อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 15

หัวใจที่เริ่มสั่นคลอน

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
กลิ่นอายโสมภูเขาสิบปีที่เคี่ยวเคียงกับรากบัวหิมะโชยกรุ่นคละคลุ้งไปทั่วตำหนักบูรพา ละอองไอสีขาวนวลลอยวนอยู่เหนืออ่างทอง동ประดับลายมังกรห้าเล็บ ขณะที่ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหญ้าคาของฉินมู่หลานกำลังละบรรจงกดลงบนจุดชีพจรบริเวณต้นแขนแกร่งของจิ่นอ๋อง เฟยหลง รอยแผลเป็นจากคมดาบเมื่อครั้งศึกตระกูลหลี่พาดผ่านผิวเนื้อกำยำสีแทน เป็นประจักษ์พยานแห่งสนามรบอันโชกโชน ทว่ายามนี้ ร่างที่เคยผึ่งผายดั่งพญาอินทรีกลับสั่นเทิ้มด้วยพิษไข้หนานจิงที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูก "ท่านอ๋องทรงฝืนพระวรกายเกินไปแล้วเพคะ..." เสียงหวานเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ สุ้มเสียงนั้นราบเรียบทว่าเจือกระแสตำหนิบางเบาอย่างที่ไม่มีขุนนางคนใดในราชสำนักกล้าหาญพอจะเอ่ยกับผู้บัญชาการกองทัพทมิฬผู้เหี้ยมโหด เฟยหลงไม่ตอบ ทอดพระเนตรดวงพักตร์นวลเนียนที่ผุดพรายด้วยหยาดเหงื่อบางๆ จากความเหนื่อยอ่อน มู่หลานกำลังตั้งสมาธิกับการฝังเข็มเงินเจ็ดเล่มเพื่อสกัดพิษ โครงหน้ายามนางขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความกังวลช่างงดงามราวภาพวาดโบราณ ภายใต้แสงคันฉ่องทองเหลืองที่สาดส่อง ทรวดทรงระหงในอาภรณ์ผ้าแพรสีฟ้าครามขับเน้นให้กุนซือสาวดูสง่างามและเปราะบางในคราเดียวกัน "เจ้าเป็นห่วงเราหรือ?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยขึ้น ทว่าแฝงความนัยลึกล้ำ พระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองนางไม่วางตา ราวกับต้องการทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจของสตรีผู้กุมกลยุทธ์ทั้งแคว้นไว้ในกำมือ มู่หลานชะงักมือไปชั่วลมหายใจ ปลายเข็มเงินในมือมั่นคงดั่งหินผา แต่ม่านตาของนางกลับไหววูบชั่วขณะ นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมคายนั้นอย่างไม่เกรงกลัว ทว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองในยามนี้กลับใกล้เสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกัน "หม่อมฉันเพียงทำหน้าที่ตามสัญญาถวายการรักษา เพื่อให้ท่านอ๋องทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์พอที่จะไปหักหาญกับพวกกบฏตระกูลซ่งต่างหากเล่าเพคะ หาใช่เรื่องส่วนตัวไม่" มู่หลานกล่าวแก้เกี้ยว พยายามดึงสติกลับสู่การควบคุมสถานการณ์ ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะยามเมื่อปลายนิ้วของนางเผลอไปสัมผัสถูกผิวเนื้ออุ่นจัดบริเวณพระอุระ เฟยหลงแค้นพระสร้อยเบาๆ ในลำพระโอษฐ์ รอยแยosสรวลหยันที่มุมพระโอษฐ์ปรากฏขึ้นเล็กน้อย ดวงเนตรที่มักเย็นชาบัดนี้กลับเจือประกายอ่อนโยนอย่างที่ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีวันได้เห็น "ปากแข็งนัก..." ตรัสจบ มือหนาที่เคยถือทวนสยบแผ่นดินกลับเอื้อมขึ้นกุมข้อมือเรียวของนางไว้แน่น ไออุ่นจากฝ่าพระหัตถ์ของแม่ทัพหนุ่มแผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อ ส่งความร้อนรุ่มที่มิใช่พิษไข้เข้าสู่หัวใจของกุนซือสาว มู่หลานสะท้านเฮือก พยายามจะดึงมือกลับ ทว่าแรงมหาศาลดั่งคีมเหล็กกลับรั้งนางไว้ นัยน์ตาดุดันคู่นั้นมองลึกลงมาในดวงตานาง ราวกับบุรุษผู้ประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมปล่อยเชลยศึกที่ตนพึงใจให้หลุดมือไปชั่วชีวิต "ตลอดชีวิตของเปิ่นหวาง มีสตรีเข้ามามากมายเพื่อหวังไต่เต้าสู่ตำแหน่งชายา บางนางใช้มารยา บางนางใช้อำนาจตระกูล..." เฟยหลงตรัสด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและจริงจังจนน่าใจหาย ปลายพระบาทขยับเข้าประชิดร่างบางทีละน้อย จนมู่หลานต้องถอยร่นจนแผ่นหลังแนบชิดกับเสาไม้แกะสลักของเตียงบรรทม "มีเพียงเจ้า... ฉินมู่หลาน ที่ใช้สติปัญญาเข้ามารุกรานหัวใจเราโดยที่เปิ่นหวางไม่ทันได้ตั้งตัว..." คำสารภาพอันเรียบง่ายแต่น้ำหนักดั่งขุนเขาทำให้มู่หลานถึงกับพูดไม่ออก กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายสมุนไพรจางๆ ห้อมล้อมร่างนางไว้ทุกด้าน ความเยือกเย็นและยุทธวิธีนับร้อยที่นางเตรียมไว้รับมือผู้สำเร็จราชการแผ่นดินผู้นี้ บัดนี้กลับมลายหายสิ้น เหลือเพียงหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งในทรวงอก นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ พยายามรักษาท่าทีเยือกเย็น "ท่านอ๋องทรงมีพระอาการเพ้อจากพิษไข้แล้วเพคะ โปรดทรงปล่อยมือ..." "เปิ่นหวางมีสติสัมปชัญญะดีกว่าครั้งใดในชีวิต" เฟยหลงตรัสแทรกขึ้นทันควัน พระพักตร์โน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน "เจ้าสอนข้าว่าการศึกต้องรู้เขารู้เรา... แล้วเจ้าเล่า มู่หลาน... ได้ล่วงรู้บ้างหรือไม่ว่าบัดนี้ หัวใจของแม่ทัพผู้เยือกเย็นผู้นี้ ได้พ่ายแพ้แก่เจ้าอย่างหมดรูปแล้ว" บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงฉับพลัน เสียงเดือดปุดๆ ของยาจีนในเตาถ่านด้านนอกยังคงดังเป็นจังหวะ ทว่าเสียงหัวใจของคนทั้งสองกลับดังกลบทุกสรรพเสียง มู่หลานแหงนมองบุรุษตรงหน้า แววตาคมปลาบที่เคยซ่อนความรู้สึกไว้อย่างมิดชิดบัดนี้สะท้อนเงาของความหวั่นไหว ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นผ่านสมรภูมิการเมือง การวางหมาก และความเป็นความตาย ได้หลอมรวมหัวใจของคนทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น นางหลุบตาลงเล็กน้อย ยอมรับความจริงในใจที่พยายามปฏิเสธมาตลอด ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของทั้งสองจะได้ขยับเข้าหาเพื่อสานต่อความรู้สึกที่คั่งค้าง... *ปัง!* เสียงถีบประตูไม้แกะสลักด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของขันทีหน้าตำหนัก "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ม้าเร็วจากชายแดนอุดรส่งสาส์นด่วน... ตราประทับหยกประจำกองทัพทมิฬถูกขโมย! และพระราชโองการลับจากฮ่องเต้... สั่งปลดท่านจากการเป็นแม่ทัพใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" มู่หลานสะดุ้งสุดตัว สติสัมปชัญญะทั้งหมดกลับคืนมาในพริบตา นางผละออกจากอ้อมพระกรของเฟยหลงอย่างรวดเร็ว แววตากลับคืนสู่ความเฉียบคมดั่งคมดาบในทันที นางหันไปสบพระเนตรกับจิ่นอ๋องผู้ซึ่งประกายตาเยือกเย็นดุร้ายกลับมาลุกโชนด้วยเพลิงโทสะอีกครั้ง วิกฤตครั้งใหญ่ที่ถูกชักใยจากเงาสลัวในราชสำนักได้มาถึงคราวตัดสินแล้ว... --- ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันเข้มข้นนี้มาด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%