เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้คืน•ตอนที่ 7

ดันเจี้ยนระดับต่ำที่ดูไม่ธรรมดา

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
กลิ่นอับชื้นของหินปูนผสมกับกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในความมืดทึบของ "ดันเจี้ยนซากปรักหักพังวายุคลั่ง" ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายขอบอาณาจักร เสียงหยดน้ำที่กระทบลงบนพื้นหินดัง *ติ๋ง... ติ๋ง...* เป็นจังหวะราวกับนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังลมหายใจของพวกเรา "ถ้ายังก้าวเท้าด้วยจังหวะเหลื่อmล้ำแบบนั้นอีกแค่ครั้งเดียว นายคงได้กลายเป็นปุ๋ยให้ราเมือกเรืองแสงไปแล้วล่ะนะ เรน" เสียงกระซิบราบเรียบที่เต็มไปด้วยความเยียบเย็นดังขึ้นในห้วงความคิด เอลาร่าในร่างวิญญาณโปร่งแสงสีครามกำลังลอยตัวอยู่เหนือไหล่ซ้ายของผม ดวงตาสสีเงินคู่นั้นกวาดมองไปรอบอุโมงค์ด้วยความระแวดระวัง แม้เธอจะอยู่ในสถานะวิญญาณตกค้างที่สูญเสียพลังส่วนใหญ่ไป แต่สัญชาตญาณการต่อสู้ระดับตำนานของอดีตหัวหน้ากิลด์ไร้พ่ายยังคงเฉียบคมไม่เปลี่ยน ผมชะงักฝีเท้าลงทันที ขยับแว่นตาโครงโลหะบนสันจมูกเล็กน้อยพร้อมกับพ่นลมหายใจออกยาวเพื่อตั้งสติ ดันเจี้ยนระดับ E ที่สมาคมนักผจญภัยแปะป้ายไว้ว่าเป็น "พื้นที่ฝึกหัดสำหรับมือใหม่" สถานที่ซึ่งกิลด์ทั่วไปส่งเด็กฝึกงานมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แต่สำหรับผม... เนโครแมนเซอร์ฝึกหัดที่เพิ่งฟื้นคืนชีพกิลด์ที่ล่มสลาย สถานที่แห่งนี้มีความลับบางอย่างซ่อนอยู่มากกว่าที่รายงานระบุไว้ "ขอโทษทีครับเอลาร่า แรงกดดันของมานาในบรรยากาศมันหนาแน่นกว่าที่คาดไว้ ทำให้ผมต้องใช้สมาธิประคองมานาในวงแหวนเวทมากเป็นพิเศษ" ผมตอบกลับในใจ พลางกระชับคฑาไม้เนื้อตายในมือขวา "อย่ามัวแต่แก้ตัว สังเกตผนังถ้ำด้านขวาซิ เจ้าหนู" เอลาร่าพยักเพยิดใบหน้าเรียวสวยไปยังแนวผนังหินที่ถูกกัดเซาะ ผมหันไปมองตามคำแนะนำ รูม่านตาหดแคบลงทันทีเมื่อพบกับรอยขูดขีดลึกเป็นทางยาว รอยเล็บเหล่านั้นไม่ได้เกิดจากมอนสเตอร์ระดับต่ำอย่างกอบลินหรือสไลม์ แต่มันคือร่องรอยการตะกุยของสิ่งมีชีวิตที่มีกรงเล็บแหลมคมและทรงพลัง รอยแผลเป็นบนผนังหินเหล่านี้เก่าแก่แต่ยังคงทิ้งไอควันความมืดจาง ๆ เอาไว้ *นี่ไม่ใช่ดันเจี้ยนระดับ E ธรรมดาอย่างแน่นอน* ระบบแจ้งเตือนสีฟ้าโปร่งใสปรากฏขึ้นตรงหน้าทันทีตามสัญชาตญาณการตอบสนองของระบบโฮสต์เนโครแมนเซอร์ [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังมานาในรัศมี 50 เมตร] [คำเตือน: ความหนาแน่นของอนุภาคความมืดสูงกว่าค่ามาตรฐานของดันเจี้ยนระดับ E ถึง 340%] [ภารกิจลับถูกกระตุ้น: ค้นหาต้นตอของการบิดเบือนมานาใน "ซากปรักหักพังวายุคลั่ง"] ผมเม้มริมฝีปากแน่น สมองส่วนหน้าทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินสถานการณ์ หากถอยตอนนี้ย่อมปลอดภัยที่สุด แต่สำหรับกิลด์ "ซิลเวอร์ฟีนิกซ์" ที่กำลังต้องการชื่อเสียงและทรัพยากรเพื่อฟื้นฟูฐานะ การถอยหนีจากดันเจี้ยนระดับต่ำที่มีความผิดปกตินั้นเท่ากับการปิดตายโอกาสในการเติบโต "ไคท์, มิลلا" ผมหันไปกระซิบเรียกสมาชิกอีกสองคนที่เดินทางมาด้วยกัน ไคท์คือนักรบโล่หนุ่มผู้มีรอยแผลเป็นที่มุมปาก ส่วนมิลล่าเป็นนักเวทฝึกหัดสายสนับสนุน ทั้งคู่เป็นอดีตสมาชิกหน้าใหม่ที่เหลือรอดมาจากเหตุการณ์กิลด์ล่มสลาย "มีอะไรเหรอเรน? หน้าซีดเชียว หรือว่ากลัวจนอยากจะกลับบ้านแล้ว?" ไคท์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายกโล่เหล็กกล้าขึ้นพาดบ่าด้วยท่าทีสบาย ๆ ไม่ได้ตระหนักถึงภัยเงียบที่คืบคลานเข้ามาเลยแม้แต่น้อย "ระวังตัวให้มากกว่านี้ครับ" ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังจนรอยยิ้มบนใบหน้าของไคท์จางหายไป "ผมเพิ่งตรวจพบลักษณะการกระจายตัวของมานาที่ผิดปกติ รอยขูดขีดบนผนังพวกนั้นไม่ใช่ฝีมือของมอนสเตอร์เวรยามทั่วไป ถ้าเรายังเดินหน้าต่อด้วยความประมาท หน่วยของเราอาจจะไม่เหลือแม้แต่กระดูก" มิลล่าขยับตัวเข้ามาใกล้ ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความกังวล เธอเป็นเด็กสาวที่มักจะเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของผมเสมอเนื่องจากเหตุการณ์รอดชีวิตในครั้งก่อน "นายหมายความว่า... ข้อมูลของสมาคมผิดพลาดงั้นเหรอเรน?" "ไม่ใช่ว่าผิดพลาดหรอกครับ... แต่อาจจะถูก 'ปกปิด' ต่างหาก" เสียงของเอลาร่าลอยเข้ามาในโสตประสาทของผมอีกครั้ง ดวงตาสีครามของเธอหรี่ลงเล็กน้อย "มีบางอย่างพยายามใช้ดันเจี้ยนระดับต่ำนี้เป็นสถานที่บ่มเพาะพลังงานมาร มานาที่ถูกบีบอัดจนเข้มข้นขนาดนี้ มันคือรูปแบบการสร้าง 'เนตรมารอสูร' ชัด ๆ" ก่อนที่เราจะได้ปรึกษาหารือกันต่อ เสียงคำรามต่ำทุบสะท้านก็ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องลึกของอุโมงค์ แรงสั่นสะเทือนระดับริกเตอร์ย่อม ๆ ทําให้เศษฝุ่นและก้อนหินร่วงหล่นลงมาจากเพดานถ้ำ *โครมมม!* อุณหภูมิภายในอุโมงค์ลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ดวงตาสองคู่ที่ส่องประกายสีแดงฉานราวกับโลหิตปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ห่างออกไปเพียงสามสิบเมตร ร่างมหึมาของ "ออร์คเงาทมิฬ" ที่ถูกย้อมด้วยไอพลังสีดำสนิทก้าวออกมา มันไม่ใช่แค่ออร์คธรรมดา ร่างกายของมันมีเส้นสายพลังงานสีม่วงเข้มปะทุออกมาตามผิวหนัง กล้ามเนื้อทุกมัดปูดโปนและอัดแน่นไปด้วยพละกำลังมหาศาล "ระ... ระดับ D! ไม่สิ... นั่นมันออร์คกลายพันธุ์ระดับ C ชัด ๆ!" มิลล่ากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ขาสั่นเทาจนแทบจะก้าวถอยหลังไม่ไหว ไคท์หน้าถอดสี รอยยิ้มหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขายกโล่ขึ้นตั้งรับอย่างสัญชาตญาณแต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากออร์คเงาทมิฬตัวนั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังแบกภูเขาไว้ทั้งลูก "เวรเอ๊ย! ทำไมดันเจี้ยนระดับ E ถึงมีตัวประหลาดแบบนี้หลุดเข้ามาได้วะ!" "ไม่มีเวลามาบ่นแล้วครับไคท์ ตั้งกระบวนท่ารับการโจมตีแรกให้ได้!" ผมตะโกนลั่น พร้อมกับสะบัดมือขวาเรียกวงแหวนเวทสีครามเข้มออก ในฐานะเนโครแมนเซอร์ การเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์สายความมืดโดยตรงถือเป็นงานที่ยากลำบากที่สุด พลังโจมตีทางกายภาพของพวกมันรุนแรงเกินกว่าที่เวทมนตร์อัญเชิญระดับต้นจะรับมือไหว แต่ทว่า... ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ มุมปากของผมกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความตื่นเต้นเร้าใจที่หลับใหลไปนานเริ่มสูบฉีดไปทั่วร่าง "เอลาร่า... ขอยืมเทคนิคการควบคุมมานาช่วงวินาทีนั้นหน่อยครับ" "หึ... เจ้าเด็กนี่ กล้าใช้ฉันเป็นเครื่องมือเลยรึไง" เสียงหัวเราะแผ่วเบาอย่างพึงพอใจดังขึ้นในใจของวิญญาณสาว ก่อนที่แสงสีครามเจิดจ้าจะไหลทะลักจากร่างโปร่งแสงเข้าสู่ร่างกายของผมโดยตรง ความรู้สึกร้อนวูบวาบแผ่ซ่านไปทั่วเส้นประสาท มานาในร่างกายขยายตัวขึ้นพุ่งพรวดอย่างไร้ขีดจำกัด ดวงตาของผมเปลี่ยนเป็นสีครามประกายทอง ไอความมืดสีดำสนิทระเบิดออกรอบตัวผมจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นลายงา ไคท์และมิลล่าหันมามองผมด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่เคยเห็นเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดปล่อยแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ออกมาเลย ออร์คเงาทมิฬส่งเสียงคำรามกึกก้อง มันง้างหมัดมหึมาที่ห่อหุ้มด้วยไอทมิฬ พุ่งทะยานเข้ามาหาพวกเราด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตร่างใหญ่จะทำได้ พื้นดินสั่นสะเทือนทุกย่างก้าวที่มันพุ่งเข้ามา จังหวะเวลาทุกอย่างเหมือนถูกสโลว์ดาวน์ลงในสายตาของผม การคำนวณวิถี ความเร็ว และจุดอ่อนของออร์คตัวนี้ไหลเข้ามาในหัวสมองอย่างเป็นระบบ [ระบบกำลังประมวลผลคำสั่งพิเศษ...] [ปลดล็อกทักษะเฉพาะกิจ: "โซ่ตรวนแห่งความตาย (Death Binding Chain)" ระดับกลาง] ผมก้าวเท้าออกไปด้านหน้าหนึ่งก้าว ยกคฑาไม้ในมือชี้ตรงไปยังเป้าหมาย ดวงตาคมกริบจ้องมองเงาร่างมหึมาที่กำลังพุ่งเข้ามาใกล้ ระยะห่างลดลงเหลือเพียงสิบเมตร... ห้าเมตร... สามเมตร... [CLIFFHANGER HOOK - จุดพลิกผันส่งท้ายตอน] ก่อนที่หมัดของออร์คเงาทมิฬจะกระแทกเข้าใส่โล่ของไคท์ พื้นดินเบื้องใต้เท้าของมันกลับยุบตัวลงกลายเป็นวงแหวนเวทสีเลือดขนาดใหญ่ โซ่ตรวนสีดำทมิฬนับร้อยเส้นพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดินพันธนาการร่างของมันไว้แน่นหนา พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าอันเย็นเยียบที่ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังออร์คตัวนั้น—เสียงของใครบางคน หรือบางสิ่ง ที่หัวเราะเยาะเย้ยพวกเราอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของดันเจี้ยนชั้นนี้... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดคนนี้มาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้คืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%