"เฒ่าเฉิน... ท่านคิดจะเล่นละครฉากใหญ่ถึงเพียงนี้เชียวหรือคะ?"
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดูของหลินหว่านเอ๋อร์ ดังแทรกความเงียบงันขึ้นมา ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเรียบง่ายทว่าตัดเย็บอย่างประณีตยืนกอดอกมองชายสูงวัยที่กำลังหอบหายใจโยนตัวลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ดวงตาคู่คมกริบราวกับหงส์คู่นั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความรู้เท่าทันที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก
เฒ่าเฉิน ประธานสมาคมพ่อค้าผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในมณฑลทางเหนือ ผู้ซึ่งเคยใช้อำนาจมืดบีบคั้นร้านค้าเล็กๆ มานับไม่ถ้วน บัดนี้ใบหน้าเหี่ยวย่นกลับซีดเผือดราวกับกระดาษสา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับจนเส้นผมสีดอกเลาแนบติดกับผิวหนัง มือสั่นเทาที่เคยใช้กุมอำนาจชี้สั่งผู้คน กำลังยันพื้นไม้ไผ่ไว้แน่นเพื่อพยุงร่างไม่ให้ล้มพับไปมากกว่าเดิม
กลิ่นหอมของ 'ซุปไก่ตุ๋นโสมพันปีในมิติลับ' ที่ผสมผสานกับเครื่องเทศโบราณสิบชนิดยังคงลอยอวลอยู่กลางอากาศ มันไม่ใช่แค่ความหอมที่กระตุ้นความอยากอาหารทั่วไป หากแต่เป็นกลิ่นอายพลังงานบริสุทธิ์จากมิติพิเศษที่ช่วยชะล้างความเหนื่อยล้า และกระตุ้นชีพจรที่อ่อนล้าให้กลับมาทรงพลัง สำหรับคนธรรมดากลิ่นนี้อาจแค่หอมจนน้ำลายสอ แต่สำหรับเฒ่าเฉินผู้มีอาการป่วยเรื้อรังที่หมอหลวงในอดีตเคยบอกว่ารักษาไม่หาย กลิ่นนี้กลับทำหน้าที่ราวกับยาวิเศษที่กระชากวิญญาณเขาให้กลับคืนสู่ร่าง!
"อร่อย... สวรรค์... นี่มันกลิ่นอายอะไรกัน..." เฒ่าเฉินครางแผ่วด้วยความตื่นตะลึง ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างจนแทบถסתนออกมา เมื่อครู่เขาส่งคนมาสืบข่าวเรื่อง 'สูตรอาหารลับ' ที่กำลังสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วตลาดมืด และตั้งใจจะใช้เส้นสายทางราชการบีบบังคับให้หญิงสาวชาวบ้านผู้นี้คายสูตรออกมาฟรีๆ แต่เมื่อเขาบุกเข้ามาเองด้วยความโลภ กลิ่นหอมนี้กลับพุ่งเข้ากระแทกโสตประสาทและทะลวงเส้นลมปราณที่อุดตันในอกของเขาในชั่วพริบตา!
จางหย่งเหอ สามีหนุ่มนายทหารผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังภรรยา ขยับกายเล็กน้อย ร่างกำยำในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาโดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำใด มือหนาข้างหนึ่งวางกุมอยู่ที่ด้ามปืนพกข้างเอวอย่างหลวมๆ แต่มั่นคง สายตาคมกราบราวกับเหยี่ยวจ้องมองเฒ่าเฉินและบรรดาผู้ติดตามที่ยืนตัวสั่นอยู่หน้าประตูด้วยความระแวดระวังสูงสุด หากใครกล้าขยับตัวทำมิชอบ เขากพร้อมจะเด็ดหัวคนพวกนั้นในกระสุนเดียว
"ท่านประธานเฉิน..." หว่านเอ๋อร์ก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปใกล้ร่างที่กำลังสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ เธอย่อกายลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับผู้มีอิทธิพลเฒ่า มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "ท่านอุตส่าห์ส่งคนมาป้วนเปี้ยนรอบบ้านของฉันตั้งแต่วันก่อน ยังไม่หนำใจ ถึงกับต้องถ่อสังขารมาพังประตูห้องครัวด้วยตัวเองเชียวหรือคะ? หรือว่า... อาหารในมือฉัน จะหอมจนดึงดูดสุนัขรับใช้ของท่านให้วิ่งมาเห่าหอนถึงหน้าเตา?"
คำพูดเหน็บแนมที่เชือดเฉือนโดยไม่ไว้หน้า ทำให้บรรดาผู้ติดตามด้านหลังหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ แต่เมื่อเหลือบไปเห็นสายตาดุดันราศีนายทหารสนามรบของจางหย่งเหอที่กวาดตามองมา ทุกคนก็พลอยกลืนน้ำลายลงคอและถอยกรูดไปคนละก้าวทันที
เฒ่าเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายแล้วฝืนยันกายลุกขึ้นยืน แม้ขาจะยังสั่นพับๆ แต่ความเป็นคนเขี้ยวลากดินในวงการค้าขายมาหลายสิบปีทำให้เขายังพอรักษาท่าทีไว้ได้ "คุณหลิน... อย่าเพิ่งเข้าใจผิดไป ข้า... เฒ่าเฉินผู้นี้แค่มารubฟังข่าวคราวความเดือดร้อนของชาวบ้าน..."
"ความเดือดร้อนหรือคะ?" หว่านเอ๋อร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูไพเราะราวกับระฆังเงิน แต่กลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ "ท่านพูดออกมาได้ไม่อายปากเลยนะคะ เฒ่าเฉิน! สัปดาห์ก่อนท่านเพิ่งส่งอันธพาลไปรีดไถค่าคุ้มครองจากร้านขายซาลาเปาของป้าเฉิน สองวันก่อนท่านก็ใช้อำนาจกว้านซื้อวัตถุดิบแป้งสาลีทั้งหมดในตลาดมาดองไว้เพื่อกดราคาให้สูงขึ้น บีบให้พ่อค้าแม่ค้าตัวเล็กๆ ต้องล้มละลาย แล้ววันนี้... ท่านยังกล้ามาเยือนครัวของฉัน พร้อมกับแววตาโลภโมระโทสะที่จ้องมองหม้อซุปใบนี้ราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งใบ!"
น้ำเสียงของเธอทรงพลังและเด็ดขาดจนเฒ่าเฉินถึงกับพูดไม่ออก ความจริงที่ถูกกระชากออกมากลางวงล้อมทำให้หน้าแก่ๆ ของเขาแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยว
"สามหาว!" ผู้ติดตามคนสนิททนไม่ได้ ก้าวออกมาตะคอก "เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังพูดอยู่กับใคร! เฒ่าเฉินคือผู้มีพระคุณที่คุมเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของมณฑลนี้ ถ้ารู้รักตัวกลัวตาย ก็จงส่งสูตรอาหารในหม้อนั่นและสิทธิ์การค้าทั้งหมดมาให้เราซะดีๆ ไม่อย่างนั้น... อย่าหาว่าพวกเราไม่เตือนว่าร้านของเจ้าจะไม่มีวันได้เปิดทำการในมณฑลนี้อีกต่อไป!"
บรรยากาศในห้องครัวพลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด
จางหย่งเหอหรี่ตาลง รังสีอำมหิตพุ่งทะยานออกจากร่างสูงใหญ่ทันที มือหนาขยับเข้าใกล้ด้ามปืนมากขึ้นอีกนิด บรรยากาศรอบตัวกดดันจนผู้ติดตามคนนั้นหน้าซีดเผือดและถอยกลับไปหลบหลังนายทันที
ทว่า หลินหว่านเอ๋อร์กลับยกมือขึ้นห้ามสามีเบาๆ เธอยิ้มย่องอย่างใจเย็น เดินตรงไปที่เตาไฟ เปิดฝาหม้อดินเผาช้าๆ ไอความร้อนพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่เฒ่าเฉินที่กำลังโกรธจัดยังต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยความลืมตัว
"อยากได้สูตรอาหารของฉันอย่างนั้นหรือคะ?" หว่านเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ทว่าสายตาจับจ้องที่เฒ่าเฉินราวกับแมวจับหนู "ของดีเช่นนี้... คนจิตใจคับแคบและมือเปื้อนเลือดอย่างพวกท่าน ไม่มีวันได้ครอบครองหรอกค่ะ แต่... ถ้าท่านอยากได้นัก ฉันก็มีข้อเสนอที่จะทำให้ท่านต้องจดจำไปจนวันตาย!"
เธอหยิบจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ตักซุปไก่ตุ๋นร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจที่สุดออกมาหนึ่งถ้วย วางลงบนโต๊ะไม้ไผ่ตรงหน้าเฒ่าเฉินอย่างสง่างาม
"ซุปถ้วยนี้ ฉันมอบให้ท่านฟรีๆ เพื่อเป็นค่าทำขวัญที่ท่านอุตส่าห์เดินมาพังประตูบ้านฉัน... เชิญดื่มให้หมดสิคะ เฒ่าเฉิน!"
เฒ่าเฉินมองถ้วยซุปเบื้องหน้าสลับกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มปริศนาของหญิงสาว แม้จะรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ แต่ความหอมเย้ายวนและอาการเจ็บป่วยที่เรื้อรังในอกทำให้ความโลภเข้าครอบงำ เขาเอื้อมมือที่สั่นเทาไปหยิบช้อนตักซุปเข้าปากทันที
ความอร่อยล้ำลึกที่ระเบิดขึ้นในปากทำให้เฒ่าเฉินถึงกับเคลิบเคลิ้ม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสุขสม ร่างกายที่เคยหนาวยะเยือกกลับอบอุ่นขึ้นในพริบตา อาการเจ็บหน้าอกหายเป็นปลิดทิ้ง ราวกับอายุขัยถูกต่อออกไปอีกสิบปี!
"อร่อย... อร่อยเหลือเกิน! สมคำร่ำลือจริงๆ!" เฒ่าเฉินอุทานออกมาอย่างลืมตัว
แต่ทว่า... ผ่านไปไม่ถึงสามลมหายใจ รอยยิ้มแห่งความสุขบนใบหน้าของเฒ่าเฉินก็พลันแข็งค้าง!
ดวงตาฝ้าฟางเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อความเจ็บปวดแปลบปลาบราวกับถูกเข็มเงินนับพันเล่มทิ่มแทงแล่นพล่านไปทั่วร่างจากท้องน้อยขึ้นสู่ทรวงอก! เลือดลมในกายตีรวนอย่างรุนแรงจนเขาต้องอ้าปากค้างแต่กลับเปล่งเสียงออกมาไม่ได้ มีเพียงเสียงครางอู้อี้ในลำคอ ใบหน้าเปลี่ยนจากสีซีดเป็นสีเขียวคล้ำ แล้วพับร่างทรุดลงไปดิ้นทุรนทุรายบนพื้นดินทันที!
"ท่านประธาน!" บรรดาผู้ติดตามกรีดร้องด้วยความตกใจ รีบพุ่งเข้าไปประคองร่างที่กำลังชักกระตุกของเฒ่าเฉิน
หลินหว่านเอ๋อร์ยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ดังฟังชัดไปทั่วห้อง
"ซุปถ้วยนั้นทำมาจากสมุนไพรหายากในมิติลับของฉันค่ะ... มันช่วยรักษาโรคเรื้อรังได้ดีเยี่ยมก็จริง แต่สำหรับคนที่มีจิตใจสกปรกและคิดคดทรยศต่อผู้อื่น ยาดีตัวนี้ก็จะแปรสภาพเป็นพิษสลายเส้นลมปราณทันที!"
เฒ่าเฉินกระอักเลือดคำโตออกมาบนพื้น ดวงตาเหลือกลานมองหญิงสาวราวกับเห็นปีศาจจากขุมนรก เขากระเสือกกระสนใช้มือข้างหนึ่งชี้หน้าเธอด้วยความแค้นเคืองและหวาดกลัวสุดขีด
"แก... นังปีศาจ... แกวางยา..."
"วางยาหรือคะ? ฉันแคต้อนรับแขกผู้มีเกียรติด้วยของดีที่สุดต่างหากล่ะคะ" หว่านเอ๋อร์ยิ้มหวานหยด ย่างสามขุมเข้าไปใกล้ร่างที่นอนหายใจรวยริน "ถ้าไม่อยากตายอย่างทรมานจนเส้นประสาทพิการไปตลอดชีวิต จงบอกความจริงมาซะ... ใครเป็นคนบงการให้พวกท่านมาขโมยสูตรอาหารของฉันที่นี่!"
ในวินาทีที่เฒ่าเฉินกำลังจะอ้าปากสารภาพความลับอันดำมืดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสมาคมพ่อค้า ทันใดนั้นเอง ประตูรั้วด้านนอกก็ถูกพังกระเด็นเข้ามาด้วยแรงมหาศาล! ร่างเงาสูงโปรดในชุดคลุมสีดำสนิทพร้อมหน้ากากเงินปิดบังใบหน้าครึ่งซีก ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สะท้านไปทั่วบริเวณ
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นสะใภ้ตระกูลจางที่ฝีมือร้ายกาจเสียจริง น่าเสียดายนัก... ที่ความลับนี้ พวกแกไม่มีวันได้เอ่ยมันออกมาอีกแล้ว!"
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่สนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" มาโดยตลอดค่ะ!
เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย•ตอนที่ 21
การปะทะกับผู้มีอิทธิพล
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!