“หากพวกมันยังกล้าเหยียบเข้ามาในเขตบ้านของเราอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันนี่แหละจะสาดน้ำแกงเดือดๆ ใส่หน้าพวกมันให้ดู!”
เสียงทุบโต๊ะไม้เก่าๆ ดังปัง พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของตุ๋นเนื้อตุ๋นยาจีนที่ลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัว หลินหว่านเอ๋อร์ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีครามสะอาดตา วางตะหลิวเหล็กในมือลงด้วยแรงที่พอเหมาะ ใบหน้างามสะอางฉายแววเด็ดเดี่ยวและกรุ่นโกรธเล็กน้อยจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืนวาน ความลับเรื่องมิติลับและทรัพย์สินที่เธอซ่อนไว้เกือบจะถูกคนตระกูลจางสายรองล่วงรู้ หากไม่ใช่เพราะความเด็ดขาดและการจัดการที่ฉับไวของสามีเธอก่อนหน้านั้น ป่านนี้สถานการณ์คงไม่ออกมาสงบสุขเช่นนี้
จางหย่งเหอที่เพิ่งเดินก้าวเข้ามาจากลานบ้าน ยืนนิ่งพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลาย ดวงตาคมกริบของนายทหารผู้ผ่านศึกมาโชกโชนทอดมองภรรยาด้วยประกายความอบอุ่นที่หาดูได้ยาก เขายกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อโค้ททหารออกเผยให้เห็นแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี ก่อนจะเดินตรงเข้ามาสวมกอดเอวบางจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ
“ภรรยา... เรื่องพวกนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เถอะค่ะ คนพวกนั้นไม่มีค่าพอจะทำให้มือคู่นี้เปื้อนหรอก” เสียงทุบต่ำนุ่มนวลกระซิบอยู่ข้างใบหูของเธอ พร้อมกับฝ่ามือหนาที่ยื่นมาช่วยจัดปอยผมที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่อย่างทะนุถนอม
หลินหว่านเอ๋อร์สะดุ้งเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของสามี ความตึงเครียดในใจก็มลายหายไปจนสิ้น เธอแกล้งทำเป็นค้อนใส่เขาหนึ่งวง “ใครเป็นภรรยาคุณกันคะ พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อย ลูกๆ ยังยืนอยู่ตรงนั้นนะ!”
พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กน้อยสองคนก็ดังขึ้นจากมุมห้อง เสี่ยวเป่าและเสี่ยวหลินยืนกอดคอกันกลั้นยิ้มจนแก้มป่อง ดวงตากลมโตเป็นประกายใสซื่อมองดูพ่อกับแม่ด้วยความตื่นตระการตา เด็กชายเสี่ยวเป่าวัยแปดขวบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วว่า
“ท่านพ่อกอดท่านแม่แน่นขนาดนั้น เดี๋ยวท่านแม่ก็หายใจไม่ออกหรอครับ... แต่ว่า เสี่ยวเป่าชอบให้ท่านพ่อท่านแม่รักกันแบบนี้นะครับ ต่อไปใครจะมารังแกพวกเราอีกไม่ได้แล้ว เพราะท่านพ่อเก่งที่สุดในหมู่บ้าน!”
คำพูดไร้เดียงสาแต่จริงใจของลูกชายคนโตทำให้จางหย่งเหอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เขาย่อตัวลงแล้วอ้าแขนรับร่างเล็กทั้งสองเข้ามาสวมกอดไว้ในอ้อมอกพร้อมกัน บรรยากาศความอบอุ่นและเปี่ยมสุขแผ่ซ่านไปทั่วบ้านตระกูลจางหลังน้อยนี้อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บ้านหลังนี้มีแต่ความแห้งแล้ง ความหวาดระแวง และเสียงบ่นด่าของญาติผู้ใหญ่ที่จ้องแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อ แต่นับตั้งแต่วันที่หลินหว่านเอ๋อร์คนเดิมเปลี่ยนแปลงไป ทุกอย่างก็พลิกผันราวกับพลิกฝ่ามือ
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับลูกๆ ที่เคยหวาดกลัวและห่างเหิน บัดนี้กลับแนบแน่นจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน เด็กๆ เริ่มออดอ้อน ขอให้เธอทำขนมและอาหารอร่อยๆ ให้กินทุกวัน ส่วนจางหย่งเหอ สามีผู้เงียบขรึมและแข็งกระด้างในสายตาชาวบ้าน กลับกลายเป็นบุรุษคลั่งรักที่คอยสนับสนุนทุกย่างก้าวของเธออย่างเงียบๆ ไม่ว่าเธอจะแอบนำเนื้อชั้นดีหรือแป้งขาวบริสุทธิ์มาจากไหน เขาก็ไม่เคยซักไซ้ไล่เลียง มีเพียงสายตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความห่วงใยเท่านั้น
“วันนี้แม่จะทำเมนูพิเศษให้พวกเรากินกันค่ะ” หลินหว่านเอ๋อร์ยิ้มกริ่ม ดวงตาเป็นประกายระยับด้วยความตื่นเต้นเมื่อนึกถึงวัตถุดิบชั้นเลิศที่เพิ่งเก็บเกี่ยวออกมาจากมิติลับในยามวิกาลเมื่อคืน “ไก่ตุ๋นโสมป่ากับเห็ดหอมสดในหม้อดิน และผัดหมี่โซบะสูตรลับรับรองว่าพวกเธอไม่เคยชิมที่ไหนมาก่อนแน่ๆ!”
เพียงแค่เอ่ยถึงอาหาร เหล่าเด็กน้อยก็พากันกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เสี่ยวหลินลูกสาวคนเล็กปรบมือแปะๆ จนเสียงดังลั่นห้องครัว “เย้! อาหารฝีมือท่านแม่อร่อยที่สุดในโลกเลยค่ะ!”
หลินหว่านเอ๋อร์ลงมือทำอาหารด้วยความคล่องแคล่วและรวดเร็ว ร่างเพรียวระหงขยับเคลื่อนไหวไปมาในครัวราวกับผีเสื้อร่ายรำ กลิ่นหอมเย้ายวนของเครื่องเทศ สมุนไพร และเนื้อไก่ตุ๋นค่อยๆ แผ่ขยายทะยานผ่านหน้าต่างไม้เก่า ส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วทั้งตรอกซอกซอยบ้านพักนายทหารและหมู่บ้านรอบข้าง ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างต้องหยุดฝีสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าปอดลึกๆ พร้อมกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความอิจฉา
ในขณะที่ความสุขในครอบครัวกำลังเบ่งบานราวกับดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิ ด้านนอกรั้วบ้านกลับมีเงาร่างหนึ่งยืนเกาะรั้วไม้ไผ่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและเคียดแค้น
ป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจาง ผู้ซึ่งเพิ่งโดนสามีของเธอตักเตือนอย่างเฉียบขาดเมื่อวาน ยืนกัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก ใบหน้ายับย่นเต็มไปด้วยริ้วรอยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น นางมองลอดช่องรั้วเข้าไปเห็นภาพความอบอุ่นของครอบครัวจางหย่งเหอที่กำลังนั่งล้อมวงกินข้าวกันอย่างมีความสุข เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของหลินหว่านเอ๋อร์บาดลึกเข้าไปในหัวใจที่เต็มไปด้วยความโลภของนาง
“นังสารเลว... พวกแกกล้าดีนักนะ ทำให้ครอบครัวฉันต้องอับอาย และยังกล้ากินดีอยู่ดีบนความทุกข์ของคนอื่น!” นางพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยพิษสง ดวงตาหรี่แคบลงอย่างเจ้าเล่ห์ “คิดว่ามีสามีเป็นนายทหารแล้วจะไม่มีใครทำอะไรได้งั้นรึ? คอยดูเถอะ... ความลับเรื่องที่แกม23อบสมบัติและซ่อนของดีไว้ในบ้าน แกจะต้องชดใช้มันด้วยความพินาศ!”
ภายในบ้าน หลินหว่านเอ๋อร์ที่กำลังคีบชิ้นเนื้อไก่ใส่ชามให้สามี ชะงักมือลงเล็กน้อยเมื่อสัญชาตญาณอันเฉียบคมของเธอบางอย่างสะกิดเตือน เธอหันขวับไปมองยังทิศทางหน้าต่างห้องครัวที่หันออกไปทางรั้วบ้านทันที ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนริมฝีปากบางจางหายไปแทนที่ด้วยความเย็นชา
จางหย่งเหอสังเกตเห็นความผิดปกติของภรรยา เขาเอื้อมมือมาวางทับมือเรียวของเธอเบาๆ ใต้โต๊ะ พร้อมกับเอ่ยถามด้วยเสียงกระซิบที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “มีอะไรหรือเปล่าคะที่รัก?”
“เปล่าหรอกค่ะ...” หลินหว่านเอ๋อร์ส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยርยวนแต่ทรงพลัง “แค่รู้สึกว่า... แมลงวันน่ารำคาญบางตัว มันยังไม่ยอมบินหนีไปไหนเสียที คงต้องหายาฆ่าแมลงมาฉีดไล่เสียหน่อยแล้วกระมังคะ”
สามีหนุ่มมองภรรยาด้วยสายตาที่เข้าใจทุกอย่างทันที เขายกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะด้วยเสียงอันหนักแน่น “ถ้ามันกล้าบินเข้ามาในเขตบ้านของเราอีกครั้ง พี่สัญญาว่า... ปีกของมันจะไม่เหลือให้ได้บินกลับไปฟ้องใครอีกเลย”
บรรยากาศในห้องอาหารกลับมาอบอุ่นและเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าในใจของทั้งสองคนต่างรู้ดีว่า คลื่นลมใต้น้ำระลอกใหม่กำลังจะซัดเข้าใส่พวกมันในอีกไม่กี่อึดใจนี้แล้ว และครั้งนี้... มันจะเป็นศึกตัดสินครั้งสุดท้ายระหว่างพวกเขากับญาติจอมปล้นสะดมอย่างแท้จริง
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนหลินฮวายุคปฏิรูปด้วยดีเสมอมานะคะ!
เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย•ตอนที่ 22
ครอบครัวที่สมบูรณ์
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!