วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์: รอยจารึกใต้หล้า•ตอนที่ 4

ร่องรอยในหุบเขาพันปี

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"วางกระบี่เสีย ไป๋อวิ๋น... กลิ่นอายที่เจ้าสัมผัสได้ ไม่ใช่ลมหายใจของมิตรสหาย" เสียงของหลินเอ๋อร์แผ่วเบาราวกับเสียงใบไม้เสียดสี แต่ความเย็นเยียบในน้ำเสียงนั้นกลับบาดลึกถึงกระดูก ไป๋อวิ๋นชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเข้าสู่เขตหุบเขาพันปี เบื้องหน้าของเขามิใช่ป่าทึบธรรมดา หากแต่เป็นกลุ่มหมอกสีหม่นที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ ราวกับรอยร้าวของมิติที่ถูกใครบางคนกรีดไว้ด้วยอาวุธล้ำลึก ชายหนุ่มหยุดนิ่ง กระบี่ไร้ลักษณ์ในฝักสั่นไหวเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับชีพจรของเขา เขาไม่ได้ตอบคำถามนาง ทว่าดวงตาคมปลาบคู่นั้นกลับกวาดมองไปทั่วบริเวณ สัญชาตญาณเตือนให้เขารู้ว่า 'ร่องรอย' ที่เขากำลังตามหา ไม่ได้ถูกทิ้งไว้บนพื้นดิน แต่มันถูกจารึกไว้ในอากาศที่เขากำลังหายใจเข้าไป "เจ้าเห็นหรือไม่?" ไป๋อวิ๋นเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากดดัน "ไอสังหารที่สะสมมานานนับพันปีในหุบเขานี้ มิใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มันคือ 'ค่ายกลปิดตาย' ที่จ้าวพยัคฆ์ทมิฬใช้ซ่อนขุมพลังที่เหลือของสำนักเรา" หลินเอ๋อร์ขมวดคิ้ว มือเรียวบางของนางขยับพลิกป้ายหยกในมือเพื่อคำนวณทิศทางแสงที่ลอดผ่านหมอก "หากมันเป็นค่ายกล สิ่งที่ข้าห่วงไม่ใช่การติดอยู่ในนี้ แต่คือการที่เรากำลังเดินเข้าไปในจุดที่ศัตรู 'รอ' ให้เราเดินเข้าไปหา... เจ้าคิดว่าการที่รอยจารึกปรากฏชัดเจนถึงเพียงนี้ เป็นเรื่องบังเอิญหรือ?" ไป๋อวิ๋นไม่ตอบ เขาขยับกายดุจเงาพราย ก้าวผ่านม่านหมอกเข้าไปโดยไม่ลังเล การเคลื่อนไหวของเขาไร้ร่องรอย ไร้เสียง เหมือนน้ำที่ไหลไปตามทางลาดชันของหุบเขา หลินเอ๋อร์รีบก้าวตาม ทิ้งห่างเพียงครึ่งช่วงตัว ความเงียบงันในหุบเขาช่างน่าสะพรึงกลัว ไม่มีเสียงนก ไม่มีเสียงแมลง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวจังหวะเดียวกับความระแวง เมื่อพ้นแนวเขาที่บีบแคบ พวกเขาก็พบกับลานหินกว้างที่เต็มไปด้วยซากกระดูกสัตว์และเศษโลหะที่ขึ้นสนิมกรัง ตรงกลางลานหินนั้น มีศิลาจารึกขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ รอยสลักบนศิลามีลักษณะแปลกประหลาด มันไม่ใช่ตัวอักษรของมนุษย์ แต่เป็น 'รอยกรีด' ที่ดูคล้ายลวดลายของคัมภีร์ที่สาบสูญ "นั่นไง..." ไป๋อวิ๋นพึมพำ เขายื่นมือออกไปสัมผัสศิลา แต่นิ้วของเขายังไม่ทันแตะพื้นผิว ลำแสงสีดำสนิทก็พุ่งออกจากรอยสลักเข้าปะทะกับลมปราณของเขาจนกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว "อย่าสัมผัสด้วยปราณปกติ!" หลินเอ๋อร์ร้องเตือน "มันคือ 'รอยจารึกพันปี' ที่ต้องใช้ลมปราณของผู้ที่สำนักเดียวกันเท่านั้นในการอ่านค่า ข้าเคยอ่านจากตำราเก่าแก่ หากเจ้าฝืนใช้พลังมืดมนเช่นนี้เข้าแทรกแซง เจ้าอาจถูกดูดกลืนวิญญาณ!" ไป๋อวิ๋นยืนนิ่ง กัดฟันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามขึ้นเป็นสัน ลมปราณในกายเขาเริ่มปั่นป่วนจากการปะทะครั้งแรก เขารู้ดีว่าเขากำลังถูกจับจ้องจากดวงตานับร้อยคู่ที่ซ่อนอยู่ในเงาหุบเขา นี่ไม่ใช่การมาหาข้อมูล แต่นี่คือ 'กับดัก' ที่ถูกวางไว้ตั้งแต่แรก "หลินเอ๋อร์ เจ้าจงถอยไปที่ปากทาง" ไป๋อวิ๋นสั่งเสียงเฉียบขาด เขาค่อยๆ ปลดฝักกระบี่ออกจากเอว "ข้าสัมผัสได้ถึงไอสังหารของ 'พรรคหมื่นมาร' ไม่ใช่แค่เพียงร่องรอย... พวกมันอยู่ใกล้กว่าที่ข้าคิด" "เจ้าจะทำอะไร? อย่าบอกนะว่าเจ้าจะใช้..." "วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ ขั้นที่เจ็ด" ไป๋อวิ๋นตัดบท แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นว่างเปล่าดุจห้วงอวกาศที่ไร้จุดจบ "หากพวกมันต้องการให้ข้าเผยไต๋ ข้าก็จะแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่จ้าวพยัคฆ์ทมิฬหวาดกลัวที่สุด คืออะไร" ทันใดนั้น เสียงปรบมือดังแผ่วมาจากเงามืดด้านบนหน้าผา เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทค่อยๆ ก้าวออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากคมกระบี่ที่พาดผ่านดวงตาข้างหนึ่ง จ้าวพยัคฆ์ทมิฬยืนหยัดอยู่ตรงนั้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูน่าเวทนา "ไป๋อวิ๋น... ความโง่เขลาของคนตระกูลเจ้ายังคงเหมือนเดิม" เสียงของมันก้องกังวานไปทั่วหุบเขา "เจ้าคิดว่าศิลาจารึกนี่คือขุมพลังงั้นรึ? เปล่าเลย... มันคือ 'กรงขัง' ที่ข้าใช้เก็บวิญญาณอาจารย์เจ้าต่างหาก และตอนนี้ เมื่อเจ้าก้าวเข้ามาในนี้ เจ้าก็คือ 'กุญแจ' ดอกสุดท้ายที่ข้าขาดไป" ทันทีที่สิ้นคำพูด รอยจารึกบนศิลาก็เริ่มเรืองแสงสีเลือด ร่างของไป๋อวิ๋นแข็งทื่อราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น หลินเอ๋อร์ที่พยายามจะพุ่งเข้าไปช่วยกลับถูกแรงกดดันมหาศาลผลักกระเด็นจนกระอักเลือด และในวินาทีที่เขากำลังจะสูญเสียสติไป๋อวิ๋นกลับพบว่า กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือของเขาไม่ได้สั่นไหวด้วยความกลัว แต่มันกำลัง 'ดูดกลืน' ไอสังหารสีเลือดเหล่านั้นเข้าไปจนหมดสิ้น เงาที่เขาเคยเห็นว่าเป็นศัตรู แท้จริงแล้วกลับกลายเป็นเพียง 'ร่างแยก' ของอาจารย์เขาที่ถูกควบคุมด้วยมนตรามืด และเมื่อร่างนั้นเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาที่เคยขุ่นมัวกลับจ้องมองไป๋อวิ๋นด้วยแววตาแห่งความแค้นที่แสนคุ้นเคย พร้อมกับเสียงที่กระซิบข้างหูของเขาว่า... "ฆ่าข้า... หรือไม่เจ้าก็ต้องตายในสภาพเดียวกับข้า" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในยุทธภพแห่งนี้กับ "หมื่นกระบี่คืนรัง" ครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์: รอยจารึกใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%