขตภูเขาฉางไป๋ในช่วงทศวรรษ 1970 ยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้อย่างเต็มเปี่ยม ต้นสนสูงตระหง่านเสียดฟ้า แสงแดดยามสายลอดผ่านหมู่แมกไม้ลงมาเป็นลำแสงสีทองทาบทับพื้นดินที่ปกคลุมด้วยใบไม้แห้งกรอบ กลิ่นอายของดินชื้นและกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่เงียบสงบและสโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง
จางหย่งเหอเดินนำหน้า คอยใช้พร้าถางกิ่งไม้หนาทึบและพุ่มหนามที่ขวางทางให้อย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยสัญชาตญาณของนายทหารผู้ผ่านสนามรบ สายตาดุดั่งเหยี่ยวคอยสอดส่องความผิดปกติรอบตัวเพื่อปกป้องภรรยา
"ระวังตรงนี้นะคะ หว่านเอ๋อร์ ดินค่อนข้างลื่น" หย่งเหอยื่นมือหนาหยาบกร้านแต่ทว่าอบอุ่นมาจับประคองข้อมือเรียวของนางไว้ เมื่อต้องก้าวข้ามลำธารเล็กๆ ที่ไหลผ่านโขดหิน
หว่านเอ๋อร์อมยิ้มน้อยๆ นางไม่ได้สะบัดมือออก ปล่อยให้สามีจับจูงเดินผ่านจุดอันตรายอย่างว่าง่าย หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะโดยไม่รู้ตัว ความใส่ใจที่เสมอต้นเสมอปลายของชายหนุ่มร่างยักษ์ผู้พูดน้อยแต่กระทำชัดเจนคนนี้ ทำให้หัวใจที่เคยด้านชาในโลกเก่าของนางค่อยๆ ละลายลงทีละน้อย
"พี่หย่งเหอ... หยุดก่อนค่ะ!" หว่านเอ๋อร์พลันอุทานเบาๆ พร้อมดึงแขนเสื้อสามีไว้ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับเมื่อกวาดสายตาไปเห็นพุ่มไม้เตี้ยๆ บริเวณโคนต้นไม้ใหญ่
"มีอะไรหรือคะ? เจอสัตว์อันตรายหรือเปล่า?" หย่งเหอชักสีหน้าเคร่งเครียด ขยับตัวเข้ามาบังร่างบางไว้ทันที มือใหญ่กำด้ามพร้าแน่น
"ไม่ใช่ค่ะ... นั่นมัน ‘เห็ดหลินจือป่า’ สีม่วงแดงเข้ม แถมยังมีขนาดใหญ่ขนาดนี้!" หว่านเอ๋อร์พุ่งเข้าไปใกล้ด้วยความตื่นเต้น นางคุกเข่าลงอย่างทะทัดทะทัด ใช้ช้อนไม้เล็กๆ ขุดดินรอบโคนเห็ดอย่างเบามือที่สุด เพื่อไม่ให้รากบอบช้ำ
เห็ดหลินจือป่าอายุหลายสิบปี ดอกใหญ่สีมันวาวสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ นี่คือสมุนไพรล้ำค่าที่ในตลาดมืดหรือร้านขายยาจีนโบราณในเมืองหลวงต่างแย่งชิงกันด้วยราคาสูงลิบลิ่ว!
"โชคดีจริงๆ ค่ะพี่เหอ ด้วยเห็ดดอกนี้ เราสามารถเอาไปแลกเงินทุนมาซื้อแป้งสาลีชั้นดี เนื้อหมูสามชั้น และเปิดร้านอาหารเล็กๆ ตามฝันได้เลยนะคะ" หว่านเอ๋อร์เงີยหน้าขึ้นส่งยิ้มกว้างจนตาหยี รอยยิ้มที่งดงามราวดอกไม้แรกแย้มท่ามกลางผืนป่าดิบชื้น ทำเอาหัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบ
หย่งเหอโน้มตัวลงช่วยประคองนางลุกขึ้น สายตาที่เขามองภรรยามีแต่ความลึกซึ้งเกินบรรยาย "ไม่ว่าน้องอยากได้อะไร พี่จะหามาให้ทั้งหมดค่ะ ขอแค่เจ้าปลอดภัยและมีความสุขก็พอ"
ขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่น ทันใดนั้นเอง... เสียงกรอบแกรบของกิ่งไม้แห้งก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบห่างออกไปเพียงสิบเมตร!
จางหย่งเหอหันขวับไปทันที ร่างกายกำยำตึงเกร็งขึ้นในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบหรี่ลงจ้องเขม็งไปยังความมืดสลัวใต้ร่มไม้ใหญ่ มือขวาชักมีดสั้นออกมาเตรียมพร้อมรับมือ
"ใครกัน?" หย่งเหอตะถามเสียงต่ำ ทรงอำนาจและน่าเกรงขาม
หว่านเอ๋อร์รีบเก็บเห็ดหลินจือใส่ย่ามอย่างรวดเร็ว หัวใจกระตุกวูบด้วยความสังหรณ์ใจบางอย่าง นางหยิบมีดพกขึ้นมาถือไว้มั่น ขยับกายไปยืนเคียงข้างสามี
ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน ร่างของใครคนหนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวพ้นเงาไม้ออกมา...
เสื้อผ้าขาดวิรุษ เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาที่หว่านเอ๋อร์ด้วยความอาฆาตแค้นราวกับผีดิบกระหายเลือด!
— เป็นหลิวเฉียง ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบของร่างเดิมที่หายตัวเข้าป่าไปตั้งแต่เมื่อวาน!
หว่านเอ๋อร์สูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อเผชิญหน้ากับปมปริศนาที่ซ่อนเร้นอยู่ในป่าลึกแห่งนี้...
*ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมเดินทางผ่านความหอมหวานและพายุแห่งเล่ห์เหลี่ยมในยุค 70 ไปด้วยกันนะคะ!*
เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย•ตอนที่ 7
ความลับในป่าลึก
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!