อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 12

เงาร้ายจากวังหลัง

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
กลิ่นหอมละมุนของกำยานไม้กฤษณาที่ลอยวนอยู่เบื้องหน้า หาได้ช่วยให้บรรยากาศภายในตำหนักชั้นในของจวนแม่ทัพผ่อนคลายลงไม่ ตรงกันข้าม... ไอเย็นเยือกจากราชสำนักฝ่ายในกำลังแผ่ซ่านเข้ามาทางประตูหินอ่อนแกะสลักอย่างช้าๆ ราวกับเงื้อมมือของอสรพิษที่พร้อมฉกกัดได้ทุกเมื่อ ฉินมู่หลานวางพู่กันขนหมาป่าลงบนแท่นหมึกอย่างประณีต รอยหยดของหมึกสีดำสนิทบนกระดาษสาเนื้อดีปรากฏเป็นแผนผังเส้นทางการคุมกำลังพลของกองทัพพิทักษ์ราชธานี นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองแขกผู้มาเยือนทันที ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กดดันสติสัมปชัญญะของขันทีเฒ่าผู้ถือพระราชสาส์นจากตำหนักหงส์ "ฮองเฮาทรงมีพระเมตตายิ่งนัก..." ขันทีเฒ่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหลมสูงราวกับใบมีดกรีดกระจก ดวงตาตี่เล็กกวาดมองไปรอบห้องหนังสือที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ทรงอำนาจ "ทรงทราบว่าท่านหญิงมู่หลานต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งในการดูแลจวนแม่ทัพ จึงมีรับสั่งให้จัดนางกำนัลฝีมือดีจากกองเครื่องหอมหลวงแปดนาย เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระในจวนแห่งนี้" มู่หลานปรายตามองหีบไม้ลงรักปิดทองที่ขันทีเฒ่านำมาวางไว้ มุมปากของนางยกขึ้นน้อยมาก มากเสียจนแทบสังเกตไม่เห็น รอยยิ้มนั้นเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำค้างยามเหมันต์ "ฮองเฮาทรงพระกรุณาธิคุณล้นพ้น..." นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานชัดเจน "เพียงแต่... จวนแม่ทัพแห่งนี้เป็นเขตทหาร หาใช่ห้องเครื่องสำอางของวังหลังไม่ เกรงว่านางกำนัลจากแดนสุขาวดีเหล่านั้น จะทนทานต่อกลิ่นอายคาวเลือดและระเบียบวินัยอันเข้มงวดของกองทัพทมิฬไม่ได้หรอกกระมัง" ขันทีเฒ่ายิ้มแห้งแล้ง ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์ "พระบรมราชโองการ... เอ๊ย พระราชเสาวณีย์ของฮองเฮา ย่อมเปรียบเสมือนฟ้าประทาน ท่านหญิง... ท่านจะปฏิเสธน้ำพระทัยเช่นนี้ได้อย่างไรเล่า" "ถ้าเช่นนั้น ข้าคงต้องทูลขอให้ฝ่าบาททรงวินิจฉัยแล้วกระมัง ว่าการส่งคนเข้ามาแทรกแซงในจวนของแม่ทัพผู้พิทักษ์ชายแดนเช่นนี้ เป็นพระราชกิจในหน้าที่ของฝ่ายใน... หรือเป็นการก้าวก่ายราชการแผ่นดินกันแน่" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังขึ้นจากหน้าประตูก่อนที่ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินจะก้าวเข้ามา จิ่นอ๋อง (เฟยหลง) ย่างเท้าเข้ามาด้วยจังหวะที่หนักแน่นและมั่นคง กลิ่นอายความตายและอำนาจดิบเถื่อนจากสนามรบแผ่กระจายจนขันทีเฒ่าตัวสั่นเทิ้มจนต้องคุกเข่าลงกับพื้น "ท่านอ๋อง..." ขันทีเฒ่าเสียงสั่นเครือ "บ่าว... บ่าวเพียงแต่นำ..." "ไสหัวไป" เฟยหลงตรัสสั้นๆ เพียงสามคำ แต่น้ำเสียงนั้นเย็นยะเยือกเสียจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น "บอกฮองเฮาของเจ้าด้วยว่า หากอยากส่งคนมาตายในจวนของข้า ก็จงส่งทหารแนวหน้ามาเสียยังจะดีกว่าส่งนางกำนัลอ่อนแอพวกนี้มาเป็นภาระ" ขันทีเฒ่าหน้าซีดเผือด รีบคลานถอยหลังออกจากห้องไปอย่างลุกลี้ลุกลน ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความตึงเครียดที่ยังคงค้างคา มู่หลานลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปใกล้บุรุษผู้เป็นสามีในนามแต่วิญญาณผูกพัน นางเงยหน้าขึ้นมองนัยน์ตาคมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยความกังวล แม้ภายนอกเขาจะดูดุดันและไร้เทียมทาน แต่ในยามที่อำนาจจากวังหลังเริ่มแผ่ขยายมาถึงตัวนาง เขากลับเป็นผู้ที่ระแวดระวังภัยให้ตลอดยาม "พระนางเริ่มลงมือเร็วกว่าที่คาดไว้..." มู่หลานกล่าวเบาๆ พลางยื่นมือเรียวไปจัดปกเสื้อให้อย่างทะนุถนอม "เพราะแผนการคุมกำลังทหารเมื่อเดือนก่อนทำให้พระนางตระหนักว่า หากข้ายังอยู่เคียงข้างท่าน อำนาจของตระกูลสิ่วในราชสำนักคงสั่นคลอนอย่างแน่นอน" เฟยหลงคว้าข้อมือนางไว้เบาๆ ฝ่ามือหนาหยาบกร้านจากคันศรและดาบกุมมือนุ่มของนางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าลมพายุจากวังหลวงจะพัดพาร่างบอบบางนี้ให้หายลับไป "เจ้ากลัวหรือไม่ มู่หลาน" สุ้มเสียงของแม่ทัพใหญ่เจือความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่ง เป็นความอ่อนโยนที่มีไว้เพื่อสตรีผู้เดียวในใต้หล้า "ข้าผ่านสนามรบที่ศัตรูเหยียบศพพวกพ้องมานับไม่ถ้วน ท่านอ๋อง..." มู่หลานแย้มยิ้มบางเบา ดวงตาสุกใสเปล่งประกายความเฉลียวฉลาดที่ไม่มีวันมอดดับ "สตรีในวังหลังใช้เข็มเงินและคำพูดเชือดเฉือน แต่นักยุทธศาสตร์เช่นข้า... ใช้กระดานหมากและเลือดเนื้อของพวกมันในการพลิกเกม" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลด้วยความเด็ดเดี่ยวและมั่นคง เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็ดังขึ้นที่นอกหน้าต่าง ก่อนที่ร่างในชุดดำจะคุกเข่าลงรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "เรียนท่านอ๋อง ท่านกุนซือ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เฟยหลงขมวดคิ้วมุ่น "มีเรื่องอันใด รีบว่ามา" "องค์รัชทายาท... เสด็จมาที่หน้าจวนด้วยพระองค์เอง พร้อมด้วยราชโองการลับจากฮองเฮา แจ้งว่า... แจ้งว่า ท่านหญิงมู่หลานมีความผิดฐานคบคิดกับกบฏแดนใต้ ต้องถูกคุมตัวเข้าคุกหลวงในทันทีพ่ะย่ะค่ะ!" มู่หลานชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนมุมปากแข็งค้างลงในเสี้ยววินาที นางหันกลับไปมองกระดาษสาบนโต๊ะที่ยังเขียนแผนผังไม่เสร็จดี หมึกสีดำสนิทบนนั้นบัดนี้ดูคล้ายกับคราบเลือดที่กำลังรอเวลาหยดลงมา เฟยหลงแค่นหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น แววตาคมกริบฉายประกายอำมหิตราวกับสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนมุม มือหนาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ประจำกายที่วางอยู่ข้างโต๊ะทันที ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ฝ่าฟันคลื่นลมแห่งราชสำนักมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%