“เจ้าบอกว่านี่คือบัญชีคลังเสบียงของกองทัพทมิฬที่เจ้าดูแลมาตลอดสิบปีงั้นหรือ พ่อบ้านฟาง?”
น้ำเสียงของฉินมู่หลานราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก แต่ในความนิ่งนั้นกลับแฝงด้วยกระแสกดดันที่ทำให้บรรยากาศภายในโถงจวนแม่ทัพหนาวเยือก เธอวางม้วนกระดาษที่เพิ่งอ่านจบลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมช้าๆ นิ้วเรียวงามลูบไล้ไปตามขอบกระดาษเนื้อหยาบ พลางจ้องมองชายวัยกลางคนร่างท้วมที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า
พ่อบ้านฟางก้มหน้าต่ำ เหงื่อกาฬไหลซึมผ่านไรผมแม้ลมภายนอกจะพัดผ่านเข้าทางช่องหน้าต่างจนหนาวเหน็บ “เรียนคุณหนูฉิน... บัญชีนี้คือทุกอย่างที่ข้ามี ข้าเป็นเพียงข้าเก่าเต่าเลี้ยง ดูแลจวนแม่ทัพมาอย่างซื่อสัตย์ จะกล้าทำเรื่องผิดต่อท่านอ๋องได้อย่างไร”
มู่หลานคลี่ยิ้มบางๆ แต่มันมิใช่ยิ้มที่ส่งถึงดวงตา “ซื่อสัตย์งั้นหรือ? ในบัญชีของเจ้า ระบุว่าข้าวสารสามร้อยกระสอบถูกส่งออกไปเป็น 'เสบียงสำรองเขตชายแดน' เมื่อสามวันก่อน ทว่าข้ากลับพบร่องรอยรถม้าบรรทุกหนักเคลื่อนออกทางประตูลับทิศตะวันตกเฉียงเหนือในคืนนั้น... ประตูนั่น มิได้มุ่งหน้าสู่สนามรบ แต่เป็นเส้นทางตรงสู่จวนพ่อค้าวานิชตระกูลหลิว ผู้อุปถัมภ์รายใหญ่ของกลุ่มอิทธิพลมืดในเมืองหลวง”
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วโถงใหญ่ จิ่นอ๋องผู้ซึ่งนั่งจิบชาอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องวางถ้วยกระเบื้องเคลือบลงอย่างแผ่วเบา แต่เสียงกระทบของมันกลับดังเสมือนเสียงระฆังมรณะในความรู้สึกของพ่อบ้านฟาง ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายของแม่ทัพหนุ่มเหลือบมองคนทั้งสองด้วยแววตาอ่านไม่ออก
“มู่หลาน เจ้ากำลังกล่าวหาคนเก่าแก่ของข้า” จิ่นอ๋องเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ “หากหลักฐานของเจ้าไม่แน่นพอ สิ่งที่เจ้ากำลังทำอยู่... คือการหาเรื่องใส่ตัวในที่ของข้า”
มู่หลานหันไปประสานสายตากับแม่ทัพหนุ่มชั่วครู่ แววตาของเธอมั่นคงและเปี่ยมด้วยความฉลาดปราดเปรื่อง เธอไม่ได้เกรงกลัวต่อไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาแม้แต่น้อย “ท่านแม่ทัพ ท่านไม่ได้ต้องการเพียงคนซื่อสัตย์ แต่ท่านต้องการ 'คนทำงาน' ที่มีประสิทธิภาพ หากจวนของท่านยังถูกปลวกกัดกินจากภายใน ข้าก็ยากที่จะทำหน้าที่กุนซือของท่านให้สมบูรณ์ได้”
เธอก้าวเท้าเข้าไปใกล้พ่อบ้านฟางมากขึ้น ก่อนจะหยิบตลับชาที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมาเปิดออก “เจ้าจำได้หรือไม่ว่าข้าวสารที่หายไปนั้น แท้จริงแล้วถูกแลกเปลี่ยนเป็นอะไร? ไม่ใช่เงินทอง... แต่เป็นม้วนกระดาษที่มีตราสัญลักษณ์ 'ดอกพุดตานโลหิต' ใช่หรือไม่?”
พ่อบ้านฟางสะดุ้งสุดตัว สีหน้าซีดเผือดจนขาวซีดราวกับคนตาย “ท่าน... ท่านรู้ได้อย่างไร!”
“คำสั่งลับจากองค์รัชทายาทที่แทรกซึมเข้ามาในจวนแม่ทัพผ่านพ่อค้าขายข้าวสาร การทรยศของท่านมิใช่เพียงแค่การคอร์รัปชัน แต่คือการปูทางให้กองทัพทมิฬขาดแคลนเสบียงในศึกใหญ่ที่กำลังจะมาถึง เพื่อบีบให้ท่านอ๋องพ่ายแพ้!” มู่หลานประกาศกร้าว สายตาของเธอราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงจิตใจที่เน่าเฟะของชายตรงหน้า
จิ่นอ๋องลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำบดบังแสงสว่างจนเกิดเป็นเงาทะมึนทาบลงบนร่างของพ่อบ้านฟาง เขาสืบเท้าเข้ามาใกล้ในพริบตา มือหนาคว้าคอเสื้อของคนทรยศขึ้นจนเท้าลอยพ้นพื้น “เจ้ากล้าดึงคนของข้าไปเป็นหมากในเกมการเมืองของรัชทายาทงั้นหรือ? ข้าเลี้ยงสุนัขไว้เฝ้าบ้าน แต่ดูเหมือนข้าจะเลี้ยงงูพิษไว้ในแขนเสื้อเสียแล้ว”
พ่อบ้านฟางดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง “ท่านอ๋อง! ข้า... ข้าแค่ต้องการเงิน... พวกเขาสัญญาว่าจะให้ตำแหน่งขุนนางแก่ข้า...”
“ตำแหน่งงั้นหรือ?” มู่หลานเดินเข้ามาใกล้พลางใช้ปลายนิ้วแตะที่ปกเสื้อของพ่อบ้านฟาง “เจ้าจะไม่ได้ตำแหน่งใดๆ นอกจากหลุมศพที่ไร้ชื่อฝังอยู่หลังจวนแห่งนี้”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์นับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูโถง จิ่นอ๋องสะบัดร่างพ่อบ้านฟางทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะหันมามองกุนซือสาวด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันคือความประหลาดใจผสมผสานกับความสนใจที่ลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม
“เจ้าจัดการคนของข้าในจวนข้าอย่างเลือดเย็นเหลือเกินนะ มู่หลาน” จิ่นอ๋องเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก “แต่เจ้าลืมไปอย่างหนึ่ง... พ่อบ้านคนนี้ไม่ใช่คนเดียวที่ถือกุญแจคลังลับของจวนนี้”
มู่หลานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมองไปที่โต๊ะทำงานของจิ่นอ๋อง ซึ่งมีกล่องไม้ประดับมุกใบหนึ่งวางอยู่ มันกำลังสั่นไหวเบาๆ ราวกับมีบางอย่างพยายามจะออกมาจากภายใน
“ในนั้นคือตราประทับลับที่เจ้าตามหาอยู่หรือ?” จิ่นอ๋องถามพลางก้าวเท้ามาหยุดข้างหลังเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างใบหู “แต่สิ่งที่ข้าจะบอกเจ้าคือ... ตราประทับนั้นหายไปตั้งแต่มือของข้าสัมผัสกระดาษเปื้อนเลือดเมื่อครู่แล้ว... ดูเหมือนว่าเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญที่คืบคลานเข้ามาถึงห้องนอนของข้าแล้วจริงๆ”
ประตูโถงค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีที่ไร้แสงจันทร์ ปรากฏเงาร่างของบุรุษในชุดสีดำสนิทที่ถือกล่องไม้ใบนั้นไว้ในมือ เขาไม่ได้หลบหนี แต่กลับค่อยๆ เปิดฝากล่องออก เผยให้เห็นกริชอาบยาพิษสีเขียวมรกตที่ถูกวางทับอยู่บนตราประทับนั้น
“ท่านแม่ทัพ กุนซือสาว... ข้าน้อยได้รับคำสั่งให้นำของขวัญมามอบให้ท่านทั้งสอง ก่อนที่ทุกอย่างจะมอดไหม้ไปพร้อมกับจวนหลังนี้”
หวังว่าท่านจะเพลิดเพลินกับความเข้มข้นของหมากกระดานแรกในจวนแม่ทัพนะครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานของนักเล่าประวัติศาสตร์ครับ
อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 4
หมากกระดานแรกในจวนแม่ทัพ
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!