"พระราชโองการด่วนฉบับพิเศษ... ถูกส่งมาถึงมือท่านแม่ทัพแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เสียงรายงานขององครักษ์เงาที่ดังแทรกเข้ามาในยามวิกาล แตกหักความเงียบงันภายในห้องหนังสือตระกูลจิ่นราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน บนโต๊ะไม้จันทน์หอม แสงเทียนสีส้มวับแวมสาดส่องกระทบกับรอยยับย่นของกระดาษสาชั้นดีที่ประทับตราหยกมังกรทอง
จิ่นอ๋องเฟยหลงยังคงนั่งนิ่งเป็นรูปปั้นหินสลัก นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองม้วนพระราชโองการในมือด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ทว่าบรรยากาศรอบตัวเขากลับแผ่ไอสังหารเย็นเยียบออกมาจนผู้เป็นบ่าวไพร่ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ทว่า... สายตาของเขาไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ตัวอักษรสีชาดที่เขียนสั่งการจากในวังหลวง หากแต่เหลือบมองไปยังสตรีที่นั่งอยู่เบื้องขวา
ฉินมู่หลาน... ภรรยาเอกผู้ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเบี้ยตัวเล็กๆ ในเกมการเมืองที่ฮ่องเต้พระราชทานลงมาเพื่อควบคุมเขา บัดนี้ นางกลับกำลังจิบชาอู่หลงอย่างใจเย็น ราวกับเหตุการณ์ความวุ่นวายระดับแผ่นดินเบื้องหน้าเป็นเพียงเรื่องลมฟ้าอากาศยามค่ำคืน
"เจ้าดูจะไม่แปลกใจเลยสักนิด ชายาของข้า" เฟยหลงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันที่สามารถทำให้ขุนนางขั้นหนึ่งเข่าทรุดได้
มู่หลานวางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นกลับดังก้องกังวานในความเงียบ นางเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามี รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น
"เหตุใดหม่อมฉันต้องแปลกใจด้วยเล่าเพคะ ในเมื่อศึกษาสนามการเมืองมามากพอที่จะรู้ว่า... เมื่อสุนัขล่าเนื้อหมดประโยชน์ ย่อมถึงคราวที่นายเหนือหัวต้องเตรียมลับมีดเล่มใหม่เพื่อเชือดมันทิ้ง"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและคมกริบราวน้ำดาบเล่มงามนี้ ทำให้เฟยหลงชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาคู่นคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย เขาไม่เคยคิดว่าสตรีในอาภรณ์ปักลายหงส์ตัวนี้ จะกล้าเอวาจาอาจหาญถึงเพียงนี้ต่อหน้าอำนาจสูงสุดของราชสำนัก
"เจ้ากำลังจะบอกว่า... ราชโองการฉบับนี้ คือราชโองการประหารชีวิตข้าทางอ้อมอย่างนั้นหรือ?" เฟยหลงถามย้ำ น้ำเสียงเริ่มมีแววระaคายเคืองระคนความสนใจที่ถูกจุดประกายขึ้นทีละน้อย
"มิใช่ทางอ้อมหรอกเพคะ... แต่เป็นประหารชีวิตโดยสมบูรณ์ต่างหาก" มู่หลานลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นเงินไหวระยับตามจังหวะการก้าวเดิน นางเดินตรงไปยังแผนที่แผ่นใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะไม้ทึบ ใช้ปลายนิ้วเรียวงามชี้ไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางตอนเหนือ
"ฮ่องเต้ทรงระแวงในกองกำลังทมิฬของท่านมานานแล้ว การศึกที่ชายแดนเหนือครั้งนี้ หาใช่การส่งท่านไปปราบกบฏไม่ หากแต่เป็นการจงใจส่งท่านเข้าสู่ค่ายกล 'หุบผาหมื่นศพ' ที่ถูกตัดขาดจากเสบียงและกองหนุน เพื่อให้ท่านตายด้วยน้ำมือของพวกโจรป่า โดยที่พระองค์ไม่ต้องเปื้อนพระหัตถ์แม้แต่น้อย"
ภายในห้องหนังสือตกอยู่ในความเงียบงันอีกครา ทว่าคราวนี้มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงปะทะทางความคิด เฟยหลงจ้องมองภรรยาของตนด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ความรู้สึกชื่นชมและตกตะลึงระคนกันตีรวนอยู่ในอก เขาเป็นแม่ทัพผู้ผ่านศึกมาโชกโชน วิเคราะห์กลศึกมานับร้อยนับพันครั้ง แต่กลับมองไม่ทะลุปรุโปร่งเท่าสตรีตัวเล็กๆ ที่นั่งอยู่ตรงหน้าเพียงชั่วพริบตาเดียว
"แล้วเจ้า... มีแผนการอันใด?" เฟยหลงเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีหลงเหลือความเย่อหยิ่งเยือกเย็นแบบก่อนหน้า มีเพียงความจริงจังของบุรุษผู้ยอมรับในความสามารถของอีกฝ่ายอย่างสนิทใจ
มู่หลานเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีแต่ประกายแห่งปัญญาที่เฉียบคมดั่งดวงดาวในคืนเดือนมืด
"หม่อมฉันไม่ได้มีแค่แผนเดียวหเพคะท่านแม่ทัพ..." นางยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจ "แต่หม่อมฉันมีแผนที่จะทำให้ฮ่องเต้ต้องคุกเข่าขอร้องให้ท่านยกทัพกลับมาเมืองหลวงด้วยพระองค์เอง"
ในวินาทีนั้นเอง เฟยหลงพลันตระหนักได้อย่างลึกซึ้งว่า สตรีที่อยู่ตรงหน้าเขาผู้นี้... หาใช่ภรรยาที่ต้องคอยปกป้องคุ้มครอง แต่คือนักยุทธศาสตร์ผู้ไร้พ่าย ผู้ที่จะเคียงบ่าเคียงไหล่เขากระชากบัลลังก์มังกรลงมาสยบแทบเท้า
ทว่า ก่อนที่เฟยหลงจะทันได้เอ่ยปากถามถึงแผนการอันล้ำลึกนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์หน้าประตูห้องก็ดังขัดจังหวะขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงหอบหายใจอย่างตื่นตระหนก
"เรียนท่านแม่ทัพ! ชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... มีราชสาส์นปลอมจากกองทัพทมิฬทางเหนือส่งมาถึงเมืองหลวง ประกาศว่า..." องครักษ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "...ประกาศว่าท่านแม่ทัพ... คิดคบคิดกับแคว้นศัตรู ก่อกบฏเตรียมยึดอำนาจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
มู่หลานหันขวับไปมองหน้าเฟยหลงทันที สีหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นของนางในคราแรก กลับแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาฉับพลัน เมื่อตระหนักได้ว่าเกมการเมืองครั้งนี้... ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้เดินหมากแค่ชั้นเดียว แต่พวกมันอ่านทางและตัดหน้าพวกเขาก้าวหนึ่งเสมอ!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันเข้มข้นนี้ร่วมกันนะครับ
อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 9
ยอมรับในปัญญา
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!