สนั่นเสียงเหล็กกระทบเหล็กครั้งสุดท้ายดังสะท้อนก้องผาหิน ประดุจเสียงคำรามครั้งสุดท้ายของพญาเสือโคร่งที่สิ้นลม ควันไฟจากค่ายกลเพลิงอัคคีที่มู่หลานบรรจงวางหมากไว้ยังคงลอยอวลคละคลุ้ง ผสมปนเปกับกลิ่นคาวเลือดที่เจือจางอยู่ในสายลมหนาวปลายฤดู
ชัยชนะ... เป็นของกองทัพทมิฬอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด กองกำลังกบฏของอดีตองค์ชายสามถูกกวาดล้างจนราบคาบ ธงมังกรทองหักสะบั้นปลิวละลิ่วลงสู่พื้นดินโคลนตม
ทว่า ในศาลาบัญชาการสนามรบชั่วคราว บรรยากาศกลับมิได้อบอวลด้วยความปีติยินดีแห่งชัยชนะแม้แต่น้อย
"รายงานท่านอ๋อง กองกำลังรักษาพระองค์ตรวจค้นตำหนักในเสร็จสิ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ... ไม่พบร่องรอยขององค์ชายสาม พบเพียง..." แม่ทัพรองรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเทา มือหนาที่กุมด้ามกระบี่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและคราบโลหิต
จิ่นอ๋องเฟยหลงประทับยืนนิ่งสนิท อาภรณ์สีดำสนิทปักลายพยัคฆ์เงินสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิง ร่างสูงใหญ่สง่างามดั่งเทพแห่งสงครามผู้ไร้ความรู้สึก แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทมิฬมองตรงไปยังเบื้องหน้า ร่างไร้วิญญาณของเหล่าแม่ทัพกบฏที่นอนเรียงราย ทว่าความเงียบงันของเขากลับน่ากลัวยิ่งกว่าพายุ
"เพียงอะไรรึ" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเฉย เยือกเย็น จนผู้ฟังรู้สึกหนาวยะเยือกถึงไขสันหลัง
"พบพระชายาลับของกบฏ... และพระราชสาส์นลับที่ถูกเผาทำลายไปครึ่งหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ"
ฉินมู่หลานซึ่งยืนอยู่เคียงข้างในชุดเกราะอ่อนสีเงินยวดยวง ขยับกายเล็กน้อย นัยน์ตาสีหมึกคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องบัญชาการ นางมิได้เอ่ยคำใดออกมาในทันที ทว่าความเงียบสงบของนางกลับกุมความตึงเครียดทั้งหมดไว้ในกำมือ นิ้วเรียวภายใต้แขนเสื้อกว้างประสานกันแนบแน่น นางย่อมรู้ดีกว่าผู้ใด... ชัยชนะที่ได้มาโดยปราศจากการต่อสู้ของหัวเรือใหญ่ ย่อมไม่ใช่ชัยชนะที่แท้จริง
"หึ..." เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยไอสังหาร "หนีรอดไปได้อีกครา สินะ... คิดหรือว่าการทิ้งเบี้ยตัวสุดท้ายไว้ในวังหลวง จะทำให้เป้าหมายของมันบรรลุ"
"ท่านอ๋องทรงระวังพระองค์ด้วยนะฃรับ" มู่หลานเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความห่วงใยที่ลึกล้ำ นางก้าวเข้ามาใกล้ร่างสูง ยื่นมือเรียวออกไปปัดเขม่าควันสีดำที่เปื้อนอยู่บริเวณหัวไหล่กว้างของเขาอย่างแผ่วเบา "กบฏกลุ่มนี้เป็นเพียงหุ่นเชิด หมากตัวจริงย่อมซ่อนอยู่ในจุดที่ลึกกว่านั้น... การที่พวกมันยอมให้กองกำลังหลักถูกทำลายอย่างง่ายดายเช่นนี้ ย่อมหมายความว่า มีเป้าหมายที่ใหญ่กว่าบัลลังก์ที่ว่างเปล่า"
เฟยหลงหันมาสบตากับนาง แววตาดุดันและเยือกเย็นพลันอ่อนแสงลงวูบหนึ่งอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมขึ้นกุมมือเรียวของนางที่ยังคงแตะอยู่บนบ่าของตนไว้อย่างมั่นคง สัมผัสจากปลายนิ้วที่ด้านหนาจากการจับกระบี่มาแรมปีถ่ายทอดความอบอุ่นให้แก่กันและกัน ท่ามกลางซากปรักหักพังและกลิ่นอายแห่งความตาย
"เจ้ากลัวหรือไม่ มู่หลาน" เฟยหลงเอ่ยถาม เสียงของเขาเบาราวกับกระซิบ แต่หนักแน่นดั่งหินผา
"หม่อมฉันผ่านความตายมาแล้วคราหนึ่ง ไยต้องกลัวเงาของคนที่กำลังจะตายด้วยเล่าเพ่ะย่ะค่ะ" มู่หลานแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยปัญญาและความเด็ดเดี่ยว ทว่าลึกๆ ในใจ นางกลับรู้สึกถึงความสังหรณ์ใจประหลาดบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวออกจากศาลาบัญชาการเพื่อตรวจตราร่องรอยความเสียหาย ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็แหวกม่านควันไฟเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าด้วยความตื่นตระหนก
"กราบทูลท่านอ๋อง พระชายา... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
"มีอันใด รีบว่ามา" เฟยหลงขมวดคิ้วมุ่น
"กองกำลังกบฏที่ถูกจับกุมตัวไว้ทั้งหมด... เกิดอาการเลือดออกทวารทั้งเจ็ดและสิ้นใจพร้อมกันในเวลาเดียวกันพ่ะย่ะค่ะ! และ... และที่สำคัญยิ่งกว่า..." องครักษ์เงากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ในค่ายพักของแม่ทัพกบฏฝ่ายใต้ มีการส่งสาส์นด่วนแจ้งว่า เมืองยุทธปัจจัยทางใต้ทั้งเจ็ดเมือง ถูกกองกำลังปริศนาเข้ายึดครอง พร้อมกับ... ตราประทับหยกประจำพระองค์ของฮ่องเต้พระองค์ก่อนถูกประกาศใช้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นคำรายงาน บรรยากาศรอบกายราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา
ตราประทับหยกที่ควรจะสูญหายไปพร้อมกับการสวรรคตของอดีตฮ่องเต้ บัดนี้กลับปรากฏขึ้นในมือของศัตรูที่ซ่อนเร้น และนั่นหมายความว่า... ราชโองการที่กำลังจะประกาศแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแผ่นดินในวันพรุ่งนี้ จะกลายเป็นโมฆะโดยสมบูรณ์!
มู่หลานพลันชะงักงัน นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ หมากตานี้... ร้ายกาจยิ่งกว่ากองทัพนับแสนนายเสียอีก
เฟยหลงกวาดสายตาคมกริบมองออกไปเบื้องนอก ท้องฟ้ายามราตรีที่ควรจะกระจ่างใส บัดนี้กลับถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีดำทะมึนประดุจลางร้าย มือหนาที่กุมกระบี่ข้างกายกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าควบตะบ็งอย่างบ้าคลั่งก็ดังแว่วมาจากเส้นทางหลวงมุ่งตรงมายังค่ายทหาร พร้อมกับธงอาณาจักรที่โบกสะบัดฝ่าความมืด...
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่ระทึกใจนี้มาด้วยกันนะครับ
อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 27
ชัยชนะในคราบน้ำตา
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!