วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์: รอยจารึกใต้หล้า•ตอนที่ 7

คำลวงของจอมยุทธ์

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
กระบี่ไร้ฝักในมือไป๋อวิ๋นไม่ได้สั่นไหว ทว่าไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของสำนักเหยี่ยวสวรรค์นับสิบชีวิตกลับทำให้ผืนป่าไผ่เบื้องล่างสั่นสะเทือน ปลายกระบี่ของรองประมุขกัวชี้ตรงมายังหว่างคิ้วของเขา ดวงตาของกัวเทียนซื่อแดงก่ำด้วยเส้นเลือดแห่งความแค้น มือที่กุมด้ามกระบี่สั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความเคียดแค้นที่ถูกปรุงแต่งขึ้นอย่างแนบเนียน “ไป๋อวิ๋น... เจ้าคนเนรคุณรับจ้างสารเลว!” เสียงคำรามของกัวเทียนซื่อดังก้องราวกับสายฟ้าฟาดในฤดูแล้ง “สำนักอัคคีผลาญเปิดประตูต้อนรับเจ้าในฐานะแขกผู้มีเกียรติ ยอมเปิดคัมภีร์ลับเก้าอัคคีให้เจ้าศึกษาเพื่อหวังผูกมิตร แต่เจ้ากลับตอบแทนด้วยการสังหารล้างบางเจ้าสำนักและศิษย์ร่วมสำนักแปดสิบสามชีวิตอย่างไร้ความปรานี!” ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไป๋อวิ๋นไม่แม้แต่จะขยับตัวเปลือกตา เขารู้สึกถึงความเย็นยะเยือกของสายลมที่พัดผ่านรอยแผลเป็นบนหัวไหล่ ปรัญญาแห่งเต๋าที่เคยฝึกฝนให้จิตใจสงดุจน้ำในบึงลึก บัดนี้กลับถูกคลื่นใต้น้ำแห่งการใส่ร้ายป้ายสีตีจนปั่นป่วน เขาปรายตามองซากศพของผู้อาวุโสสำนักอัคคีผลาญที่นอนเรียงรายอยู่เบื้องหลัง รอยแผลบนร่างเหล่านั้นล้วนเกิดจาก "เพลงกระบี่เพลิงกัลป์" ซึ่งเป็นวิชาเฉพาะตัวของสำนักอัคคีผลาญเอง หาใช่ร่องรอยของกระบี่ไร้ลักษณ์ไม่ ทว่า... ในยุทธภพนี้ มีสักกี่คนที่มองออกว่ารอยแผลใดสร้างจากกระบี่สำนักใด? คนส่วนใหญ่ใช้ "ความเชื่อ" มากกว่า "ความจริง" และมักเชื่อในสิ่งที่ตนอยากเชื่อเสมอ “เจ้าเห็นข้าลงมือหรือ?” ไป๋อวิ๋นเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่ากลับหนักแน่นราวกับภูเขาผา “หลักฐานคาตาเช่นนี้ยังกล้าปฏิเสธอีกหรือ!” กัวเทียนซื่อแค่นเสียงหัวเราะด้วยความเย้ยหยัน โยนป้ายหยกประจำตัวของไป๋อวิ๋นลงบนพื้นดินเปื้อนเลือด “ป้ายหยกนี้ตกอยู่ในห้องนอนของเจ้าสำนัก ผู้ตายกำมันไว้แน่นก่อนสิ้นใจ เจ้าจะแก้ตัวว่าอย่างไร หรือจะบอกว่าลมพัดมันไปเอง?” ไป๋อวิ๋นก้มมองป้ายหยกสลักลายเมฆาของตน มันคือป้ายที่เขาทำหายไปเมื่อสามวันก่อน ระหว่างที่เขาแวะไปดื่มสุราที่โรงเตี๊ยมสามแยก ในตอนนั้นเขาจำได้แม่นว่ามีชายชุดดำชนไหล่เขาโดยไม่เจตนา... ชายชุดดำผู้นั้น คงไม่ได้ตั้งใจชนเพื่อความซุ่มซ่าม แต่เป็นมือปัดที่ฉกฉวยป้ายหยกไปเพื่อการนี้โดยเฉพาะ หมากตานี้... วางไว้ลึกซึ้งยิ่งนัก “ประมุขจ้าวแห่งพรรคหมื่นมารคงพอใจมากสินะกับการกระทำนี้” ไป๋อวิ๋นกล่าวเบาๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองเหล่าชาตินิกย์จากสำนักต่างๆ ที่เริ่มทยอยล้อมกรอบเข้ามาจากแนวป่าไผ่ “บังอาจ! นำชื่อท่านประมุขพรรคหมื่นมารมาเกี่ยวข้องอันใด สำนักเหยี่ยวสวรรค์ของเราเป็นตัวแทนแห่งความยุติธรรมในยุทธภพ วันนี้ ป้ายประกาศจับทั่วหล้าถูกประกาศออกไปแล้ว เจ้าคือคนนอกกฎหมาย มือกระบี่ผู้ทรยศ ทุกสำนักในยุทธภพมีสิทธิ์เด็ดหัวเจ้าได้ทันทีโดยไม่ต้องถามไถ่!” สิ้นเสียงคำราม กัวเทียนซื่อก็พุ่งทะยานเข้าใส่ ร่างของเขาลอยละลิ่วราวกับเหยี่ยวล่าเหงื่อ กระบี่ในมือแผดเผาด้วยรังสีอำมหิต พลังวัตรขั้นแปดถูกปลดปล่อยออกมาจนใบไผ่รอบด้านปลิวว่อนเป็นจุล หลินเอ๋อร์ที่ซ่อนตัวอยู่หลังโขดหินไม่ไกลนัก ขมวดคิ้วมุ่น นิ้วมือเรียวบางของนางขยับอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมซัดเข็มพิษสกัดจุด ทว่าไป๋อวิ๋นกลับส่งสัญญาณห้ามด้วยหางตา เขารู้ดีว่า หากหลินเอ๋อร์ลงมือตอนนี้ ทั้งเขาและนางจะกลายเป็น "มารร้ายคู่รัก" ที่ยุทธภพไม่มีวันปล่อยให้มีชีวิตรอดอย่างแท้จริง *ฉับ!* กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือขวาตวัดออกอย่างไร้ร่องรอย มันไม่ใช่กระบวนท่ารุก และไม่ใช่กระบวนท่ารับ เป็นเพียงการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติราวกับสายน้ำไหลผ่านโขดหิน ปลายกระบี่กระทบเข้ากับตัวดาบของกัวเทียนซื่ออย่างแม่นยำในจุดอ่อนที่สุดของแรงเหวี่ยง *เคร้ง!* แรงสะท้อนมหาศาลทำให้กัวเทียนซื่อต้องถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าในสถานการณ์ที่ถูกล้อมและตกเป็นผู้ต้องหา ไป๋อวิ๋นจะยังคงรักษาความเยือกเย็นและกระบวนท่าที่ไร้ช่องโหว่เช่นนี้ไว้ได้ “จับเป็นมัน!” กัวเทียนซื่อตะโกนสั่งเหล่าศิษย์สำนักเหยี่ยวสวรรค์ที่เหลือ “ใครตัดแขนมันได้ ข้าจะให้รางวัลเป็นหินลมปราณร้อยก้อน!” เหล่าจอมยุทธ์นับสิบต่างพากันชักอาวุธพุ่งเข้าใส่ดั่งฝูงหมาป่ารุมทึ้งเหยื่อ บรรยากาศเต็มไปด้วยจิตสังหารที่พรั่งพรูจนท้องฟ้าเหนือผืนป่าไผ่ราวกับถูกย้อมด้วยสีเลือด ไป๋อวิ๋นสูดลมหายใจเข้าลึก ในยุทธภพนี้ เขาไม่มีบ้านให้กลับ ไม่มีสำนักให้ปกป้องอีกต่อไปแล้ว รอยจารึกใต้หล้าไม่ได้ถูกเขียนด้วยคุณธรรม หากแต่ถูกเขียนด้วยคราบน้ำตาและคมกระบี่ ทันใดนั้นเอง, เสียงดีดพิศดารจากยอดไม้เบื้องบนก็ดังขึ้น... *ติ๊ง...* เสียงสายพิณเส้นเดียวสะท้อนกังวานบาดลึกถึงจิตวิญญาณ แรงกดดันมหาศาลระดับปรมาจารย์กดทับลงมาจนเหล่าจอมยุทธ์สำนักเหยี่ยวสวรรค์ต้องทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นกระบี่หลุดจากมือ แม้แต่กัวเทียนซื่อยังกระอักเลือดออกมาคำโตด้วยความตื่นตระหนก ไป๋อวิ๋นเงยหน้าขึ้นมอง ท่ามกลางหมู่เมฆสีเทา ร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาขาดวิ่นผู้หนึ่งกำลังยืนไขว้มืออยู่บนยอดไผ่ ใบหน้าครึ่งหนึ่งสวมหน้ากากไม้ผุพัง ดวงตาคู่นั้นคมปลาบยิ่งกว่ากระบี่ในมือเขาเสียอีก “ผู้ใดบังอาจแตะต้องศิษย์น้องของข้า...” เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังดังก้องกังวานสะเทือนขุนเขา “ในเมื่อพวกเจ้าอยากให้เขาเป็นคนนอกกฎหมายนัก งั้นวันนี้ ข้าจะล้างบางกฎหมายบ้าๆ นี้ให้พวกเจ้าดูเอง!” ************************************************** ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านอุปสรรคในยุทธภพนี้ไปกับ "หมื่นกระบี่คืนรัง" ครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์: รอยจารึกใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%