"เจ้ากำลังฝืนใช้กล้ามเนื้อแทนที่จะใช้หัวใจ... ผ่อนคลายเสีย หลินเอ๋อร์ กระบี่ไม่ใช่ศัตรูของเจ้า แต่เป็นส่วนต่อขยายของลมหายใจ"
ไป๋อวิ๋นเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก เขาไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อยขณะที่เด็กสาวตวัดกิ่งไม้ในมือเข้าใส่ลำคอของเขา หลินเอ๋อร์ขมวดคิ้วแน่น เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายบนหน้าผากขาวนวล นางหอบหายใจถี่ด้วยความเหนื่อยล้าจากการฝึกซ้อมที่ล่วงเลยมานานนับชั่วยาม
"ท่านบอกให้ข้าผ่อนคลาย แต่ทุกลมหายใจของท่านกลับกดดันจนข้าแทบสำลัก!" หลินเอ๋อร์วางกิ่งไม้ลง กระแทกเสียงใส่อย่างอดไม่ได้ "วิชาของสำนักไร้ลักษณ์... มันมีอยู่จริงหรือ? หรือเป็นเพียงการหลอกให้ข้าหมุนตัวไปมาเหมือนคนบ้าในป่าลึกแห่งนี้"
ไป๋อวิ๋นมองดูใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาปะทะกับปลายกิ่งไม้ในมือของเขา แสงสีทองของยามเย็นอาบไล้ร่างที่ดูราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดพู่กันจีน เขาไม่ได้โกรธเคืองต่อคำประชดประชันนั้น ตรงกันข้าม เขากลับยื่นปลายนิ้วออกไปสัมผัสอากาศว่างเปล่าที่อยู่เบื้องหน้า
"ดูนั่น" เขาชี้ไปยังใบไม้ที่กำลังร่วง "เจ้าพยายามจะรับมันด้วยความเร็ว แต่นั่นคือการต่อต้านกระแสแห่งเต๋า หากเจ้าไม่เคลื่อนไหวตามวิถีของมัน เจ้าก็จะไม่มีวันจับต้องแก่นแท้ได้... เช่นเดียวกับวิชาป้องกันตัวที่ข้าสอน หากเจ้ายังยึดติดกับ 'รูปแบบ' เจ้าก็จะเป็นเพียงหุ่นเชิดที่มีกระบี่อยู่ในมือ"
หลินเอ๋อร์ทรุดตัวลงนั่งบนโขดหิน นางมองดูมือของตัวเองที่ยังสั่นเทาจากการเกร็งกล้ามเนื้อ "บางครั้งข้าก็สงสัยว่า การที่ท่านเลือกจะสอนข้าให้รอดพ้นจากภัยร้าย คือความเมตตา... หรือเป็นการลากข้าเข้ามาในวงจรล้างแค้นที่ไม่มีวันจบสิ้นกันแน่ ไป๋อวิ๋น?"
คำถามนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจของชายหนุ่ม แววตาของไป๋อวิ๋นไหววูบไปชั่วครู่ ภาพของสำนักที่ถูกเพลิงเผาผลาญในอดีตฉายชัดขึ้นมาในมโนภาพ กลิ่นคาวเลือดและเสียงกรีดร้องที่เขาพยายามฝังกลบไว้ภายใต้ความสงบเย็นเริ่มสั่นคลอน
"ข้าไม่ต้องการให้เจ้าล้างแค้น" เขาตอบ เสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของภูตผี "ข้าเพียงต้องการให้เจ้า... มีลมหายใจอยู่ในโลกที่ความตายไล่ล่าเราอยู่ทุกขณะ"
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปทางแนวป่าทึบเบื้องหน้า สัญชาตญาณนักรบของเขาที่ฝึกฝนมานับทศวรรษกำลังส่งสัญญาณเตือนภัย ลมหายใจของป่าเปลี่ยนไป นกที่เคยส่งเสียงร้องกลับเงียบกริบ กลิ่นสาบของสัตว์ป่าที่ดุร้ายเกินธรรมชาติลอยมาตามสายลม มันไม่ใช่เพียงแค่สัตว์ แต่เป็น 'จิตสังหาร' ที่เข้มข้นจนอากาศรอบข้างหนาวเหน็บ
"หลินเอ๋อร์" ไป๋อวิ๋นเรียกเสียงต่ำ มือของเขากดลงบนด้ามกระบี่ที่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ "ถอยไปข้างหลังข้า"
"เกิดอะไรขึ้น?" หญิงสาวขยับตัวด้วยความตื่นตระหนก สายตาของนางจ้องมองไปยังจุดที่ไป๋อวิ๋นกำลังจับจ้อง
ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีเสียงกิ่งไม้หัก แต่ทว่าจากความมืดมิดของพุ่มไม้ เงาร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาอย่างช้าๆ ชายผู้นั้นสวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าซีกซ้ายถูกปกปิดด้วยหน้ากากเหล็กรูปพยัคฆ์ กลิ่นอายความตายที่แผ่ออกมาจากร่างเขารุนแรงเสียจนหญ้าบริเวณรอบข้างเหี่ยวเฉาลงในพริบตา
"ไป๋อวิ๋น... ศิษย์คนสุดท้ายแห่งสำนักไร้ลักษณ์" เสียงของมันแหบพร่าคล้ายเหล็กเสียดสีกัน "นายท่านส่งข้ามาเพื่อเตือนเจ้า ว่ารอยจารึกใต้หล้าที่เจ้าพยายามจะปกป้องนั้น... บัดนี้ได้กลายเป็นสุสานของเจ้าแล้ว"
ไป๋อวิ๋นไม่ได้ขยับ แต่บรรยากาศรอบตัวเขากลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ความสงบเย็นที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยรัศมีกระบี่ที่แหลมคมดุจน้ำแข็งค้างปี เขาไม่ได้ชักกระบี่ออกมา แต่กระบี่ในฝักกลับส่งเสียง 'หึ่ง' ราวกับมีชีวิต
"จ้าวพยัคฆ์ทมิฬคงจะตื่นตระหนกมากกระมัง ถึงได้ส่งสุนัขรับใช้มาตายในที่ห่างไกลเช่นนี้" ไป๋อวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ทว่าในแววตานั้นกลับเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นที่น่าสะพรึงกลัว
ชายในหน้ากากเหล็กหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะดังสะท้อนไปทั่วหุบเขาพร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างอีกนับสิบที่โผล่ออกมาจากยอดไม้ พวกมันทั้งหมดคือยอดฝีมือจากพรรคหมื่นมารที่ล้อมพวกเขาทั้งสองไว้จนไม่มีทางหนี
"วันนี้ไม่มีใครรอดออกจากป่านี้ได้" ชายหน้ากากเหล็กชักมีดสั้นอาบยาพิษออกมา "คัมภีร์ไร้ลักษณ์ต้องตกเป็นของนายท่าน... ส่วนชีวิตของเจ้า จะเป็นเครื่องเซ่นสังเวยแรกของคืนนี้"
ไป๋อวิ๋นผ่อนลมหายใจยาว ขยับมือไปจับฝักกระบี่อย่างมั่นคง เขาหันไปมองหลินเอ๋อร์ที่กำลังสั่นกลัวด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังและคำสั่งในคราวเดียว
"จำวิถีที่ข้าสอนไว้... หายใจเข้ากับกระบี่ หายใจออกพร้อมกับความตาย"
ทันใดนั้น ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออก เงาของบุคคลที่สามผู้หนึ่งก็กระโดดลงมาจากยอดไม้สูงใหญ่ ร่อนลงยืนระหว่างไป๋อวิ๋นและเหล่านักฆ่าพรรคหมื่นมารอย่างองอาจ แสงจันทร์เริ่มเผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย... ชายผู้นี้คือคนที่ไป๋อวิ๋นเคยเชื่อว่าตายไปแล้วในสงครามเมื่อสิบปีก่อน!
"ไป๋อวิ๋น... ถ้าเจ้าอยากมีชีวิตรอด จงอย่าใช้กระบี่ของเจ้าในตอนนี้ เพราะผู้ที่กำลังเข้ามาไม่ใช่เพียงแค่พรรคหมื่นมาร แต่ยังมี 'ศัตรูที่แท้จริง' ที่เจ้าลืมไปแล้วว่ามันกำลังเฝ้ามองเราอยู่บนยอดเขานั้น!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในยุทธภพแห่งนี้กับ "หมื่นกระบี่คืนรัง" ครับ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์: รอยจารึกใต้หล้า•ตอนที่ 3
วิถีแห่งเต๋าและคมกระบี่
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์: รอยจารึกใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!