กล่องไม้สนหุ้มกำมะหยี่สีแดงเข้มเจ็ดใบ ถูกวางเรียงรายจนกินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของโต๊ะไม้กลางห้องโถง กลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและชาชั้นดีลอยวนอยู่ในอากาศ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของหลินฟางในยามนี้ หาใช่ความหรูหราของหีบห่อไม่ แต่เป็นความเงียบงันที่แผ่ซ่านมาจากร่างสูงใหญ่ของสามีหนุ่ม ที่กำลังยืนกุมมือประสานกันอย่างเก้ๆ กังๆ อยู่เบื้องหน้า
"นี่คือ... อะไรคะ, เฉินหยวน" หลินฟางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววระคนฉงนและขบขันระคนกัน เมื่อกวาดสายตามองสิ่งของสารพัดที่กองพะเนินเทินทึกจนล้นล้นระเบียงบ้าน ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหมซาตินเนื้อนุ่มสีชมพูกลีบบัว ปิ่นปักผมหยกขาวแกะสลักลวดลายดอกโบตั๋น หรือแม้แต่ชุดเครื่องครัวทองเหลืองขัดเงับวับที่ต่อให้เดินหาทั่วทั้งอำเภอก็ไม่มีทางเจอ
เฉินหยวนกระแอมเบาๆ ในลำคอ ใบหน้าคมเข้มที่มักจะเรียบนิ่งและเคร่งขรึมยามเผชิญหน้ากับศัตรู บัดนี้กลับมีร่องรอยของความประหม่าฉายชัดอยู่ที่หูทั้งสองข้างซึ่งแดงก่ำ
"ข้า... ข้าแค่อยากให้เจ้าได้ใช้อะไรที่มันสบายขึ้นบ้าง" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยอ้อมแอ้มราวกับเด็กหนุ่มที่กำลังสารภาพรักครั้งแรก "ตอนที่ข้าไปตรวจค่ายทหารที่ชายแดน เห็นพ่อค้าเร่จากเมืองหลวงเอาของพวกนี้มาขาย เขาบอกว่าฮูหยันในเมืองหลวงเขานิยมใส่กัน ข้าคิดว่า... เจ้าก็น่าจะชอบ"
หลินฟางอดไม่ได้ที่จะระบายรอยยิ้มบางๆ ออกมา นางก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงที่ยืนเกร็งเป็นท่อนไม้ ก่อนจะยื่นมือเรียวไปแตะเบาๆ ที่แขนเสื้อสีเข้มซึ่งชื้นเหงื่อเล็กน้อยของเขา สามีผู้เย็นชาและปากหนักคนเดิม ที่เคยทำให้นางต้องปวดร้าวในชาติภพก่อน บัดนี้กลับกลายเป็นพ่อหนุ่มสายเปย์ที่กว้านซื้อของทั่วตลาดเพียงเพราะกลัวว่าภรรยาจะไม่สบาย
"ท่านหมดเงินเบี้ยหวัดไปเท่าไหร่กันคะเนี่ย" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ทว่าแววตากลับทอประกายความอบอุ่นลึกซึ้ง "บ้านของเราเพิ่งจะเริ่มตั้งตัวได้ มิติลับของเราก็เพิ่งจะผลิตผลผลิตล็อตใหญ่ส่งออกไป... ท่านเล่นช้อปปิ้งเสียจนร้านค้าแถบนั้นแทบจะปิดวิกฉลองแบบนี้ เกรงว่าอีกไม่นานเราคงต้องกินข้าวต้มกับเกลือจริงๆ แล้วมั้งคะ"
"ไม่ขัดสนหรอก!" เฉินหยวนรีบละล่ำละลักปฏิเสธ ดวงตาคมกริบมองสบตานางด้วยความจริงจังที่หนักแน่นราวกับภูผา "เงินเบี้ยหวัดของข้า... และทองคำที่ได้จากการร่วมค้ากับพ่อค้าเร่คนนั้น ข้าเก็บไว้ให้เจ้าหมดแล้ว เจ้าอยากได้อะไรอีกไหม? ถ้าของพวกนี้ยังไม่พอใจ ข้าจะควบม้าไปเอาที่เมืองหลวงมาให้เพิ่มอีก"
"พอแล้วค่ะ! แค่นี้บ้านเราก็จะไม่มีที่เดินอยู่แล้วนะคะ ดูสิคะ... หีบพวกนี้กินพื้นที่ห้องรับแขกไปหมดแล้ว" หลินฟางส่ายหัวเบาๆ อย่างระอาแกมเอ็นดู นางเดินไปเปิดหีบใบแรก หยิบผ้าไหมซาตินเนื้อละเอียดขึ้นมาลูบไล้สัมผัส เนื้อผ้าเย็นเฉียบและทิ้งตัวสวยงาม บ่งบอกถึงราคาที่ไม่อาจประเมินได้ในยุคสมัยนี้ "แต่... ฝีมือการเลือกของของท่าน, ถือว่าไม่เลวเลยนี่คะ"
คำชมเพียงน้อยนิดจากปากภรรยา ทำให้ประกายความยินดีฉายชัดขึ้นในดวงตาของนายทหารหนุ่ม เขาขยับเข้าไปใกล้โดยสัญชาตญาณ ราวกับสุนัขตัวEโตรักเจ้าของที่อยากออดอ้อม "ถ้าเจ้าชอบ... คราวหลังข้าจะหามาให้อีก"
บรรยากาศหวานชื่นระหว่างสามีภรรยากำลังดำเนินไปอย่างอบอุ่น หากแต่ความสงบสุขในบ้านตระกูลเฉินมักจะอยู่ได้ไม่นานนัก
*ปัง!*
เสียงทุบประตูไม้หน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่ารำคาญ ซึ่งดังแปร่งปร่าแทรกเข้ามาในความเงียบสงบ
"หลินฟาง! นังสะใภ้ตัวดี! แกหลบหัวอยู่ที่ไหน ออกมาพบฉันเดี๋ยวนี้!"
เสียงของหลิวชุ่ย ผู้เป็นแม่สามีตadคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด พร้อมกับร่างท้วมที่ผลักประตูเข้ามาอย่างไร้มารยาท โดยมีหลานสาวตัวดีและบรรดาญาติห่างๆ เดินตามก้นเข้ามาสมทบราวกับกองโจรยกพวกมาปล้น
เฉินหยวนขมวดคิ้วมุ่น รัศมีคุกคามแผ่ซ่านออกจากร่างสูงทันที ใบหน้าคมเข้มเย็นชาลงถนัดตา เขาก้าวขึ้นมาบังร่างของภรรยาไว้ด้านหลังโดยอัตโนมัติ ทว่าหลินฟางกลับแตะมือลงบนแขนของเขาเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม นางส่งยิ้มบางๆ ที่เคลือบด้วยยาพิษให้อย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับแม่สามีด้วยท่าทีสง่างามราวกับพญาหงส์
"อุ๊ย... เสียงดังเอะอะโวยวายอะไรแต่เช้าคะคุณแม่" หลินฟางเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม นางกวาดสายตามองสภาพของแม่สามีที่แต่งกายด้วยชุดเก่าๆ ทว่ากลับมีสีหน้าฮึกเหิมราวกับถือไพ่เหนือกว่าในมือ "บ้านตระกูลเฉินของเราไม่ใช่ตลาดสดนะคะ ถึงได้ส่งเสียงร้องตะโกนโวกเวกเสียจนไก่ในเล้าตกใจหมด"
"นัง... นังสะใภ้ปากดี!" หลิวชุ่ยชี้หน้าด่าด้วยความโกรธจัด นิ้วมือสั่นเทาด้วยความแค้นเคือง สายตาตวัดมองกองหีบสมบัติราคาแพงลิบลิ่วที่วางระเกะระกะอยู่กลางบ้าน ก่อนจะแค่นเสียง Hump ออกมาอย่างดูแคลน "แกเอาเงินมาจากไหน! นี่มันเงินทองของมีค่าอะไรกัน ทำไมถึงมีมากขนาดนี้! แกแอบยักยอกเงินในบ้านไปใช้คนเดียวใช่ไหม!"
หลินฟางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือนกับข้อกล่าวหาไร้สาระเหล่านั้น กลับกัน นางหันไปหยิบถ้วยชาหอมกรุ่นที่เพิ่งชงจากมิติลับขึ้นมาจิบช้าๆ อย่างใจเย็น
"ยักยอกเงินในบ้านหรือคะ?" หลินฟางทวนคำด้วยรอยยิ้มเยาะ "คุณแม่คะ... เงินในบ้านตระกูลเฉินที่ท่านพูดถึงเนี่ย คือเงินก้อนไหนหรือคะ เงินที่ท่านเคยบังคับให้พวกเราส่งมาให้คุณน้องเล็กเอาไปผลาญเล่นที่สำนักศึกษา หรือว่าเป็นเงินที่ท่านเก็บไว้กินขนมคนเดียวตอนที่พวกเราต้องอดมื้อกินมื้อกันแน่คะ?"
"แก... แกกล้าดียังไงมาพูดจายอกย้อนฉัน!" หลิวชุ่ยหน้าดำคร่ำเครียด นางหันไปฟ้องลูกชายทันทีด้วยน้ำเสียงบีบคั้นอารมณ์ "เฉินหยวน! แกดูเมียแกสิ! นางกล้าเถียงฉัน กล้าหยามหน้าฉันผู้เป็นแม่แท้ๆ ของแก! แถมยังเอาเงินทองมากมายไปปรนเปรอตัวเองคนเดียว ปล่อยให้ฉันกับน้องชายแกต้องอยู่อย่างยากลำบาก แบบนี้มันอกตัญญูชัดๆ!"
เฉินหยวนปรายตามองมารดาด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้เยื่อใย "เงินนี่ไม่ใช่เงินในบ้าน และไม่ใช่เงินของท่าน... มันคือเบี้ยหวัดส่วนตัวของข้า และกำไรจากการค้าขายที่ข้ากับภรรยาหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อของตัวเอง ข้าจะซื้ออะไรให้ภรรยาของข้า มันก็เป็นสิทธิของข้า ไม่มีส่วนไหนที่เกี่ยวข้องกับท่านเลยสักนิดเดียว"
คำตอบที่แข็งกร้าวและไร้ไมตรีจิตจากบุตรชายแท้ๆ ทำให้หลิวชุ่ยถึงกับหน้าซีดเผือด นางไม่คาดคิดว่าลูกชายที่เคยเชื่อฟังนางมาตลอด (ในสมัยก่อน) บัดนี้จะกลBาเอמהวาจาตัดเยื่อใยเช่นนี้ออกมาต่อหน้าธารกำนัล
"แก... แกกล้าพูดแบบนี้กับแม่หรอกหรือ เฉินหยวน! เพราะนังปีศาจจิ้งจอกนี่ใช่ไหม ที่ทำให้แกเปลี่ยนไป!" หลิวชุ่ยกรีดร้องเสียงแหลม พลางพุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบหน้าหลินฟางให้หายแค้น
*หมับ!*
ทว่า มือหนาราวกับคีมเหล็กของเฉินหยวนกลับคว้าข้อมือของมารดาไว้แน่นสนิท แรงบีบที่หนักหน่วงทำให้หลิวชุ่ยต้องร้องโอ๊ดโอยด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว
"พอได้แล้วครับ" เฉินหยวนเอ่ยเสียงต่ำ ลมหายใจแผ่ไอเย็นเยียบออกมาจนรอบบริเวณอุณหภูมิลดฮวบลงทันตา "ถ้าท่านยังไม่หยุดสร้างความวุ่นวายในบ้านของผม... อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจฐานะมารดา"
หลินฟางมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพึงใจ นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเบาๆ เสียงกระเบื้องกระทบไม้ดัง กริ๊ง... สะท้อนความเงียบงันในห้องโถง นางก้าวเข้าไปใกล้แม่สามีที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความกลัว ก่อนจะกระซิบบางอย่างข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ
"คุณแม่คะ... ของขวัญที่สามีฉันซื้อให้ฉันวันนี้ ยังเป็นแค่เศษเสี้ยวเดียวของความมั่งคั่งที่เรากำลังจะมี" หลินฟางแย้มยิ้มหวานหยดย้อย ทว่าดวงตากลับคมกริบราวนำมีดโกน "ถ้าท่านยังไม่อยากหมดตัวและไม่มีที่ซุกหัวนอน... แนะนำว่าให้กลับเรือนของท่านไปเสียดีกว่า ก่อนที่ฉันจะ... เอาคืนเรื่องเก่าๆ ทั้งหมดทบต้นทบดอก"
หลิวชุ่ยเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว นางสะบัดมือหลุดจากการเกาะกุมของบุตรชายอย่างลนลาน ก่อนจะถอยหลังกรูดออกไปที่ประตูบ้านด้วยความทุรักทุเร โดยมีเสียงสบถด่าไล่หลังมาไม่ขาดสาย ท่ามกลางความโล่งอกของบรรยากาศรอบข้าง
ทว่า... ในจังหวะที่หลินฟางกำลังจะหันกลับมาเอ่ยปากชมสามี เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของทหารม้าลาดตระเวนคนหนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับจดหมายประทับตราลับสีแดงฉานที่ถูกโยนเข้ามาตกแทบเท้าของนาง
หลินฟางก้มลงหยิบมันขึ้นมา แกะผนึกออกด้วยความสงสัย ทว่าเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ด้านใน รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็แข็งค้างทันที ดวงตากลมโตหรี่แคบลงด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น
*“หมายจับเร่งด่วน: ตระกูลเฉิน พัวพันคดีลับลอบค้าเกลือเถื่อนกับต่างแคว้น โทษประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตร–”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ดัชเชสโพดำ" มาโดยตลอดนะคะ
หย่าให้ไว เพราะใจผมมีแต่เมีย: เกิดใหม่มาพลิกฟาร์มรวย•ตอนที่ 28
ความน่ารักของสามีสายเปย์
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไว เพราะใจผมมีแต่เมีย: เกิดใหม่มาพลิกฟาร์มรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!