วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์: รอยจารึกใต้หล้า•ตอนที่ 16

มหาสงครามบนยอดเขาฟ้า

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
“ท่านมีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งนี้จริงหรือ? สิบปีที่ข้าเฝ้าตามหาความจริง... สิบปีที่ข้าแบกรับชื่อของสำนักที่เหลือเพียงกองเถ้าถ่านไว้บนบ่า กลับกลายเป็นเพียงบทละครฉากหนึ่งที่ท่านเป็นผู้กำกับ!” เสียงของไป๋อวิ๋นแหบพร่า สั่นเครือด้วยความเจ็บปวดที่มิใช่เพียงเพราะคมกระบี่ที่ฝังลึกในหัวไหล่ แต่เป็นความร้าวรานในจิตวิญญาณ เขาเงยหน้ามองบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ชายผู้ที่เขารักและเคารพประดุจบิดา—อาจารย์อา ‘มู่หรงเทียน’ บัดนี้แววตาที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งใต้ทะเลลึก มู่หรงเทียนไม่ตอบทันที เขาสะบัดกระบี่ในมือเพียงเบา คราบเลือดของไป๋อวิ๋นกระเซ็นลงบนหิมะบนยอดเขาฟ้าเป็นหย่อมสีแดงฉาดราวกับดอกเหมยที่บานสะพรั่งท่ามกลางความตาย “เจ้าโตขึ้นมาก ไป๋อวิ๋น” มู่หรงเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจที่กดทับบรรยากาศรอบข้างให้หนักอึ้ง “เจ้าถามถึงเหตุผล? ในยุทธภพที่เน่าเฟะใบนี้ คุณธรรมเป็นเพียงคำที่ผู้แพ้ใช้ปลอบใจตนเอง การที่สำนักของเจ้าต้องล่มสลาย นั่นเป็นเพียง ‘วัฏจักร’ ที่ต้องเกิดขึ้นเพื่อให้วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ที่แท้จริงได้จุติใหม่” “จุติใหม่หรือ?” ไป๋อวิ๋นแค่นหัวเราะ หยาดเลือดไหลรินผ่านสันกราม “ด้วยการสังหารศิษย์ร่วมสำนัก และทรยศต่ออุดมการณ์ของตนเองน่ะหรือ!” ไม่ทันสิ้นคำ ไป๋อวิ๋นใช้แรงเฮือกสุดท้ายดีดตัวขึ้นจากพื้น ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือวาดวงโค้งที่ไร้ทิศทาง แต่อัดแน่นด้วยปราณกระบี่ที่บริสุทธิ์และโหดเหี้ยมในคราวเดียวกัน มู่หรงเทียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะขยับกายหลบหลีกดุจวิหคที่ร่อนลงจากเมฆา ทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ เสียงโลหะกระทบกันดังก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของมังกร ในขณะเดียวกัน ที่ตีนเขา ลมพายุกำลังก่อตัวขึ้น หลินเอ๋อร์วิ่งฝ่าหิมะหนาเตอะขึ้นมาด้วยหัวใจที่แทบจะหยุดเต้น ในมือของนางกำผงยาพิษและยันต์ค่ายกลแน่น สายตาของนางจับจ้องไปที่ยอดเขาฟ้าที่บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยไอสังหารสีดำสนิทจากกองทัพของ ‘จ้าวพยัคฆ์ทมิฬ’ จ้าวพยัคฆ์ทมิฬยืนอยู่บนชะง่อนผา เบื้องหลังคือพรรคหมื่นมารที่พร้อมจะกรูกันขึ้นไปบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า “ดูสิ... สุนัขไล่เนื้อกำลังกัดกันเอง” ประมุขมารหัวเราะลั่น เสียงนั้นแหบพร่าและเปี่ยมด้วยความกระหาย “เมื่อมันทั้งสองอ่อนแรงลง เราจะกวาดล้างทั้งยอดเขาฟ้า แล้วคัมภีร์วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์จะเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว!” “ท่านจะทำเช่นนั้นไม่ได้!” หลินเอ๋อร์ตะโกนแทรกผ่านความเงียบของพายุ นางปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าจ้าวพยัคฆ์ทมิฬ แม้ร่างบอบบางจะสั่นเทาด้วยความกลัว แต่แววตานางกลับเด็ดเดี่ยว “ไป๋อวิ๋นไม่มีทางพ่ายแพ้ต่อแผนการโสมมของพวกท่าน!” จ้าวพยัคฆ์ทมิฬหันมามองนางด้วยสายตาเย้ยหยัน “หญิงสาวผู้หลงรักคนตาย... เจ้าไม่รู้หรือว่าบนยอดเขานั้น ไม่มีที่ว่างให้แก่ความรัก มีเพียงที่ว่างให้แก่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น” บนยอดเขา การต่อสู้ยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด ไป๋อวิ๋นรู้สึกได้ว่าปราณในร่างเริ่มแปรปรวน วิชา ‘กระบี่ไร้ลักษณ์’ ของเขาต้องการความสงบเยือกเย็น แต่ในยามนี้ จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความแค้น มู่หรงเทียนอาศัยจังหวะที่ไป๋อวิ๋นเสียสมาธิ พุ่งกระบี่เข้าใส่จุดตายที่กลางอก ทันใดนั้นเอง แสงสีทองสว่างวาบขึ้นจากอกเสื้อของไป๋อวิ๋น! มันคือม้วนคัมภีร์เก่าแก่ที่เขาได้รับมาจากปรมาจารย์ท่านสุดท้ายก่อนสิ้นใจ คัมภีร์นั้นสั่นไหวรุนแรงราวกับมีชีวิต พลังมหาศาลผลักกระบี่ของมู่หรงเทียนกระเด็นออกไป ส่งผลให้ทั้งคู่ต้องกระโดดถอยหลังไปคนละทิศทาง มู่หรงเทียนเบิกตากว้าง ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปในพริบตาเมื่อเห็นอักขระโบราณบนคัมภีร์เริ่มส่องแสงและลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า “นี่คือ... สิ่งที่ทุกคนตามหา” มู่หรงเทียนพึมพำด้วยเสียงที่สั่นเครือ “มันไม่ได้ถูกเขียนไว้บนกระดาษ แต่มันถูกจารึกไว้ในสายเลือดของเจ้า!” ไป๋อวิ๋นมองดูคัมภีร์ที่ลอยอยู่ตรงหน้า ความทรงจำนับพันปีหลั่งไหลเข้าสู่สมองของเขา ความเจ็บปวดจากบาดแผลดูเหมือนจะเลือนหายไป แทนที่ด้วยพลังอำนาจที่เขาสามารถสัมผัสได้ถึงจุดกำเนิดและจุดจบของทุกสรรพสิ่ง แต่ทว่า ในจังหวะที่ทุกอย่างดูเหมือนกำลังจะคลี่คลาย เสียงระเบิดดังกึกก้องมาจากทางเข้าสู่ยอดเขาฟ้า กำแพงน้ำแข็งที่เคยปิดตายถูกทำลายลงพร้อมกับการปรากฏตัวของกองทัพหมื่นมารที่ถาโถมเข้ามาดุจคลื่นยักษ์ และท่ามกลางฝูงชนนั้น จ้าวพยัคฆ์ทมิฬก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่ไป๋อวิ๋นเคยพบเจอ “ขอบคุณที่เปิดทางให้ข้า ไป๋อวิ๋น” จ้าวพยัคฆ์ทมิฬเอ่ย “เมื่อเจ้าตื่นรู้ พลังของเจ้าจะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกมหาอำนาจที่แท้จริงของโลกใบนี้... และกุญแจนั้น ต้องแลกมาด้วยชีวิตของคนที่เจ้าห่วงใยที่สุด” ชายร่างใหญ่หันไปคว้าคอเสื้อของหลินเอ๋อร์ที่ถูกจับตัวมาได้จากเชิงเขา ก่อนจะนำใบมีดจ่อที่ลำคอระหงของนาง สายตาของเขาจ้องเขม็งมาที่ไป๋อวิ๋น “วางกระบี่ของเจ้าลงเสีย หรือจะดูนางดับสูญไปพร้อมกับความลับของสำนักที่เจ้าปกป้องไว้!” ไป๋อวิ๋นยืนนิ่งงัน กระบี่ในมือสั่นไหวอย่างรุนแรง ระหว่าง ‘วิถีกระบี่’ ที่เขาเพิ่งเข้าใจอย่างถ่องแท้ กับ ‘ลมหายใจ’ ของสตรีเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้ ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของยอดจอมยุทธ์ผู้นี้มาจนถึงตอนที่ 16 นะครับ ขอให้มีความสุขกับการอ่านครับผม
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์: รอยจารึกใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%