เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย•ตอนที่ 17

อุปสรรคจากคู่แข่ง

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าไม่อยากให้แผงของพวกเจ้าพังไม่เป็นท่า ทางที่ดีควรจะไสมือไสเท้าเก็บข้าวของแล้วไสหัวไปให้พ้นจากตลาดมืดแห่งนี้เสีย!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนเข่งไม้ไผ่ใส่เต้าหู้ทอดสั่นสะเทือน น้ำมันร้อนฉ่าในกระทะเหล็กกระเซ็นออกมาราวกับจะประท้วงต่อความป่าเถื่อนของผู้มาเยือน หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางทัพพีไม้ในมือลงอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายร่างสูงใหญ่ไว้หนวดเคราครึ้ม สวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีมอที่ยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้า หึ ปลาติดเบ็ดเร็วกว่าที่คิด ชักจะสนุกเสียแล้วสิคะ รอบด้าน เสียงจอแจของตลาดมืดในยุคเจ็ดศูนย์พลันเงียบกริบลงถนัดตา พ่อค้าแม่ขายคนอื่นๆ ต่างพากันถอยกรูดไปยืนหลบหลังเสา บ้างก็แอบมองผ่านร่องแผงลอยด้วยความหวาดกลัว ทุกคนในละแวกนี้ต่างรู้ดีว่า 'พี่เสือ' หรือเฝิงหู่ คือผู้มีอิทธิพลคุมตลาดมืดเขตตะวันตก และเบื้องหลังการมาเยือนอย่างกะทันหันในวันนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน หว่านเอ๋อร์ปัดเศษแป้งบนมือเบาๆ นางส่งยิ้มบางๆ ที่เคลือบด้วยความเย็นเยียบไปให้ชายตรงหน้า แววตาคู่คมกริบกวาดมองกลุ่มอันธพาลสี่คนที่ถือท่อนไม้เดินล้อมกรอบแผงขายของเข้ามาอย่างคุกคาม "ตลาดมืดแห่งนี้เป็นของรัฐหรือว่าเป็นของตระกูลเฝิงกันแน่คะ ถึงได้มีกฎเกณฑ์ประหลาดไล่ที่คนทำมาหากินสุจริตตามอำเภอใจเช่นนี้?" เสียงใสเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ ทว่าก้องกังวานชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน เฝิงหู่แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ สีหน้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยหยาม "ปากกล้าดีนี่นังสารเลว! เจ้าขายเต้าหู้ทอดและหมูสามชั้นตุ๋นจนกลิ่นหอมฟุ้งแย่งลูกค้าแผงเนื้อหมูของน้องภรรยาข้าไปจนหมดเกลี้ยงตั้งแต่เช้าตรู่ ทำให้คนอื่นเขาขายของไม่ได้ แบบนี้ไม่เรียกว่าหาเรื่องแล้วจะให้เรียกว่าอะไรวะ!" แท้จริงthe root cause ก็คือความอิจฉาริษยาและยอดขายที่ถล่มทลายจนสะเทือนกระเป๋าเงินของคนอื่นนี่เอง หว่านเอ๋อร์ลอบยิ้มในใจ ข้อมูลที่นางสืบมาเมื่อวานไม่ผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่นางใช้วัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากมิติลับมาปรุงอาหาร กลิ่นหอมเย้ายวนใจก็ดึงดูดลูกค้าจนแผงอื่นแทบกลายเป็นป่าช้า "ค้าขายแข่งกันไม่ได้ก็เลยใช้วิธีอันธพาลรีดไถสินค้างั้นหรือคะ?" หว่านเอ๋อร์ก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างเพรียวระหงในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายไม่ได้ดูน่าเกรงขามในสายตาพวกมัน แต่ทว่ารัศมีบางอย่างกลับทำให้เฝิงหู่เผลอชะงักไปชั่วขณะ "น่าเสียดายนะคะที่ของกินเหล่านี้ไม่ใช่ของที่จะมาแย่งชิงกันได้ง่ายๆ" "ปากดีนัก! พังแผงมันซะ! สอนให้มันรู้ว่าที่นี่ใครคุม!" เฝิงหู่ตวาดกร้าวด้วยความโมโหที่ถูกหญิงสาวต่อปากต่อคำ ลูกน้องสมุนโชว์ท่อนไม้ในมือเตรียมจะพุ่งเข้ามาทุบทำลายข้าวของ วิญญาณเชฟกระทะร้อนผู้ผ่านสมรภูมิห้องครัวและชีวิตการต่อสู้มาโชกโชนไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย หว่านเอ๋อร์เตรียมจะสะบัดมือเรียกขวดน้ำส้มสายชูหมักเข้มข้นจากมิติลับมารับมือพวกมัน ทว่า... ฉับพลัน! ลมพัดกรรโชกแรงราวกับพายุขนาดย่อม ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเขียวทหารของใครบางคนก็พุ่งทะยานเข้ามาแทรกกลางระหว่างนางกับกลุ่มอันธพาลราวกับภูตผี แรงปะทะจากการก้าวเท้าทำให้ฝุ่นตลบอบอวล จางหย่งเหอไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาคว้าเข้าที่ข้อมือของลูกน้องคนสนิทของเฝิงหู่ที่เงื้อท่อนไม้ขึ้นสูง บิดเพียงครั้งเดียวด้วยแรงมหาศาล เสียงกระดูกลั่นกรอบพร้อมกับเสียงร้องโหยหวณก็ดังสนั่นหวั่นไหว "โอ๊ย! แขนหัก! ลูกพี่ช่วยด้วย!" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง รวดเร็ว เด็ดขาด และทรงพลัง จางหย่งเหอยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าภรรยา แผ่นหลังกว้างใหญ่ราวกับกำแพงเหล็ก แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีตวัดมองกลุ่มอันธพาลทีละคนด้วยความเย็นชาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที "ใครกล้าแตะต้องภรรยาของฉัน ก้าวเท้าออกมาลองดู" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว ทำเอาเฝิงหู่ที่เคยกร่างถึงกับหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดไปสามก้าวเมื่อเห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตาและบรรยากาศน่ากลัวราวกับสนามรบของชายหนุ่ม หว่านเอ๋อร์มองแผ่นหลังกว้างของสามี หัวใจดวงน้อยพลانเต้นระรัวด้วยความรู้สึกอุ่นวาบซ่าน ความคลั่งรักที่แสดงออกอย่างเงียบเชียบแต่ปกป้องนางได้ทุกสถานการณ์นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้หลงรักเขาไม่ไหวเสียที ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดและฝ่ายตรงข้ามกำลังคิดหาทางถอยทัพ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของผู้ตรวจการตลาดพร้อมเจ้าหน้าที่รัฐก็ดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ "เฮ้ย! ตรงนั้นมีเรื่องอะไรกัน! ใครสร้างความวุ่นวายในเขตตลาดมืด!" เฝิงหู่หน้าซีดเผือดเพราะทำผิดกฎตลาด การปะทะกับทหารยศสูงที่มีภรรยาค้าขายสุจริตย่อมไม่ใช่เรื่องฉลาด เขาชี้หน้าจางหย่งเหอด้วยความอาฆาตมาดร้าย "ฝากไว้ก่อนเถอะพะยะค่ะ... เอ๊ย! ฝากไว้ก่อนเถอะแก!" ก่อนจะกวาดมือเรียกสมุนวิ่งหนีหายไปในตรอกแคบอย่างรวดเร็ว หว่านเอ๋อร์ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันมามองสามีที่รีบหันกลับสำรวจร่างกายภรรยาด้วยความเป็นห่วงทันที มือหนาลูบหัวและสำรวจแขนขาของนางอย่างละเอียด "เจ็บตรงไหนไหม? พวกมันทำอะไรเธอหรือเปล่า?" เสียงทุ้มที่เคยเย็นชาบัดนี้เจือไปด้วยความร้อนรนและห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด "ฉันไม่เป็นไรค่ะ พี่หย่งเหอนี่มาได้จังหวะจริงๆ เลยนะคะ" หว่านเอ๋อร์อมยิ้มตาหยี เอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูสะอาดมาซับเหงื่อให้สามีอย่างเอาใจ ทว่า ในขณะที่ความอบอุ่นกำลังแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ สายตาของหว่านเอ๋อร์ก็เหลือบไปเห็นห่อกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ ที่ตกอยู่ใกล้ซอกโต๊ะที่เฝิงหู่ยืนอยู่เมื่อครู่ นางก้มลงหยิบขึ้นมาเปิดดูด้วยความสงสัย กระดาษห่อกระเด็นหลุดออก เผยให้เห็นผงสีขาวปริมาณมากส่งกลิ่นฉุนรุนแรงสะจมูก กลิ่นเคมีประหลาดที่คุ้นเคยตีขึ้นมาเตือนภัยในสัญชาตญาณของเชฟสาวทันที นี่ไม่ใช่แป้งทำอาหาร... และมันไม่ใช่สิ่งของที่ควรจะอยู่ในตลาดสด! จางหย่งเหอโน้มตัวลงมองตาม แววตาคมกริบหรี่แคบลงทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือภรรยา บรรยากาศรอบตัวเขากลับมาตึงเครียดและอันตรายยิ่งกว่าเดิมในเสี้ยววินาที "หว่านเอ๋อร์ ถอยไปข้างหลัง..." สามีหนุ่มกระซิบเสียงต่ำ สีหน้าเคร่งเครียดจริงจังอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวอันเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%