อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 14

พิษที่ไม่มีวันจาง

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
กลิ่นคาวโลหิตคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของศาลาแปดเหลี่ยมปลายอุทยาน บรรยากาศยามราตรีที่ควรจะสงบเงียบ กลับถูกแผดเผาด้วยไอร้อนระอุจากบาดแผลฉกรรจ์บนแผ่นอกกว้างของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นรั้วทองแดงกำแพงเหล็กแห่งแคว้น ฉินมู่หลานไม่หลงเหลือเวลาแม้แต่จะกรีดร้องหรือร่ำไห้ อาภรณ์ผ้าไหมปักลายหงส์สีชาดบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตสีดำคล้ำ—พิษสลายกระดูกเจ็ดราตรี ยาพิษร้ายแรงจากแดนประจิมที่เพียงแค่สัมผัสผ่านใบมีดอาบยาพิษ ก็สามารถกัดกร่อนเส้นเอ็นและหัวใจให้แหลกสลายได้ภายในหนึ่งก้านธูป "ถอยไป!" น้ำเสียงของนางเฉียบขาดและเยือกเย็นดั่งสายน้ำในฤดูเหมันต์ แม้ภายใต้ดวงหน้าที่ซีดเผือดและมือเรียวที่สั่นเทาเล็กน้อย เหล่าองครักษ์เงาที่คุกเข่าอยู่โดยรอบต่างก้มหน้าด้วยความตื่นตระหนก พวกเขาไร้ซึ่งหนทางช่วยเหลือ เมื่อพิษแล่นเข้าสู่จุดชีพจรหลัก ท่านอ๋องผู้เกรียงไกรกลับยังคงไว้ซึ่งสติอันเลือนราง ดวงเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นจ้องมองมู่หลานเขม็ง ริมฝีปากที่แห้งผากขยับน้อย ๆ อย่างยากเย็น "มู่... หลาน... เจ้า..." เฟยหลงพยายามเปล่งเสียง ทว่าพิษร้ายกลับแผดเผาหลอดลมจนสำออกมาเป็นลิ่มเลือดสีดำสนิท มู่หลานไม่เอื้อnคำใดให้เสียเวลา นางสะบัดแขนเสื้อแพรออก เผยให้เห็นชุดเข็มเงินบริสุทธิ์สิบสองเล่มที่พกติดตัวไว้เสมอ สายตาของนางคมกริบดั่งคมดาบที่ผ่านการลับมานับแรมปี ในยามนี้ สตรีผู้เคยร้อยเรียงแผนศึกนับหมื่นล้านต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็นแพทย์ผู้ท้าทายความตายเพื่อยื้อชีวิตบุรุษผู้ครองใจนาง "ข้าไม่อนุญาตให้ท่านตาย... ท่านยังติดหนี้คำตอบข้าอยู่อีกหลายข้อ ท่านอ๋อง" นางพزึมพำเบา ๆ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะลงมือฝังเข็มเงินลงบนจุดชีพจรสำคัญทั้งเก้าตามตำราแพทย์โบราณที่สูญหาย การฝังเข็มสกัดจุดเช่นนี้เจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าการถูกเฉือนเนื้อเถือหนัง แต่มันคือวิธีเดียวที่จะสกัดกั้นไม่ให้พิษแล่นเข้าสู่หัวใจ เสียงครางต่ำในลำคอของเฟยหลงดังเล็ดลอดออกมา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผากแกร่ง กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งกระตุกด้วยฤทธิ์พิษและแรงกดจากเข็มเงิน ทว่ามือหนากลับเอื้อมขึ้นคว้าข้อมือของมู่หลานไว้แน่น ราวกับต้องการเหนี่ยวรั้งสติที่กำลังจะหลุดลอย "อันตราย... กลับไป..." เขาเค้นเสียงเตือน แม้ในยามที่ลมหายใจรวยริน ความห่วงใยที่มีต่อนางยังคงอยู่เหนือความเจ็บปวดของตนเอง "เงียบเสีย!" มู่หลานตวาดเสียงกร้าว ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงด้วยหยาดน้ำตาที่นางพยายามสะกดกลั้นไว้ไม่ให้ร่วงหล่น "ถ้าท่านไม่อยากให้แผนการทั้งหมดพังทลาย และไม่อยากให้ข้าต้องกลายเป็นหม้ายก่อนวัยอันควร ก็จงหุบปากแล้วหายใจซะ!" นางใช้มืออีกข้างกดผงยาสกัดจากบัวหิมะพันปีลงบนบาดแผลฉกรรจ์บนอกเสื้อที่ถูกฉีกออก กลิ่นหอมเย็นของสมุนไพรล้ำค่าปะทะเข้ากับกลิ่นคาวเลือดทันที มู่หลานหลับตาลงตั้งสมาธิถ่าย พลังลมปราณของตนเองผ่านเข็มเงินเข้าไปเพื่อขับพิษ ทว่าพิษสลายกระดูกนั้นดื้อรั้นเกินคาด มันต่อต้านและกัดกินพลังลมปราณของนางกลับคืนมา จนมุมปากของมู่หลานมีโลหิตสีสดไหลซึมออกมาเช่นกัน บรรยากาศรอบศาลาเงียบสงัดราวกับป่าช้า มีเพียงเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาลงเรื่อย ๆ ของแม่ทัพใหญ่ องครักษ์และบ่าวรับใช้ต่างก้มหน้ากราบกรานภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งแสงจันทร์สีนวลถูกบดบังด้วยกลุ่มเมฆหมอกทึบ มู่หลานหอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายของนางแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ทว่าในวินาทีสุดท้ายนั้นเอง... สำลัก! เฟยหลงกระอักเลือดสีดำก้อนใหญ่ออกมาอีกครั้ง ก่อนที่ลมหายใจจะค่อย ๆ กลับมาสม่ำเสมอขึ้นอย่างช้า ๆ ม่านตากลับมามีความโฟกัส พิษร้ายถูกสกัดกั้นไว้ได้ทันท่วงทีที่หน้าอกซ้าย ห่างจากหัวใจเพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปด มู่หลานถอนหายใจยาวเหยียด ร่างกายอ่อนปวกเปียกจนเกือบจะล้มพับ ทว่าอ้อมแขนแกร่งที่เพิ่งฟื้นคืนสลับพลังกลับคว้าเอวบางของนางเข้ามารวบกอดไว้แนบอกอย่างรวดเร็วและมั่นคง "เจ้าโง่... ทำไมถึงรนหาที่ตายเช่นนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยชิดริมหู แฝงไว้ด้วยความดุดันและระคนความอ่อนโยนอย่างลึกซึ้ง มู่หลานซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา ปล่อยให้หยาดน้ำตาที่อดกลั้นมานานไหลรินเงียบ ๆ ทว่าก่อนที่ทั้งสองจะได้กล่าวคำใด *พรึบ!* เสียงธนูแหวกอากาศดังขึ้นพร้อมกันนับสبيดดอก พุ่งตรงมายังใจกลางศาลาแปดเหลี่ยมอย่างแม่นยำและเหี้ยมเกรียม! เฟยหลงเบิกเนตรกว้างด้วยความตกใจ ร่างกายที่เพิ่งฟื้นตัวดีดตัวขึ้นบังร่างของมู่หลานไว้ในทันที ทว่าในจังหวะที่คมธนูอาบยาพิษกำลังจะพุ่งทะลุแผ่นหลังของเขา ประตูทางเข้าอุทยานก็ถูกถีบพังทรามลงด้วยกำลังมหาศาล พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับกองกำลังทหารเกราะดำชุดใหม่—กองกำลังที่ควรจะอยู่ที่ชายแดนทักษิณหาใช่ในเมืองหลวง! "ฮ่าๆๆๆ... พี่ใหญ่ ท่านช่างอึดเสียจริง แม้แต่พิษสลายกระดูกก็ยังคร่าชีวิตท่านไม่ได้... แต่ทว่า น่าเสียดายนักที่หมากตานี้ ท่านเดินพลาดเสียแล้ว..." ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและฝ่าฟันคลื่นลมแห่งราชสำนักมาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%