"ถ้าพวกท่านคิดว่าการทำลายชื่อเสียงของ 'เรือนหอมหมื่นลี้' จะทำให้สินค้าในกำมือเน่าคาแลงั้นก็เชิญฝันกลางวันต่อไปเถอะค่ะ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของหลินฟางดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดภายในตลาดค้าส่งประจำอำเภอ แผงค้าสมุนไพรและแป้งข้าวเจ้าเกรดพรีเมียมของนางในวันนี้ไม่ได้เงียบเหงาเหมือนที่ใครบางคนวาดภาพไว้ ตรงกันข้าม กลับมีชาวบ้านและพ่อค้าคนกลางมุงดูอยู่หนาตา
ตรงหน้าของหลินฟางคือตะกร้าใส่แป้งข้าวเจ้าหอมมะลิที่ถูกปนเปื้อนด้วยผงสีดำปริศนา กลิ่นฉุนกึกของมันคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของแม่สามีอย่าง 'หลิวชุ่ย' ที่ยืนกอดอกอยู่มุมเสา พร้อมกับหญิงวัยกลางคนอีกคนที่จ้างมาโวยวายเมื่อครู่ กำลังฉีกยิ้มกว้างด้วยความสะใจ
"เจ้าดูถูกชาวบ้าน! เอาของมีพิษมาหลอกขายชาวอำเภอหวังเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง หน้าด้านเกินไปแล้วนะนางสะใภ้ตัวซวย!" หลิวชุ่ยจงใจตะโกนกรอกเสียงให้ดังขึ้น เพื่อเรียกความสนใจจากฝูงชนที่เดินผ่านไปมา
หลินฟางมิได้ตื่นตระหนก นางเพียงแต่ปรายตามองห่อกระดาษไขเปื้อนเปรอะบนโต๊ะด้วยแววตานิ่งสงบ มือเรียวบางบรรจงจัดชายเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีครามของตนให้เรียบร้อย ก่อนจะหยิบช้อนไม้เล็กๆ ตักแป้งบริสุทธิ์จากก้นตะกร้าอีกใบขึ้นมาพิจารณาช้าๆ ท่าทีเยือกเย็นผิดมนุษย์นี้ทำให้หลิวชุ่ยถึงกับชะงัก รอยยิ้มบนหน้าเริ่มแข็งค้าง
"ท่านแม่พูดเสียงดังฟังชัดเสียจริงนะคะ... รู้ดีเสียยิ่งกว่าเจ้าของร้านเสียอีก หรือว่า... ท่านเองที่เป็นคนนำผงถ่านผสมเกลือป่นนี้มาเทใส่ เพื่อหวังจะดิสเครดิตสินค้าที่ข้าเพิ่งขนมาจากมิติลับ... อ้อ หมายถึงจากไร่หลังเขาเมื่อเช้านี้?"
คำพูดทิ่มแทงใจดำนั้นทำให้หลิวชุ่ยหน้าถอดสีทันที นางกรีดร้องเสียงแหลม "นังเด็กปากดี! อย่ามาใส่ร้ายข้า ข้าแค่เดินผ่านมาแล้วเห็นคนโวยวายต่างหาก!"
"เดินผ่านมาไกลถึงหลังร้าน แถมยังถือถุงกระดาษที่ยังมีคราบผงสีดำติดอยู่ตรงมุมซ้ายแบบนั้น ช่างเป็นความบังเอิญที่น่าประทับใจเสียจริงนะคะ" หลินฟางก้าวเท้าเข้าไปหาทีละก้าว แรงกดดันจากแววตาคู่คมที่ผ่านการฟาดฟันมานับครั้งไม่ถ้วน ทำให้หลิวชุ่ยต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว
ท่ามกลางสถานการณ์ระอุ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดนายทหารปลดประจำการก็แหวกฝูงชนเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเคร่งขรึมบัดนี้มืดมนราวกกับพายุฤดูร้อน เฉินหยวนกวาดสายตาคมกริบมองรอบบริเวณ ก่อนจะหยุดนิ่งที่ภรรยาตัวน้อย แล้วก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างอย่างปกป้อง ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีน่าเกรงขามจนไม่มีใครกล้าสบตา
"ใครกล้าหาเรื่องภรรยาข้า?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว แต่กลับกดดันให้บรรยากาศรอบด้านเงียบกริบลงทันตาเห็น
หลินฟางเงยหน้าขึ้นมองสามี แววตาดุดลของเฉินหยวนที่ทอดมองมายังนางเต็มไปด้วยความห่วงใยและความโกรธเกรี้ยวต่อผู้ที่มารังแกภรรยา เคมีระหว่างคนทั้งสองส่องประกายความมั่นคงออกมาอย่างชัดเจน สะใภ้รองบ่อนผู้เคยถูกรังแก บัดนี้มีสามีผู้พร้อมจะประกาศสงครามกับคนทั้งโลกยืนหยัดอยู่เคียงข้างแล้ว
ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลายด้วยหลักฐานเด็ดที่หลินฟางซ่อนไว้ในแขนเสื้อ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่ทางการกลุ่มหนึ่งก็ดังแทรกขึ้น พร้อมกับเสียงประกาศก้องจากหัวหน้าผู้ตรวจการตลาด
"หยุดตรงนั้น! มีคนแจ้งว่าร้านนี้ลักลอบค้าสินค้าต้องห้ามและกักตุนเสบียงเพื่อเก็งกำไร!"
เฉินหยวนหรี่ตาลงทันที มือหนาเอื้อมไปกุมมือภรรยาไว้แน่น ขณะที่หลินฟางแย้มรอยยิ้มเย็นเยียบออกมาอีกครั้ง นางรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ... หลิวชุ่ยเป็นเพียงแค่หมากตัวกระจ้อยร่อนเท่านั้น เบื้องหลังยังมีมือที่มองไม่เห็นกำลังชักใยอยู่
แล้วจังหวะนั้นเอง บุคคลที่ไม่คาดฝันก็ก้าวออกมาจากเงาของผู้ตรวจการ—ชายชราในชุดผ้าไหมปักลายหรูหรา ผู้เป็นนายอำเภอคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมารับตำแหน่ง และเป็นคนที่ตระกูลสามีของนางพยายามวิ่งเต้นเข้าหามาตลอด!
หัวใจของรี้ดเดอร์ทุกท่านถูกแขวนไว้บนเส้นด้ายทันที... เมื่อท่านนายอำเภอผู้นั้นหันมามองหน้าหลินฟางพร้อมรอยยิ้มลึกล้ำ ก่อนจะเอ่ยชื่อของนางออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาทุกคนในตลาดต้องหยุดหายใจ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความมั่งคั่งและการเอาคืนครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
หย่าให้ไว เพราะใจผมมีแต่เมีย: เกิดใหม่มาพลิกฟาร์มรวย•ตอนที่ 24
คนขี้อิจฉาเริ่มเคลื่อนไหว
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไว เพราะใจผมมีแต่เมีย: เกิดใหม่มาพลิกฟาร์มรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!