"ถ้าพวกหล่อนยังกล้าก้าวขาเข้ามาเหยียบธรณีประตูบ้านฉันโดยไม่มีธุระสำคัญ หรือยังเที่ยวปั้นน้ำเป็นตัวกะ
แชร์เรื่องสกปรกเน่าเฟะใส่ร้ายร้านค้าของฉันอีกแม้แต่ครึ่งคำล่ะก็... อย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่เตือน!"
น้ำเสียงเย็นเยียบเฉียบคมดุจใบมีดโกนของหลินหว่านเอ๋อร์ดังสะท้านก้องไปทั่วลานบ้าน
สายตากวาดมองกลุ่มสตรีปากหอยปากปูสามคนที่ยืนหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตูรั้ว
พวกมันคือตัวแม่อันดับต้นๆ ในคอมมูนแห่งนี้ที่ขึ้นชื่อเรื่องการก섬กซิบ นินทา และสร้างข่าวลืออุบาทว์
เพื่อทำลายชื่อเสียงร้านอาหารเล็กๆ ของเธอที่กำลังไปได้สวยในย่านตลาดการค้า
เช้าวันนี้ กลิ่นหอมกรุ่นของพะโล้สูตรลับโบราณจากมิติลับที่ตุ๋นเคี่ยวข้ามคืนควรจะเป็นสัญญาณเริ่มต้นวันใหม่ที่แสนรื่นรมย์
ทว่าบรรยากาศกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงซุบซิบกระมิดกระเมี้ยนของป้าสะใภ้ใหญ่เฉิน
กับพวกสมุนที่จงใจเดินผ่านหน้าบ้านแล้วประกาศกร้าวให้ชาวบ้านได้ยินว่า วัตถุดิบเนื้อหมูที่ร้านของหลินหว่านเอ๋อร์ใช้
เป็นเนื้อเน่าเสียจากซากสัตว์ตายซากในป่าลึก!
ข่าวลือเช่นนี้ในยุค 70 มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงยิ่งกว่าระเบิดปรมาณู
มันสามารถทำให้กิจการที่เธอและสามีทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายสร้างขึ้นมาพังครืนลงในชั่วข้ามคืนได้อย่างง่ายดาย
แต่หลินหว่านเอ๋อร์หาใช่หญิงสาวอ่อนแอให้ใครมาเหยียบย่ำไม่!
"หว่านเอ๋อร์... ใจเย็นก่อนลูก หลานอย่าเพิ่งไปถือสาคนพวกนี้เลย"
ป้าข้างบ้านผู้หวังดีรีบวิ่งเข้ามาจับแขนเธอไว้ด้วยความตื่นตระหนก
เกรงว่าสถานการณ์จะบานปลายจนเกิดการลงไม้ลงมือกันกลางหมู่บ้าน
"ป้าคะ คนเราถ้าไม่สั่งสอนให้หลาบจำ พวกมันก็จะคิดว่าเราเป็นหมูเป็นปลา ยอมให้ขยี้หัวใจเล่นตามอำเภอใจได้เรื่อยๆ ค่ะ"
หลินหว่านเอ๋อร์ปัดมือออกเบาๆ แต่หนักแน่น ดวงตาคมกริบจดจ้องไปยังป้าสะใภ้ใหญ่เฉินที่กำลังพยายามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"หลิน... หลินหว่านเอ๋อร์ แกอย่ามาใส่ร้ายนะ! ใครปล่อยข่าวอะไรกัน ฉันก็แค่... ก็แค่ได้ยินคนอื่นเขาพูดต่อๆ กันมาอีกทีเท่านั้นแหละ!"
ป้าสะใภ้ใหญ่เฉินแสร้งทำเป็นไขสือ เชิดหน้าขึ้นกลบเกลื่อนความกลัว
แต่เม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายเต็มขมับกลับฟ้องชัดเจนว่ากำลังสั่นกลัวจนขาสั่น
"พูดต่อๆ กันมางั้นหรือคะ?"
หลินหว่านเอ๋อร์ก้าวเข้าไปใกล้ชิดทีละก้าว รองเท้าผ้าใบเหยียบบนพื้นดินส่งเสียงดังฟังชัด ส้นเท้ากระแทกกระทั้นรากับจังหวะกลองศึก
กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว
"งั้นเราไปโรงพักประชาคมหมู่บ้านกันดีไหมคะ ให้ท่านหัวหน้าคอมมูนช่วยตรวจสอบความจริง
ว่าใครกันแน่ที่เป็นต้นตอปล่อยข่าวลือชั่วช้าเพื่อทำลายเศรษฐกิจส่วนรวมแบบนี้
ข้อหาทำลายความมั่นคงทางการค้าและใส่ร้ายป้ายสีเพื่อนบ้าน โทษทัณฑ์ในยุคปฏิรูปนี้... น่าจะหนักหนาพอสมควรทีเดียวไม่ใช่หรือคะ!"
คำว่า "โรงพักประชาคม" และ "โทษทัณฑ์ยุคปฏิรูป" ทำให้สีหน้าของป้าสะใภ้ใหญ่เฉินซีดเผือกยิ่งกว่ากระดาษสา
ในยุคสมัยนี้ ใครมีประวัติถูกสอบสวนเรื่องการทำลายระบบการค้าหรือสร้างความปั่นป่วนในสังคม
ย่อมไม่พ้นถูกประจานกลางลานกว้างและถูกตัดสิทธิ์การซื้อปันส่วนอาหารเป็นแน่แท้
"ฉัน... ฉันจำผิดคน! เออ... ใช่! ฉันได้ยินมาจากยายเฒ่าหลี่ทางท้ายหมู่บ้านต่างหากเล่า!"
ป้าสะใภ้ใหญ่เฉินรีบโบกมือปฏิសិធพัลวัน โยนความผิดให้คนอื่นเพื่อเอาตัวรอดตามนิสัยสันดานเดิม
"ยายเฒ่าหลี่งั้นหรือคะ? ดีมากค่ะ งั้นเราไปเผชิญหน้ากันต่อหน้ายายเฒ่าหลี่เดี๋ยวนี้เลย!"
หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ปล่อยให้เหยื่อหลุดมือ เธอคว้าแขนเสื้อของป้าสะใภ้ใหญ่เฉินไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
จางหย่งเหอ สามีหนุ่มนายทหารผู้เพิ่งกลับจากการฝึกภาคสนามในค่ายทหาร
ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างภรรยาด้วยร่างสูงใหญ่ที่แผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างธรรมชาติ
ชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้มเปื้อนฝุ่นเล็กน้อยไม่ได้ทำให้ความสง่างามลดลงเลยแม้แต่น้อย
นัยน์ตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาดมองไปยังกลุ่มคนปากหอยปากปูด้วยความเย็นชาถึงขั้วหัวใจ
ไม่ต้องเอวาจาใดๆ ออกมาสักคำ แรงกดดันจากทหารผ่านศึกสนามรบก็ทำให้คนพวกนั้นแทบอยากจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นแล้ว
"มีเรื่องอะไรกันหรือภรรยา?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามภรรยาด้วยความอ่อนโยน
แตกต่างราวฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับสายตาที่เขากวาดมองไปยังพวกตัวปัญหา
"ไม่มีอะไรมากค่ะพี่หย่งเหอ แค่มีพวกสุนัขจรจัดแถวนี้มันเห่าหอนเสียงดังเกินไป จนรบกวนเวลาทำมาหากินของเรา
ฉันกำลังจะพาไปอบรมมารยาทที่ลานประชาคมสักหน่อยค่ะ"
หลินหว่านเอ๋อร์หันไปยิ้มหวานให้สามี แววตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นลึกซึ้งในพริบตา
จางหย่งเหอพยักหน้ารับช้าๆ มือหนายื่นไปกอบกุมมือเรียวของภรรยาไว้แน่น
ก่อนจะหันไปสบตากับป้าสะใภ้ใหญ่เฉินด้วยรอยยิ้มมุมปากที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของนาง
"ถ้าภรรยาผมบอกว่าต้องไปอบรม งั้นผมคงต้องขออนุญาตพาตัวไปส่งด้วยตัวเองแล้วกระมังครับ...
เผื่อว่าระหว่างทาง เกิดมีใครสะดุดล้มขาหักขึ้นมา ผมจะได้ช่วยแบกไปส่งโรงพยาบาลได้สะดวกหน่อย"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัยคุกคามเด่นชัด ทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่เฉินเข่าอ่อนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันทีด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"อย่า... อย่าพาฉันไปเลย! ฉันขอร้อง! ฉันยอมรับผิดแล้ว! ฉันถูกจ้างมา... มีคนจ้างให้ฉันมาปล่อยข่าว!"
คำสารภาพนั้นหลุดออกมาท่ามกลางความเงียบงันของบรรยากาศรอบข้าง
หลินหว่านเอ๋อร์หรี่ตาลงทันที หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความตื่นตัว
*มีคนจ้างวาน?* แสดงว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องความอิจฉาริษยาของเพื่อนบ้านปากตลาดธรรมดา
แต่มันคือเกมสกปรกที่มีเบื้องหลังและผู้บงการรายใหญ่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง!
"ใครคือคนจ้างคุณ?" จางหย่งเหอเอ่ยถามเสียงต่ำ ลมหายใจเย็นเยียบกดดันจนอีกฝ่ายแทบขาดอากาศหายใจ
ป้าสะใภ้ใหญ่เฉินตัวสั่นงันงก นางเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาหวาดผวา ชี้มือสั่นเทาไปยังทิศทางของบ้านพักข้าราชการประจำอำเภอ
ที่ตั้งอยู่ถัดไปอีกสองซอย
"คือ... คือคุณนายรองหลี่... ภรรยาของรองหัวหน้าสถานีเสบียง!"
หลินหว่านเอ๋อร์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก
ที่แท้ก็เป็นยายสะใภ้ตระกูลหลี่ผู้เคยมาหาเรื่องแย่งซื้อวัตถุดิบราคาถูกที่ร้านเธอนั่นเอง!
แต่ก่อนที่ความจริงทั้งหมดจะถูกเปิดเผยออกมาก
เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงตะโกนตื่นตระหนกของเด็กชายคนหนึ่งก็ดังแว่วมาจากปากซอย
"พี่หว่านเอ๋อร์! พี่หย่งเหอ!แย่แล้วครับ! ที่ร้านค้าในตลาด... ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่จากกรมการค้าและอนามัยบุกเข้าไปตรวจค้นแล้วครับ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนหลินฮวายุคปฏิรูปด้วยดีเสมอมานะคะ!
เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย•ตอนที่ 23
ข่าวลือที่ต้องทำลาย
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!