วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์: รอยจารึกใต้หล้า•ตอนที่ 14

การสูญเสียที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
“ความตายเป็นเพียงการเดินทางสั้นๆ ของจิตวิญญาณ... แต่สำหรับเจ้า สิ่งที่ข้าจะมอบให้ในวันนี้ คือจุดสิ้นสุดที่ไร้ซึ่งทางกลับครับ” ไป๋อวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ ทว่านัยน์ตาที่ทอดมองชายชุดเทากลับว่างเปล่าดุจก้นบึ้งของมหาสมุทร เขายืนตระหง่านท้าทายแรงกดดันจากลมปราณที่ถาโถมเข้ามา เลือดสีดำที่มุมปากหาได้ทำให้ความสง่างามของเขาลดทอนลงไม่ ตรงกันข้าม มันกลับส่งให้รอยยิ้มจางๆ นั้นดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจ ชายชุดเทาชะงักฝีเท้า มือที่กุมกระบี่สั่นไหวเล็กน้อยด้วยความรู้สึกประหลาด “เจ้าดื่มพิษมรณะเข้าไปแล้ว... เหตุใดวิถีลมปราณของเจ้ายังคงนิ่งสงบราวกับน้ำในอ่างแก้ว?” ไป๋อวิ๋นไม่ตอบ เขาสะบัดข้อมือเพียงเบา กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือที่ปราศจากรูปลักษณ์ภายนอกกลับสั่นสะท้าน อากาศรอบข้างบิดเบี้ยวเป็นวงคลื่น “พลังของข้าไม่ได้อยู่ในเส้นชีพจร แต่มันหลอมรวมอยู่ในทุกอณูของจิตวิญญาณ ท่านคงลืมไปว่า... สิ่งที่ไม่อาจมองเห็น มักเป็นสิ่งที่สังหารท่านได้รวดเร็วที่สุด” ฉับพลันนั้น ร่างของไป๋อวิ๋นหายวับไปกับตา! ไม่ใช่การเคลื่อนที่ที่รวดเร็วเกินมองเห็น แต่เป็นการ ‘กลืนกิน’ ตัวเองเข้ากับความมืดมิดรอบข้าง ชายชุดเทาเบิกตากว้าง สัญชาตญาณสัตว์ป่าร้องเตือนภัย เขารีบยกกระบี่ขึ้นป้องกันตัว ทว่าเสียง ‘ฉับ’ กลับดังขึ้นมาจากทิศทางที่ไม่มีใครคาดคิด “ระวัง!” เสียงหวานลุกลี้ลุกลนดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหง หลินเอ๋อร์พุ่งทะยานออกมาจากเงามืดของพุ่มไม้ มือของนางดีดเข็มเงินนับสิบเล่มเข้าสกัดจุดตายของชายชุดเทาเพื่อเปิดช่องว่าง ทว่านางประเมินกำลังของฝ่ายตรงข้ามต่ำไป ชายชุดเทาคำรามลั่นสะบัดลมปราณแกร่งกร้าวเป็นกำแพงป้องกัน เข็มเงินกระเด็นหลุดหายไปในความมืด ก่อนที่เขาจะตวัดกระบี่ตวัดเข้าใส่เงาร่างที่บังอาจขวางทาง “หลินเอ๋อร์! ถอยไป!” ไป๋อวิ๋นตวาดก้อง พลังไร้ลักษณ์ระเบิดออกดุจภูเขาถล่ม หวังจะซัดกระแทกชายชุดเทาให้กระเด็นออกไป แต่สายไปแล้ว... รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าของศัตรู ชายชุดเทาหาได้สนใจการโจมตีของไป๋อวิ๋นไม่ เขายอมแลกเลือดด้วยการรับกระบี่ไป๋อวิ๋นเข้าที่ไหล่ขวา เพื่อใช้มือซ้ายที่ถือมีดสั้นอาบพิษอีกเล่ม แทงทะลุผ่านช่องว่างที่หลินเอ๋อร์เปิดไว้โดยไม่ลังเล เสียงมีดสั้นเจาะผ่านเนื้อผ้าและแทงเข้าที่ท้องน้อยของหลินเอ๋อร์ดัง ‘ฉึก’ ชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน เวลาดูเหมือนหยุดนิ่งไปชั่วอึดใจ หลินเอ๋อร์เบิกตากว้าง ร่างบางทรุดลงกับพื้นทันที เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาจากแผลที่ท้องน้อยราวกับน้ำพุ นางเงยหน้าขึ้นมองไป๋อวิ๋นด้วยสายตาที่เจ็บปวดแต่ยังคงมีความห่วงใยเจืออยู่ “พี่ไป๋... อย่า... อย่าให้พวกมันได้คัมภีร์ไป...” ไป๋อวิ๋นรู้สึกราวกับว่าหัวใจถูกบีบคั้นด้วยมือที่มองไม่เห็น ความสงบเยือกเย็นที่เขารักษาไว้มาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตา แววตาที่เคยนิ่งดุจน้ำค้างแข็งบัดนี้ลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะที่ร้อนแรงยิ่งกว่าลาวา “เจ้า... เจ้าสารเลว!” ไป๋อวิ๋นคำราม เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความแค้นลึกซึ้ง ชายชุดเทากระอักเลือดออกมาจากการโจมตีของไป๋อวิ๋นก่อนหน้านี้ ร่างกายเขากระเด็นไปไกลหลายจอก แต่เขากลับหัวเราะร่าด้วยความสะใจ “ฮ่าๆๆ! ข้าแลกชีวิตหนึ่งกับความลับใต้หล้า... คุ้มค่า! ไป๋อวิ๋น วันนี้เจ้าไม่มีวันชนะ!” ไป๋อวิ๋นไม่ได้สนใจศัตรูอีกต่อไป เขาพุ่งเข้าไปรับร่างของหลินเอ๋อร์ไว้ในอ้อมแขน มือที่สั่นเทาพยายามกดแผลห้ามเลือด แต่มันช่างไร้ความหมาย พิษสีม่วงคล้ำกำลังแล่นพล่านไปทั่วผิวหนังที่ซีดเผือดของนาง “หลินเอ๋อร์ เจ้าต้องไม่เป็นอะไร... ข้ามีสมุนไพรทิพย์ ข้ามี...” เขาพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก พยายามจะหยิบขวดยาในอกเสื้อ แต่หลินเอ๋อร์กลับคว้ามือเขาไว้แน่น “ไม่มีประโยชน์แล้วค่ะ... พิษชนิดนี้คือ ‘ราคะสังหาร’... ยาแก้มีเพียงหนึ่งเดียวในพรรคหมื่นมาร...” นางกระซิบเสียงแผ่ว ลมหายใจเริ่มติดขัด “พี่ไป๋... ท่านอย่าได้โศกเศร้า... วิถีกระบี่ของท่าน... ต้องเป็นอิสระ... อย่าให้ความแค้นมาล่ามโซ่ท่านไว้เหมือนศัตรู...” “ข้าไม่ยอม!” ไป๋อวิ๋นตะโกนก้อง กอดนางไว้แน่นจนตัวสั่น “หากเจ้าเป็นอะไรไป ต่อให้ต้องสังหารคนทั้งยุทธภพ ข้าก็จะพังทลายหมื่นมารให้สิ้นซาก!” หลินเอ๋อร์ยิ้มจางๆ ดวงตาเริ่มพร่าเลือน “ท่านเปลี่ยนไปแล้ว... แต่อย่าเปลี่ยนไปในทางที่มืดมน... กระบี่ที่แท้จริง... คือกระบี่ที่ปกป้อง... มิใช่กระบี่ที่เข่นฆ่า...” เสียงของนางขาดหายไป มือที่กุมมือเขาไว้ค่อยๆ คลายออก ไป๋อวิ๋นรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบแตกสลายลงต่อหน้าต่อตา ความเย็นเยียบจากร่างของหญิงสาวที่เขารักที่สุดแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้านับร้อยคู่ก็ดังขึ้นล้อมรอบป่าทั้งสี่ทิศ แสงคบเพลิงสว่างไสวขึ้นจนมองเห็นเงาของคนกลุ่มหนึ่งที่ก้าวออกมาจากเงามืด ชายผู้หนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท มีตราสัญลักษณ์พยัคฆ์ทมิฬปักอยู่บนอก ก้าวออกมาพร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่บาดลึกเข้าไปในความรู้สึก “น่าประทับใจยิ่งนัก” จ้าวพยัคฆ์ทมิฬกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา “ข้าเฝ้าดูความรักอันยิ่งใหญ่ของพวกเจ้ามานาน... ไป๋อวิ๋น ความสูญเสียในวันนี้คือบทเรียนแรกของเจ้า... ในการก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งมารที่แท้จริง” ไป๋อวิ๋นค่อยๆ วางร่างหลินเอ๋อร์ลงอย่างทะนุถนอมที่สุด เขาค่อยๆ ยืนขึ้น ท่ามกลางวงล้อมของศัตรูนับร้อย รัศมีรอบกายเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความสงบราบเรียบ บัดนี้กลับกลายเป็นความว่างเปล่าที่มืดมิดและไร้ที่สิ้นสุด เขาไม่มองจ้าวพยัคฆ์ทมิฬ แต่ก้มลงมองมือตัวเองที่เปื้อนเลือดของหลินเอ๋อร์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดสนิท “ท่านพูดถูก...” ไป๋อวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความตาย “ข้าไม่ได้ต้องการปกป้องคัมภีร์อีกต่อไปแล้ว... แต่ข้ามาที่นี่... เพื่อส่งพวกท่านทุกคนไปลงนรก” ทว่า ในขณะที่ไป๋อวิ๋นกำลังจะชักกระบี่ออก แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็เกิดขึ้นจากพื้นดินที่เขายืนอยู่ ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินนับพันปีเพิ่งจะตื่นขึ้นจากการหลับใหล คัมภีร์วิถีไร้ลักษณ์ที่หลินเอ๋อร์เคยพกติดตัวไว้ในอกเสื้อ... จู่ๆ ก็ลอยขึ้นกลางอากาศด้วยตัวเอง! มันเปล่งแสงสีทองสว่างวาบจนทุกคนต้องหลับตาลง และในความวุ่นวายนั้น เสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัวของไป๋อวิ๋น ‘ไป๋อวิ๋น... การเสียสละของข้า... ไม่ใช่เพื่อความแค้น... แต่เพื่อเปิดทางสู่กระบี่ที่แท้จริง... เจ้าจงรับมันไว้...’ สิ้นเสียงกระซิบ ร่างของหลินเอ๋อร์ที่ไร้วิญญาณก็สลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวนวลพุ่งเข้าสู่เล่มกระบี่ในมือไป๋อวิ๋น ทันใดนั้น กระบี่ที่ไร้รูปลักษณ์ก็เริ่มปรากฏเงาคมกระบี่ที่คมกริบจนตัดอากาศขาดสะบั้น นี่ไม่ใช่กระบี่เดิมของเขาอีกต่อไป... แต่มันคือสิ่งใดกันแน่? หวังว่าทุกท่านจะยังคงติดตามการเดินทางที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและปรัชญาของวิถีกระบี่นี้ต่อไปนะครับ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมากับหมื่นกระบี่คืนรังครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์: รอยจารึกใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%