วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์: รอยจารึกใต้หล้า•ตอนที่ 15

คำสัตย์ปฏิญาณ

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"เจ้าจงใจวางกระบี่ลงบนพื้นโคลนเช่นนั้น... หมายความว่าอย่างไร?" เสียงของจ้าวพยัคฆ์ทมิฬเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งในหน้าหนาว ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีนิลทมิฬยืนตระหง่านอยู่บนยอดเขาไร้นาม สายตาคมกริบดั่งสัตว์ป่าจับจ้องไปยังชายหนุ่มเบื้องหน้าด้วยความฉงนผสมสมเพช ไป๋อวิ๋นไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาเพียงแต่มองลงไปที่กระบี่ในมือ—กระบี่ที่ครั้งหนึ่งเคยส่องประกายด้วยจิตสังหารอันบริสุทธิ์ ทว่ายามนี้ รัศมีของมันกลับเปลี่ยนไปอย่างประหลาด มันไม่มีรูปร่างที่แน่นอน คล้ายจะโปร่งแสงดั่งไอน้ำ และในขณะเดียวกันก็หนักอึ้งดุจขุนเขาที่กดทับลงบนจิตวิญญาณของผู้ถือครอง "สิ่งที่อยู่ในมือข้า ไม่ใช่กระบี่ที่ทำจากเหล็กกล้าอีกต่อไปแล้วท่านประมุข" ไป๋อวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบ สายตาของเขามองผ่านร่างของจ้าวพยัคฆ์ทมิฬไปราวกับกำลังมองเห็นกระแสธารแห่งเวลาที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว "แต่มันคือคำสัตย์ปฏิญาณที่ข้าเคยมอบไว้ให้แก่เหล่าอาจารย์และศิษย์ร่วมสำนักที่ล่วงลับ... คำสัตย์ที่จะไม่ยอมให้มารร้ายเช่นท่านเหยียบย่ำแผ่นดินนี้อีกต่อไป" จ้าวพยัคฆ์ทมิฬแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะดังก้องกังวานจนก้อนหินรอบข้างสั่นสะเทือน "คำสัตย์ปฏิญาณกินไม่ได้ และแน่นอน... มันสังหารคนไม่ได้ด้วย! เจ้าคิดว่าวิชาที่สูญสิ้นไปแล้วอย่าง 'กระบี่ไร้ลักษณ์' จะต้านทานพลังหมื่นมารของข้าได้หรือ?" "ข้าไม่ได้มาเพื่อเอาชนะท่าน" ไป๋อวิ๋นค่อยๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวที่เขาวางเท้าลง พื้นดินที่เคยแตกแยกกลับค่อยๆ สงบนิ่งดั่งถูกมนตราสะกด "ข้ามาเพื่อทำลายความทะยานอยากของท่านให้สิ้นซาก" หลินเอ๋อร์ซึ่งยืนหลบอยู่หลังโขดหินห่างออกไป กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ เธอพยายามรวบรวมลมปราณเพื่อกางค่ายกลคุ้มครอง แต่เมื่อเห็นแผ่นหลังของไป๋อวิ๋นที่ดูโดดเดี่ยวแต่ทว่าแกร่งกล้ากว่าทุกคราที่ผ่านมา เธอก็รับรู้ได้ว่านี่ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยพละกำลัง แต่มันคือการต่อสู้ระหว่าง 'ความยึดติด' กับ 'ความปล่อยวาง' ไป๋อวิ๋นหยุดลงห่างจากจ้าวพยัคฆ์ทมิฬเพียงสามก้าว เขาไม่ได้ตั้งท่ากระบี่ตามตำราสำนักใดทั้งสิ้น เขาสูดลมหายใจเข้าลึก จิตของเขาหลอมรวมเข้ากับธรรมชาติโดยรอบ ความว่างเปล่าที่เคยเป็นปมในใจถูกเติมเต็มด้วยความเข้าใจในวิถีเต๋า—ทุกสิ่งเกิดจากความว่าง และดับลงที่ความว่าง จ้าวพยัคฆ์ทมิฬไม่รอช้า เขาตวัดฝ่ามือขวาที่อัดแน่นด้วยปราณทมิฬ พุ่งทะยานเข้าใส่จุดตายกลางหน้าอกของไป๋อวิ๋น แรงกดดันมหาศาลทำให้ใบไม้รอบข้างปลิดปลิวและแตกละเอียดเป็นผุยผง นี่คือเคล็ดวิชา 'หัตถ์ทำลายล้างหมื่นกระดูก' ที่ไม่มีใครในยุทธภพเคยรอดชีวิต! ไป๋อวิ๋นไม่ถอยหลังแม้เพียงครึ่งก้าว เขายกกระบี่ขึ้นเพียงเบาแรง กระบี่ที่ดูไร้ตัวตนนั้นปะทะเข้ากับฝ่ามือของจ้าวพยัคฆ์ทมิฬกลางอากาศ... ทว่าไม่มีเสียงดังสนั่น ไม่มีคลื่นพลังปะทะอย่างที่ควรจะเป็น ทุกอย่างเงียบกริบ จ้าวพยัคฆ์ทมิฬเบิกตากว้าง พลังทมิฬที่เขาสั่งสมมานับสิบปีราวกับถูกสูบหายเข้าไปในกระบี่เล่มนั้น ความตกตะลึงระบายไปทั่วใบหน้าดุร้ายของเขา "เป็นไปไม่ได้... กระบี่ของเจ้า... มันไม่ได้ต้านรับ แต่มันกำลังกลืนกินข้า!" "ท่านประมุข ท่านหลงลืมไปนานแล้วว่าตัวตนของท่านเกิดมาจากอะไร" ไป๋อวิ๋นกล่าวเสียงแผ่ว แต่ทุกคำพูดกลับดังกึกก้องในโสตประสาทของอีกฝ่าย "ท่านแสวงหาอำนาจเพื่อปกปิดความกลัว... ความกลัวที่จะต้องสูญเสียตัวตนไปในความว่างเปล่า" ไป๋อวิ๋นบิดข้อมือเพียงเล็กน้อย กระแสพลังมหาศาลที่ถูกกระบี่ดูดซับไว้ถูกส่งคืนกลับไปในรูปแบบที่ต่างออกไป มันเป็นพลังที่เบาบางดั่งสายลม แต่คมกล้าดั่งเพชรพลอยจารึกกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ จ้าวพยัคฆ์ทมิฬกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เลือดสดๆ พุ่งออกจากมุมปาก เขาจ้องมองไป๋อวิ๋นด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด นี่ไม่ใช่ยอดฝีมือที่เขารู้จัก นี่คือตัวตนที่ก้าวข้ามผ่านมนุษย์ธรรมดาไปแล้ว "เจ้า... เจ้าบรรลุวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ถึงขั้นวิญญาณสถิตแล้วรึ?" จ้าวพยัคฆ์ทมิฬครางเสียงสั่น ไป๋อวิ๋นไม่ตอบ เขาก้าวเข้ามาใกล้จนปลายกระบี่จ่ออยู่ที่ลำคอของประมุขพรรคหมื่นมาร "เหตุการณ์ในวันนั้นที่สำนักของข้าถูกเผาทำลาย ข้าเคยโทษฟ้าดิน ข้าเคยเคียดแค้นท่าน... แต่ในวินาทีนี้ ข้าขอบคุณท่านที่ทำให้ข้าเข้าใจว่า กระบี่ที่แท้จริงไม่เคยต้องการบาดแผลของใคร" ทว่าในจังหวะที่ทุกอย่างดูเหมือนกำลังจะจบลง ท้องฟ้าเหนือยอดเขากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เงาดำสายหนึ่งพุ่งลงมาจากหมู่เมฆด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้า รวดเร็วเสียจนหลินเอ๋อร์กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ไป๋อวิ๋นสัมผัสได้ถึงอันตรายมหาศาลจากด้านหลัง เขาตัดสินใจเปลี่ยนวิถีกระบี่อย่างกะทันหันเพื่อเบี่ยงเบนทิศทาง ทว่าเขากลับพบว่าดาบที่จู่โจมเข้ามานั้น มิใช่ดาบของศัตรู... แต่เป็นดาบที่ตีตราด้วยสัญลักษณ์ของ 'สำนักกระบี่หลวง' ที่เขานึกว่าสาบสูญไปนานแล้ว ปลายดาบเล่มนั้นแทงทะลุหัวไหล่ของไป๋อวิ๋นอย่างแม่นยำ พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นเยียบกว่าพยัคฆ์ทมิฬดังขึ้นข้างหูเขา "เจ้าหนู... คำสัตย์ปฏิญาณของเจ้ามันไร้ค่า หากเจ้าลืมไปว่าใครเป็นคนสอนให้เจ้าใช้กระบี่นี้ตั้งแต่แรก" ไป๋อวิ๋นทรุดเข่าลงกับพื้น เลือดสีแดงฉาดไหลย้อมชุดขาวของเขาจนเปลี่ยนสี เขาเงยหน้าขึ้นมองชายวัยกลางคนที่ยืนหยัดอยู่เบื้องหลังเขาด้วยแววตาที่สั่นไหวอย่างรุนแรง ชายผู้นั้น... บุคคลที่เขาเคารพดุจบิดาผู้ล่วงลับไปเมื่อสิบปีก่อน ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามรอยจารึกใต้หล้านี้ไปกับข้า "หมื่นกระบี่คืนรัง" นะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์: รอยจารึกใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%