“เจ้า... เจ้าคือหลินเยว่จริงหรือ?”
น้ำเสียงของไป๋อวิ๋นสั่นพร่า ลมหายใจของเขาแทบจะหยุดนิ่งเมื่อใบหน้าที่เขาโหยหาและฝังใจมาตลอดหลายปีปรากฏชัดอยู่ตรงหน้าภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงบนสะพานเหล็กทอดข้ามแม่น้ำสายหลักของเมืองหลวง ทว่า หญิงสาวในชุดขาวกลับไม่มีแม้แต่หยดน้ำตาในดวงตาที่เคยอ่อนโยน นางเชิดหน้าขึ้น กระบี่ ‘รินน้ำตา’ ในมือสั่นไหวเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นชาจนน่าสะพรึง
“ไป๋อวิ๋น... โลกของท่านพังทลายเพียงเพราะได้เห็นหน้าข้าอย่างนั้นหรือ?” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ความผูกพันใดๆ “ข้าไม่ใช่หลินเยว่ที่ท่านรู้จักอีกต่อไป ข้าคือคมดาบของพรรคหมื่นมาร และวันนี้... สะพานแห่งนี้คือหลุมศพของท่าน”
ยังไม่ทันที่คำพูดจะสิ้นสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยก็ดังกระหึ่มขึ้นจากทั้งสองฝั่งของสะพาน จ้าวพยัคฆ์ทมิฬปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับสมุนนับร้อยในชุดดำสนิท แววตาของมันเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยความกระหายเลือด “ไป๋อวิ๋น! เจ้าติดกับจนได้ วันนี้ต่อให้เจ้ามีกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ร้ายกาจเพียงใด ก็ไม่อาจข้ามผ่านสะพานเหล็กแห่งนี้ไปได้!”
ไป๋อวิ๋นขบกรามแน่น ความเจ็บปวดในใจถาโถมรุนแรงกว่าคมอาวุธที่กำลังรายล้อมรอบตัว เขาหันไปเห็นหลินเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกล นางรีบตะโกนบอกเขา “ศิษย์พี่! อย่าให้ความแค้นเข้าครอบงำ ค่ายกลที่พื้นสะพานถูกวางไว้เป็นกับดักแม่เหล็กไฟฟ้า หากท่านใช้กระบี่โลหะ ท่านจะถูกดึงรั้งจนขยับไม่ได้!”
“ปิดปากเจ้าซะ!” จ้าวพยัคฆ์ทมิฬคำราม สั่งให้ลูกน้องพุ่งเข้าโจมตี
ไป๋อวิ๋นสะบัดมือ กระบี่ไม้ในฝักถูกชักออกมาแทนที่กระบี่เหล็กกล้า เขาใช้ ‘วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์’ ผสานเข้ากับพลังปราณเต๋าที่นิ่งสงบดั่งผิวน้ำ เมื่อกลุ่มนักฆ่าพุ่งเข้ามาเหมือนฝูงมด ไป๋อวิ๋นไม่ได้ปะทะตรงๆ แต่เขากลับพลิ้วกายดั่งใบไม้ร่วง แทรกตัวผ่านช่องว่างของคมดาบด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองทัน
ทุกก้าวที่ไป๋อวิ๋นเหยียบลงบนสะพานเหล็ก เขาสัมผัสได้ถึงกระแสพลังที่ซ่อนอยู่ใต้พื้น เขาอาศัยจังหวะที่จ้าวพยัคฆ์ทมิฬสั่งให้เปิดการทำงานของแม่เหล็กไฟฟ้า เบี่ยงเบนทิศทางของมันให้เข้าปะทะกับกลุ่มพรรคหมื่นมารแทน เสียงเหล็กกระทบเหล็กดังสนั่นหวั่นไหว เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วราวจับสีดำสนิท
“ทำไมท่านถึงได้เปลี่ยนไปเพียงนี้...” ไป๋อวิ๋นพึมพำขณะปัดป้องการโจมตีจากหญิงสาวในชุดขาว ความโศกเศร้าทำให้กระบี่ของเขาเชื่องช้าลงเพียงเสี้ยววินาที แต่หญิงสาวกลับไม่ปรานี นางแทงกระบี่เข้ามาที่หัวใจของเขาอย่างแม่นยำ
“เพราะความอ่อนแอของท่านไงล่ะ!” หญิงสาวตวาด
ไป๋อวิ๋นตัดสินใจก้าวถอยหลัง เหยียบลงบนโซ่เหล็กที่ห้อยโหนอยู่ข้างสะพาน ร่างของเขาหมุนวนท่ามกลางห่าฝนของลูกธนูที่ถูกยิงกราดเข้ามา เขาใช้กระบี่ไม้ฟาดฟันเข้าใส่จุดอ่อนของสะพานจนโซ่เหล็กขาดสะบั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้กองทัพของพรรคหมื่นมารเสียหลัก
ในจังหวะที่ชุลมุนที่สุด หลินเอ๋อร์พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของไป๋อวิ๋น “ศิษย์พี่! ต้องถอยแล้ว หากขืนสู้ต่อท่านไม่มีวันชนะใจนางได้ในสภาพนี้!”
ไป๋อวิ๋นมองหญิงสาวชุดขาวที่ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางซากศพของเหล่านักฆ่า แววตาของนางในตอนนี้ว่างเปล่าไร้ซึ่งความทรงจำอย่างสิ้นเชิง เขารู้สึกถึงความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ จ้าวพยัคฆ์ทมิฬเริ่มขยับตัวเข้าใกล้ ทั้งยังยกคัมภีร์ที่เรืองแสงสีม่วงน่าสะพรึงขึ้นมาในมือ
“ไป๋อวิ๋น... ท่านไม่มีทางรอด” จ้าวพยัคฆ์ทมิฬหัวเราะก้อง “เพราะผู้ที่ถือกระบี่รินน้ำตาในมือผู้นี้ คือคนเดียวกับที่ท่านเคยสาบานว่าจะปกป้องด้วยชีวิต... และนางคือผู้ที่จะเป็นคนปลิดชีพท่านเอง!”
ทันใดนั้น หญิงสาวในชุดขาวก็พุ่งตัวเข้าหาไป๋อวิ๋นด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าเดิม กระบี่รินน้ำตาในมือของนางไม่ได้มุ่งเป้าไปที่จุดตาย แต่กลับสั่นสะเทือนจนเกิดเสียงแหลมสูงราวกับเสียงกรีดร้องของดวงวิญญาณ ไป๋อวิ๋นเบิกตากว้างเมื่อเห็นสัญลักษณ์บางอย่างปรากฏขึ้นบนข้อมือของนาง... มันไม่ใช่สัญลักษณ์ของพรรคหมื่นมาร แต่มันคือตราประทับของสำนักที่ล่มสลายไปพร้อมกับความลับของครอบครัวเขา!
เขารู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณออกเมื่อนางกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “หากอยากรู้ความจริง... จงยอมตายในคืนนี้”
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในยุทธภพแห่งนี้ด้วยกันนะครับ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์: รอยจารึกใต้หล้า•ตอนที่ 11
เลือดนองสะพานเหล็ก
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์: รอยจารึกใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!