อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 25

วิกฤตเฉียดตาย

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
เหล็กกล้ากระทบกันจนเกิดประกายไฟสีส้มวาบขึ้นในความมืด คราบเขม่าดินปืนและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วหุบเขาอับทิศ ลมหายใจของฉินมู่หลานสั่นสะท้อนอยู่หลังอาภรณ์สีเข้มที่เปียกชุ่มด้วยหยาดเหงื่อและน้ำค้างยามดึก นางกำชับกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด สายตาคมกริบกวาดมองผ่านพงหญ้าคาที่ถูกย่ำยีจนแหลกเหลว เบื้องล่างคือหุบเหวแคบที่ถูกขนานนามว่า ‘ผาอสุรกาย’ สถานที่ซึ่งกองกำลังทมิฬของจิ่นอ๋องฉินเฟยหลงกำลังตกอยู่ในวงล้อมของค่ายกลธนูเพลิงนับพันดอก “ท่านอ๋อง... ทรงต้านทานกองกำลังสี่ทิศด้วยพระองค์เองเกินไปแล้วนะครับ” เสียงทุ้มต่ำขององครักษ์เงาที่บาดเจ็บสาหัสข้างกายดังลอดไรฟัน มู่หลานไม่ได้เอ่ยคำใดตอบรับ นางเพียงแต่หรี่ตาลงมองภาพเบื้องล่างด้วยหัวใจที่บีบรัดดั่งถูกคีมเหล็กบดขยี้ ร่างสูงสง่าในชุดเกราะนิลกาฬของเฟยหลงยังคงยืนหยัดอย่างดื้อรั้น ท่ามกลางหبالห่าลูกศรที่พุ่งแหวกอากาศราวกับฝูงตั๊กแตน ดาบยาวในมือเขาอาบย้อมด้วยโลหิตของข้าศึกจนชุ่มโชก แต่ละก้าวที่เขาถอยร่นล้วนเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ *เขากำลังรอคอยกำลังเสริมที่ไม่มีวันมาถึง...* เพราะเส้นทางเสบียงถูกตัดขาดตั้งแต่เมื่อยามอัสดงแล้ว มู่หลานสูดหายใจเข้าลึกระงับความสั่นเทาในอก นางหาได้เป็นเพียงสตรีในห้องหอที่รอคอยความช่วยเหลือไม่ ในยามที่บุรุษผู้เป็นดั่งฟ้าของนางกำลังจะร่วงหล่น สติปัญญาและแผนการทั้งหมดที่นางเพียรสร้างมาตลอดชีวิตย่อมไร้ความหมาย หากปราศจากลมหายใจของเขาเคียงข้าง “เตรียมธนูอาบยาพิษเจ็ดราตรีไว้ห้าดอก เล็งไปที่แม่ทัพฝ่ายตรงข้ามบนยอดเนินทิศบูรพา” มู่หลานเอמהสั่งเสียงเฉียบขาด แววตาคู่นั้นปราศจากความลังเลสิ้นเชิง “ฮูหยิน! จะทรงทำสิ่งใด หรือว่าจะ...” องครักษ์ตกใจหน้าถอดสี “ข้าจะลงไปหาเขา” มู่หลานตัดบท นางสะบัดชายผ้าคลุมสีเพลิงออก เผยให้เห็นชุดเกราะหนังชั้นดีที่สวมทับไว้ภายใน “ในเมื่อพวกมันต้องการชีวิตฉินเฟยหลง ข้าก็จะมอบ ‘เป้าลวง’ ที่หอมหวานที่สุดให้พวกมันได้ลิ้มลอง” สิ้นคำ มู่หลานก็ควบอาชาโลหิตพุ่งทะยานออกจากเงาไม้ ลัดเลาะลงสู่ก้นหุบเขาดั่งภูตพรายที่ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์ เสียงกีบเท้าม้ากระทบพื้นดินดังสนั่นท่ามกลางเสียงโห่ร้องของกองทัพศัตรู นางยกคันธนูขึ้นน้าวสายสุดแรง เกิดเสียงสายธนูดีดตัวกรีดอากาศลั่น ก่อนที่ลูกศรดอกแรกจะพุ่งปักเข้าที่ลำคอของนายกองศัตรูจนล้มคว่ำคาที่ “มู่หลาน?!” เสียงทุ้มต่ำที่ตวาดลั่นท่ามกลางเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนเต็มไปด้วยความตกใจระคนโกรธเกรี้ยว เฟยหลงเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา เมื่อร่างระหงในอาภรณ์เพลิงควบม้าฝ่าวงล้อมเข้ามาประชิดเบื้องหน้าเขา ดาบในมือเรียวปัดป้องคมหอกของศัตรูได้อย่างงดงามราวกับการร่ายรำ “ท่านอ๋อง เย็นชาเกินไปแล้วกระมัง ปล่อยให้ข้าคอยอยู่ข้างหลังผู้เดียว ท่านคิดว่าข้าเป็นสตรีเช่นไรกัน” มู่หลานเอמהพลางแย้มยิ้มบางเบา แม้หยาดเหงื่อจะไหลรินอาบแก้ม เฟยหลงกัดฟันกรอด นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำด้วยความโกรธและห่วงใยระคนกัน เขาโถมกายเข้าปกป้องนางจากคมดาบที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง ร่างหนาเข้าประชิดโอบกอดเอวบางไว้แน่นด้วยมือข้างเดียว ขณะที่มืออีกข้างเหวี่ยงดาบฟันร่างศัตรูขาดเป็นสองท่อนในคราเดียว “เจ้ามันคนดื้อรั้นที่สุด!” เฟยหลงคำรามชิดใบหูของนาง ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินต้นคอ “ใครใช้ให้เจ้าเข้ามาในสมรภูมิเดนตายเช่นนี้!” “ถ้าไม่มีข้า ท่านคงถูกห้อมล้อมจนกลายเป็นผีเฝ้าผาอสุรกายไปแล้ว” มู่หลานสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาเยือกเย็นที่บัดนี้เต็มไปด้วยระลอกคลื่นแห่งความอาลัยอาวรณ์ ทว่า ช่วงเวลาแห่งการสابตากลับสั้นเกินไป เมื่อเสียงคำรามกึกก้องดังขึ้นจากยอดผา แม่ทัพใหญ่ฝ่ายศัตรู นามว่า ‘หลี่จง’ ปรากฏกายขึ้นพร้อมหน้าไม้กลนับร้อยที่เล็งตรงมายังจุดที่ทั้งสองยืนอยู่ “ฮ่าๆๆๆ ฉินเฟยหลง! ไม่คิดเลยว่าแม่ทัพผู้เกรียงไกรจะยอมตายพร้อมกับภรรยาคู่กาย ช่างเป็นความรักที่น่าสมเพชเสียจริง!” หลี่จงหัวเราะลั่น “ยิง!” สิ้นคำสั่ง ศรเพลิงนับร้อยดอกก็พุ่งแหวกอากาศลงมาดั่งห่าฝน ท้องฟ้าเหนือหุบเขากลายเป็นสีแดงฉานในพริบตา “มู่หลาน!” เฟยหลงแผดเสียงด้วยความตื่นตระหนก ร่างสูงโถมเข้าปก 1 ร่างบางไว้ใต้ร่างของตนเองทันที ยอมเอาแผ่นหลังกว้างรับคมลูกศรและเปลวเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำลงมา “ท่านพี่!” มู่หลานกรีดร้องสุดเสียง หยาดน้ำตาอุ่นร้อนรินไหลอาบแก้ม เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและน้ำหนักตัวของสามีที่ทับถมลงมาอย่างไร้เรี่ยวแรง ในขณะที่เปลวเพลิงกำลังล้อมรอบตัวพวกเขาทุกทิศทุกทาง และสติของเฟยหลงกำลังเลือนรางลง ทันใดนั้น... เสียงระฆังศึกดังสนั่นหวั่นไหวก็ก้องมาจากเบื้องหลังค่ายกลของศัตรู ธงรบสีนิลปักรูปพยัคฆ์คำรามสะบัดไหวท่ามกลางสายลมราตรี เงาร่างนับหมื่นพุ่งทะยานลงมาจากหน้าผาสูงชัน เสียงฝีเท้าม้าดังกึกก้องราวกับแผ่นดินจะถล่ม ผู้นำกองทัพเสริมหาใช่ใครอื่นไม่ หากแต่เป็น... ขันทีหนุ่มคนสนิทข้างกายฮ่องเต้ผู้กุมราชโองการลับ พร้อมกับป้ายอาญาสิทธิ์ทองคำที่ชูขึ้นสูงจนประกายสะท้อนกับแสงไฟ “ราชโองการจากฮ่องเต้! ผู้ใดกล้าแตะต้องจิ่นอ๋องและฮูหยิน มีโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร!” เสียงตะโกนก้องกังวานหยุดยั้งทุกการเคลื่อนไหวในสมรภูมิ หลี่จงหน้าถอดสีเข่าทรุดลงทันทีเมื่อเห็นตราประทับมังกรทอง แต่มู่หลานกลับไม่ได้สนใจสถานการณ์รอบตัว นางประคองร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของเฟยหลงขึ้นมาแนบอก มือเรียวสั่นเทาขณะเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าซีดเซียวของสามี เฟยหลงลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งบัดนี้พร่ามัว ทว่าริมฝีปากหนากลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างยากลำบาก เขายื่นมือที่เปื้อนเลือดมาแตะแก้มของนางแผ่วเบา “ข้า... ยังตายไม่ได้... เจ้ายังไม่ได้บอกรักข้าเลยสักครา...” เขากระซิบแผ่วเบาก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆ ปิดสนิทลงในอ้อมแขนของนาง ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันระทึกใจนี้มาด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%