กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ลอยอวลอยู่ในความชื้นของ "ถ้ำสุสานอัคคี" ไม่ใช่สิ่งที่เรนกังวลมากที่สุดในวินาทีนี้ เสียงคำรามต่ำราวกับแผ่นดินสะเทือนจากร่างมหึมาเบื้องหน้าต่างหาก ที่กำลังบีบให้จังหวะการเต้นของหัวใจเขาต้องเร่งเร้าตาม
"เรน... เจ้าเด็กโง่ ถอยออกมาสามก้าว! เกราะกระดูกตรงหัวไหล่ขวานั่นเริ่มร้าวแล้วนะ!"
เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงด้วยความร้อนรนของเอลาร่าดังแว่วมาจากสร้อยคอโบราณ วิญญาณสาวในสภาพกึ่งโปร่งแสงลอยตัวออกมาเหนือหัวไหล่ของเขา ดวงตาคู่คมกวาดมองประเมินสถานการณ์ด้วยความรอบคอบอย่างเคย แม้เธอจะเป็นเพียงวิญญาณตกค้างที่ไร้ร่างเนื้อ แต่ประสบการณ์การบัญชาการกิลด์ไร้พ่ายในอดีตทำให้สัญชาตญาณของเธอยังเฉียบคมไม่เปลี่ยน
"ไม่ต้องห่วงครับเอลาร่า ผมคำนวณระยะไว้หมดแล้ว" เรนตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มขมับ ดวงตาภายใต้ฮู้ดสีดำสนิทหรี่ลงเพื่อโฟกัสไปยัง "อสูรกายโลกันตร์" (Infernal Behemoth) บอสประจำดันเจี้ยนระดับ B ที่สูงร่วมสเมตร ร่างกายของมันปกเกร็ดสีแดงฉานราวกับลาวาเหลว และทุกย่างก้าวที่มันเหยียบย่างลงบนพื้นหิน ย่อมทิ้งรอยไหม้เกรียมและไอความร้อนระอุออกมาเป็นระลอก
บอสตัวนี้ไม่ได้มีดีแค่พละกำลังมหาศาล แต่มันมี "เกราะพลังงานความร้อน" ที่จะสะท้อนความเสียหายทางกายภาพกลับคืนสู่ผู้โจมตีถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งนั่นคือเหตุผลว่าทำไมปาร์ตี้อื่น ๆ ถึงต้องพ่ายแพ้กลับออกไปจนหมดสภาพ
แต่สำหรับ "เนโครแมนเซอร์" ที่เน้นการใช้สมองและเล่ห์เหลี่ยมมากกว่าการพุ่งเข้าใส่แบบบุ่มบ่าม... กฎข้อนั้นย่อมมีช่องโหว่ให้เจาะเสมอ
"โฮกกกก!"
อสูรกายโลกันตร์แผדเสียงคำรามก้องจนหินงอกหินย้อยสั่นไหว มันพุ่งทะยานเข้าหาเรนด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีได้ในร่างเทอะทะ กรงเล็บมหึมาแผดเผาด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าพุ่งตรงเข้าหมายจะบดขยี้ร่างของเด็กหนุ่มให้แหลกเป็นจุล
*ครืน!*
เรนไม่หลบ เขาดีดตัวถอยหลังด้วยทักษะ "ก้าวเงาทมิฬ" พร้อมกับดีดีดนิ้วมือข้างขวา
เบื้องหน้าของเขา กองกระดูกโครงกระดูกทหารรับจ้างที่เขาเก็บกวาดสะสมไว้จากชั้นก่อนหน้านี้ผุดขึ้นมาจากพื้นดินด้วยพลังแห่งความมืด ทว่า... มันไม่ได้ถูกเรียกขึ้นมาเพื่อเป็นโล่เนื้อรับการโจมตีตรง ๆ เหมือนที่เนโครแมนเซอร์ทั่วไปทำกัน
"รับแรงกระแทกแค่สิบเปอร์เซ็นต์พอ ที่เหลือ... ส่งต่อแรงเหวี่ยงให้โครงสร้างใต้ดิน!" เรนพึมพำกับตัวเอง
โครงกระดูกสามตัวประสานมือกันแน่นกลายเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมคางหมู ทักษะ "ผนึกกระดูกแกร่ง" ถูกผสานเข้ากับ "คำสาปดูดซับแรงเฉื่อย" ที่เขาเพิ่งอัปเกรดเลเวลขึ้นมาหมาด ๆ เมื่อกรงเล็บเพลิงของบอสปะทะเข้ากับกำแพงกระดูก แรงระเบิดมหาศาลไม่ได้สะท้อนกลับไปหาเรน แต่พลังงานความร้อนทั้งหมดกลับถูกดูดซับและกระจายลงสู่พื้นดินผ่านรากฐานโครงกระดูกที่ฝังลึก
*เปร๊าะ!*
เสียงโครงกระดูกแหลกสลายเป็นผุยผง แต่มันก็ซื้อเวลาให้เรนได้มากพอสมควร แรงสะท้อนกลับของบอสเองต่างหากที่ทำให้ตัวมันเสียหลักไปชั่วขณะ เนื่องจากแรงระเบิดที่มันปล่อยออกไปถูกดูดซับและตีกลับเข้าสู่ใจกลางแกนพลังงานของตัวมันเองผ่านปฏิกิริยาทางเวทมนตร์ที่เรนคำนวณมุมองศาไว้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ
"จังหวะนี้แหละครับ!" เรนประกาศกร้าว
เอลาร่าที่ลอยอยู่กลางอากาศเผยรอยยิ้มมุมปากอย่างอดไม่ได้ เด็กหนุ่มคนนี้มักจะมีวิธีแก้ปัญหาที่คาดไม่ถึงเสมอ "เจ้าเด็กนี่... ใช้หลักการฟิสิกส์ผสมผสานกับเวทมนตร์เนโครแมนเซอร์อีกแล้วสินะ หัวไวใช้ได้นี่นา"
เรนไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป มือขวาของเขายกขึ้น ร่าย "โซ่ตรึงวิญญาณความมืด" พุ่งออกจากพื้นดินราวกับงูพิษสีดำสนิท พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของบอสถูกล็อกไว้ด้วยความหนาแน่นของพลังวิญญาณที่กดทับลงบนข้อต่อของมัน โซ่ตรึงเหล่านี้ไม่ได้เน้นความเสียหาย แต่เน้นการ "ตัดวงจรการไหลเวียนของมานา" ภายในร่างของอสูรกายโลกันตร์
เกราะพลังงานความร้อนสีแดงฉานที่เคยลุกโชนเริ่มหม่นแสงลง เมื่อมานาภายในตัวถูกกักเก็บและระบายออกไม่ทัน ร่างกายของบอสจึงเกิดภาวะ " overheat" หรือความร้อนสะสมเกินพิกัด
"อสูรกายตัวใหญ่ มักจะมีจุดอ่อนที่ระบบระบายความร้อนเสมอ" เรนก้าวเดินเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังดิ้นรนอย่างทรมานของบอสอย่างใจเย็น ดวงตาของเขาฉายแววคมกริบราวกับนักล่าที่รอคอยเวลาปิดฉากเหยื่อ
เขายกไม้เท้ากระดูกขึ้นสูง ปลายไม้เท้าเปล่งประกายสีม่วงเข้ม ทักษะลับขั้นสูงที่เขาเพิ่งปลดล็อกจากการวิเคราะห์รูปแบบเวทมนตร์ของดันเจี้ยนนี้ถูกเรียกใช้งาน...
"พิพากษาทมิฬ: สลายแกนกลาง!"
ลำแสงสีดำสนิทพุ่งทะลุผ่านช่องว่างระหว่างเกราะอกของบอสที่กำลังอ้ารับความร้อนเข้าไปเต็ม ๆ เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้อนไปทั่วถ้ำ ก่อนที่ร่างมหึมาของอสูรกายโลกันตร์จะค่อย ๆ แตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองและไอสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานถ้ำ
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ถ้ำสุสานอัคคีอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจเบา ๆ ของเรนที่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง
เอลาร่าลอยเข้ามาใกล้ ใช้มือเรียวบางแตะลงบนบ่าของเขาเบา ๆ แม้จะสัมผัสไม่ได้ถึงความอบอุ่นทางกาย แต่แววตาที่เธอมองมานั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด "ทำได้ไม่เลวเลยนี่เจ้าหนู วางแผนซ้อนแผนถึงสามชั้น แถมยังใช้ประโยชน์จากจุดเด่นของศัตรูมาเป็นจุดตาย... สมกับที่เป็นหัวหน้ากิลด์คนใหม่ของฉันจริง ๆ"
"ผมยังต้องเรียนรู้อีกเยอะครับ ถ้าไม่ได้คำเตือนเรื่องเกราะกระดูกจากคุณเมื่อครู่นี้ ผมคงแย่เหมือนกัน" เรนถ่อมตัวตามเคย พร้อมกับปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตนเอง
ทว่า ในขณะที่เรนกำลังจะก้มลงเก็บไอเทมดรอปจากพื้น เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยแต่กลับแปลกประหลาดกว่าทุกครั้งก็ดังขึ้นในหัวของเขา... ไม่ใช่เสียงระบบดันเจี้ยนปกติ แต่มันเป็นเสียงกังวานเย็นเยียบที่สะท้อนมาจากมิติอื่น
[ติ๊ง! เงื่อนไขลับของดันเจี้ยน "สุสานอัคคี" ถูกกระตุ้นสมบูรณ์แบบ]
[ท่านได้สังหาร "อสูรกายโลกันตร์" ด้วยกลยุทธ์ระดับอัจฉริยะ ระบบทำการประเมิน...]
[ตรวจพบร่องรอยพลังงานปริศนาจาก "กิลด์ไร้พ่าย" ในอดีต กำลังเชื่อมต่อฐานข้อมูล...]
[คำเตือน: ตรวจพบการตื่นตัวของ "ผู้ดูแลระบบเงา" ระดับ SSS เบื้องหน้าท่าน!]
เรนชะงักฝ่ามือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบไอเทม ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเบื้องหน้าของเขา ละอองแสงสีดำที่ควรจะจางหายไป กลับรวมตัวกันอีกครั้งกลายเป็นประตูกลมสีม่วงเข้มที่มีอักขระโบราณหมุนวนด้วยความเร็วสูง และสิ่งที่ก้าวออกมาจากประตูกลมนั้น... ไม่ใช่มอนสเตอร์ทั่วไป แต่มันคือเงาร่างของมนุษย์ในชุดเกราะอัศวินสีดำทมิฬที่ถือดาบยาวสลักลายโลโก้คุ้นตา — โลโก้ของกิลด์ไร้พ่ายที่ควรจะล่มสลายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดคนนี้มาโดยตลอดนะครับ!
เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้คืน•ตอนที่ 8
กลยุทธ์สั่งตาย
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้คืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!