เสียงหมึกซึมลึกรูดผ่านกระดาษสาเนื้อดีดังแผ่วเบา ทว่าในห้องทรงพระอักษรที่เงียบสงัดดุจป่าช้า เสียงนั้นกลับก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของมังกรหลับที่เพิ่งลืมตาตื่น
"แคว้นต้าหลี่สงบราบคาบมาสามเดือนเต็มแล้วพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง"
เสียงรายงานจากแม่ทัพรองผู้ยืนสงաբนิ่งอยู่เบื้องล่างไม่ได้ทำให้มือที่กำลังจรดพู่กันของจิ่นอ๋อง ‘เฟยหลง’ หยุดชะงักลงแม้แต่น้อย อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นทองลายพยัคฆ์ทะยานเมฆาขับเน้นให้ร่างสูงสง่าดูน่าเกรงขามและเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี ไอร้อนจากเตาผิงทองเหลืองแกะสลักลวดลายโบราณไม่สามารถละลายความกดดันที่แผ่ออกมาจากบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพทมิฬครึ่งค่อนแผ่นดินผู้นี้ได้เลย
เฟยหลงวางพู่กันลงในแท่นหินฝนหมึกช้าๆ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวทอดมองออกไปนอกหน้าต่างบานแกะสลัก ณ เบื้องนอก ท้องสนามหลวงยามนี้ไร้ซึ่งเสียงเกือกม้าศึกและควันไฟจากสนามรบ มีเพียงความรุ่งเรืองของบ้านเมืองและรอยยิ้มของราษฎรที่เดินขบวนค้าขายกันอย่างคึกคัก ความสงบสุขที่แลกมาด้วยหยาดเลือดและมันสมองของสตรีผู้หนึ่ง... สตรีที่นั่งอยู่ ณ มุมห้องอีกด้าน
ฉินมู่หลาน ในอาภรณ์สีฟ้าครามปักลายเมฆขาวและกอไผ่ ท่าทางของนางสง่างามและไร้ซึ่งความตื่นตระหนก บนโต๊ะทำงานตัวเล็กเบื้องหน้าของนางเต็มไปด้วยม้วนคัมภีร์กฎหมายและการจัดสรรภาษีของหัวเมืองเหนือที่เพิ่งผนวกรวมเข้ามา นางเพียงยกถ้วยชาเคลือบหยกขาวขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมของชาผู่อู๋ลอยกรุ่นตัดกับความตึงเครียดในบรรยากาศได้อย่างน่าประหลาด
"เจ้าออกไปก่อนเถอะ" เฟยหลงเอ่ยปากไล่แม่ทัพรองด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม
"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อบานประตูไม้แกะสลักปิดลง ความเงียบสงบก็หวนกลับคืนมาอีกครั้ง เฟยหลงก้าวเดินด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ ข้ามพรมผืนหนานุ่มตรงไปยังร่างของสตรีที่ยังคงก้มหน้าตรวจดูบัญชีราษฎร เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้จันทน์หอมข้างกายาง ยื่นมือหนาไปกุมมือเรียวบางที่กำลังถือพู่กันไว้โดยพลการ
มู่หลานชะงัก เลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย นางไม่ได้สะบัดมือออก เพียงแต่เงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นพยัคฆ์ไร้ใจแห่งแดนเหนือ "ท่านอ๋อง ราชกิจเบื้องหน้ายังไม่สะสาง เหตุใดจึงทำตัวเสียมารยาทเช่นนี้เล่าเพคะ"
"ราชกิจอันใดจะสำคัญเท่ากับฮูหยินของเปิ่นหวาง" น้ำเสียงที่เคยเย็นชาและดุดันยามสั่งการในสนามรบ บัดนี้กลับเจือด้วยความอ่อนโยนล้ำลึกอย่างที่ไม่มีผู้ใดในแผ่นดินเคยได้รับฟัง เฟยหลงใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาคลอเคลียแกVนวลของนางอย่างเบามือ "เจ้าตรากตรำกับร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่นี้มาสามวันสามคืนแล้ว มู่หลาน... แผ่นดินสงบแล้ว เจ้าควรพักผ่อนเสียที"
มู่หลานระบายยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยสติปัญญาและความมั่นคง นางวางพู่กันลง ทอดสายตามองลึกเข้าไปในดวงตาคมกรามที่สะท้อนเงาของนางเพียงผู้เดียว "เพราะแผ่นดินสงบต่างหากเล่าเพคะ... หม่อมฉันจึงต้องยิ่งรอบคอบ ความสงบสุขที่ได้มาด้วยเลือดเนื้อของเหล่าทหารหาญ หากไม่รักษาไว้ด้วยกฎหมายที่เป็นธรรมและรากฐานที่มั่นคง อีกไม่นานไฟสงครามก็จะลุกโชนขึ้นมาใหม่อยู่ดี ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่... ท่านย่อมรู้ดีกว่าใครมิใช่หรือว่า การชนะศึกนั้นง่ายดาย แต่การรักษาแผ่นดินให้ร่มเย็นเป็นสุขนั้นยากยิ่งกว่า"
คำกล่าวของนางเฉียบคมดุจกระบี่ที่อาบยาพิษ ทว่ากลับหวานล้ำจับใจในเวลาเดียวกัน เฟยหลงลอบถอนหายใจยาวนาน เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นจนกลิ่นกายบุรุษอบอุ่นผสมผสานกับกลิ่นชาชั้นดีโชยเข้าจมูก "เปิ่นหวางมีกองทัพทมิฬ มีอำนาจกุมชะตาคนทั้งแผ่นดิน แต่กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับวาจาเพียงไม่กี่คำของสตรีตัวเล็กๆ เช่นเจ้า"
"หม่อมฉันมิกล้าหาญถึงเพียงนั้นเพคะ หม่อมฉันเพียงทำหน้าที่ในฐานะ... ผู้ที่ยืนอยู่เคียงข้างท่าน" มู่หลานเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นดั่งหินผา
นับตั้งแต่เหตุการณ์กวาดล้างกบฏในราชสำนักและขับไล่อริราชฝ่ายเหนือจนราบคาบ ชื่อเสียงของจิ่นอ๋องและฉินมู่หลานก็กลายเป็นตำนานเล่าขานไปทั่วสารทิศ ราษฎรต่างแซ่ซ้องสรรเสริญว่าจิ่นอ๋องคือ ‘ผู้พิทักษ์ที่แท้จริง’ ของแผ่นดินต้าหลี่ ขณะที่ยอดกุนซือข้างกายพระองค์ได้รับการยกย่องว่าเป็นมันสมองแห่งยุคสมัย รัชสมัยปัจจุบันถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นยุคทองแห่งความรุ่งเรืองและความสงบสุข
ทว่า ในขณะที่ความสุขสมบูรณ์กำลังแผ่ขยายปกคลุมทั่วราชธานี ความเงียบงันบางอย่างในมุมมืดกลับเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยจังหวะที่ถูกกำหนดไว้ เป็นสัญญาณลับจากหน่วยข่าวกรองเงาของจิ่นอ๋อง เฟยหลงขมวดคิ้วมุ่นโดยอัตโนมัติ รัศมีความเยือกเย็นกลับคืนสู่แววตาของเขาในเสี้ยววินาที
"เข้ามา" เฟยหลงเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงดุดันดังเดิม
องครักษ์เงาในชุดดำสนิทพุ่งตัวเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากของชายฉกรรจ์ผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน บ่งบอกว่าข่าวที่เขานำมานั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดา
"ทูลท่านอ๋อง เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์เงากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ม้วนสาส์นลับจากแดนประจิม... ถูกส่งมาถึงชายแดนแล้วพ่ะย่ะค่ะ และ..."
"และอันใด รีบพูด!" เฟยหลงตวาดกร้าว บรรยากาศภายในห้องทรงอักษรลดฮวบลงจนติดลบในทันที
"ทูตจากแคว้นซีเซี่ย พร้อมด้วย... ราชบุตรองค์โตที่เคยหายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน บัดนี้ได้นำกองกำลังทหารม้าห้าหมื่นนายประชิดชายแดนตะวันตกแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พร้อมกับประกาศราชโองการทวงคืนดินแดนบรรณาการ และ..." องครักษ์เงากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "และระบุชื่อพระชายาฉินมู่หลาน... ว่าเป็นองค์หญิงรัชทายาทแห่งซีเซี่ยที่ถูกลักพาตัวมา! หากทางการต้าหลี่ไม่ส่งตัวพระชายากลับคืนภายในเจ็ดวัน พวกมันจะเหยียบเมืองหลวงให้ราบเป็นหน้ากลองพ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นเสียงรายงาน ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันที่น่ากลัวยิ่งกว่าพายุ
มู่หลานชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยไหววูบเพียงชั่วพริบตาก่อนจะกลับคืนสู่ความสงบนิ่งดุจผิวน้ำในบึงลึก นางค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ ของกระเบื้องเคลือบดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของคนทั้งห้อง
เฟยหลงไม่กล่าวอันใด ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นจนน่ากลัว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างของแม่ทัพผู้เยือกเย็นจนแทบจะแช่แข็งอากาศรอบตัวได้ มือหนาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ประจำกายที่วางอยู่ข้างกายโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายจ้องมองตรงไปเบื้องหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ
"พวกมัน... กล้าดียังไงถึงกล้าแตะต้องของๆ เปิ่นหวาง" เฟยหลงเอ่ยลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามจากขุมนรก ขณะที่สายตาสลับมองไปยังสตรีผู้เป็นดวงใจที่นั่งอยู่เคียงข้างตน
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้มาด้วยกันนะครับ และโปรดติดตามตอนต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะศึกครั้งใหม่ที่เดิมพันด้วยบัลลังก์และหัวใจกำลังจะอุบัติขึ้นแล้วครับ
* * *
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ติดตามอ่านมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 29
รัชสมัยแห่งความรุ่งเรือง
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!