คราบเขม่าสีดำที่ติดอยู่บนกรอบหน้าผากนวลเนียนถูกเช็ดออกอย่างเบามือ ปลายนิวหยาบกร้านของชายหนุ่มผู้ผ่านศึกสงครามมาโชกโชนไม่ได้สร้างความเจ็บปวดใดๆ มีเพียงสัมผัสอบอุ่นและสายตาที่เต็มไปด้วยความระมัดระวังราวกับเกรงว่าตุ๊กตาแก้วในอ้อมกอดจะแตกสลาย
"เจ้าไม่ต้องฝืนทำเตาอบดินเผานี่ด้วยตัวเองทั้งหมดหรอก ฟางเอ๋อร์... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ"
เสียงทุ้มต่ำของเฉินหยวนเจือไปด้วยความกังวลระคนเวทนา ขณะที่เขามองภรรยาตัวน้อยซึ่งเพิ่งผ่านพ้นคืนวันอันเลวร้ายจากการปองร้ายของหลิวชุ่ยผู้เป็นแม่สามีมาหมาดๆ แม้ภายนอกหลินฟางจะดูเข้มแข็งและพลิกสถานการณ์ฟาดฟันคนบ้านเฉินจนหน้าหงายไปหลายตลบ แต่ร่องรอยความเหนื่อยล้าบนดวงหน้าเรียวเล็กนั้นทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มปวดหนึบอย่างห้ามไม่อยู่
หลินฟางชะงักมือที่กำลังใช้เกรียงปูนปั้นแต่งรอยต่อของเตาอบพิซซ่าและขนมปังในมิติลับ นางเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่มักจะเฉียบคมต่อศัตรู แต่ยามนี้กลับอ่อนโยนจนแทบหยดเป็นน้ำ นางแย้มรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ส่งประกายความเจ้าเล่ห์และมั่นใจในแบบฉบับของตนเอง
"ถ้าข้าไม่ลงมือทำเอง แล้วท่านจะรู้หรือคะว่าสัดส่วนดินและทรายแบบไหนถึงจะเก็บความร้อนได้พอดีสำหรับการอบแป้งพายให้กรอบนอกนุ่มใน?" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อยเพื่อลดความตึงเครียด "อีกอย่าง... ของอร่อยที่จะมัดใจสามี ข้าต้องเป็นคนรังสรรค์ด้วยมือตัวเองถึงจะมีความหมายจริงไหมคะ?"
คำพูดทีเล่นทีจริงแต่แฝงความนัยลึกซึ้งทำเอาเฉินหยวนถึงกับนิ่งงัน ใบหน้าคมสันขึ้นสีแดงเรื่ออย่างหาได้ยากยิ่ง ชายหนุ่มผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อคมดาบ กลับพ่ายแพ้ให้กับวาจาเรียบง่ายของภรรยาตนเองอย่างราบคาบ
นับตั้งแต่ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ที่หลิวชุ่ยพยายามใส่ร้ายป้ายสีเรื่องการยักยอกเงินในกองกลางของตระกูลเฉิน ซึ่งถูกหลินฟางใช้หลักฐานจากมิติลับตลบหลังจนแม่สามีต้องจำนนด้วยหลักฐานและถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในเรือน บรรยากาศรอบตัวของสองสามีภรรยาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความหวาดระแวงและความห่างเหินที่เคยมีถูกหลอมละลายด้วยความเข้าใจและการร่วมหัวจมท้ายผ่านศึกหนักมาด้วยกัน
เฉินหยวนก้าวเข้าไปประชิดร่างบางโดยไม่ลังเล มือหนารวบเอวคอดกิ่วเข้ามาแนบชิดจนหลินฟางอุทานเบาๆ ความใกล้ชิดที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักทำให้กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นดินและเหงื่อจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก นางไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ในอ้อมแขนที่ทั้งแข็งแกร่งและอบอุ่นนี้อย่างเต็มใจ
"เจ้าเก่งเกินไปแล้ว... ฟางเอ๋อร์" เฉินหยวนซบใบหน้าลงกับลาดไหล่มน น้ำเสียงของเขาพร่าสั่นเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก "ข้าสزالเกรงกลัวเหลือเกิน... กลัวว่าวันหนึ่ง เจ้าจะฉลาดและเก่งกาจเสียจนมองไม่เห็นบุรุษไร้ค่าคนนี้ในสายตาอีก"
หลินฟางใจกระตุกวูบ นางสัมผัสได้ถึงความไม่มั่นคงในจิตใจของสามีผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ ภายใต้ความเคร่งขรึมและเกรียงไกร เฉินหยวนกลับมีความกลัวลึกๆ ว่าภรรยาที่ทั้งงดงามและเพียบพร้อมเช่นนางจะสลัดเขาหลุดพ้นไปเมื่อสร้างฐานะได้มั่นคงแล้ว
มือเรียวเล็กยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ปลายนิ้วลูบไล้เส้นผมสีเข้มอย่างปลอบประโลม ดวงตากลมโตฉายแววแน่วแน่และจริงจัง
"ท่านพี่เฉิน..." นางเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "จำคำพูดของข้าไว้นะคะ... ไม่ว่าข้าจะครอบครองความมั่งคั่งมากมายแค่ไหน หรือต่อให้ข้ากลายเป็นราชินีแห่งการค้าขายที่ผู้คนกราบไหว้ แต่คนที่ข้าอยากตื่นมาเจอในยามเช้า และคนที่ข้าอยากทำอาหารให้ทานไปตลอดชีวิต... ก็ยังมีแค่ท่านคนเดียวเท่านั้น"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นที่รดรินอยู่ข้างแก้ม เฉินหยวนเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่สวยที่ใสกระจ่างไร้ซึ่งความเสแสร้ง ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับแรมปีมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความปีติยินดีจนขอบตาร้อนผ่าว
ริมฝีปากหนาโน้มลงประกบเรียวปากนุ่มของภรรยาอย่างอ่อนโยน เป็นจูบที่ไม่มีความเร่งรีบหรือดุดัน มีเพียงความโหยหา การยอมจำนน และคำสัญญาเงียบๆ ที่ส่งผ่านสัมผัสละมุนละไม หลินฟางหลับตาลงรับรสสัมผัสที่หวานล้ำนั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความสัมพันธ์ที่เคยเปราะบางดั่งเส้นด้าย บัดนี้ได้ถักทอเข้าหากันอย่างเหนียวแน่นด้วยความรักที่เพิ่งเริ่มผลิบานและเติบโตอย่างงดงาม
เนิ่นนานกว่าที่ทั้งคู่จะผละออกจากกันด้วยความเสียดาย หลินฟางใบหน้าแดงก่ำ หอบหายใจน้อยๆ ขณะที่เฉินหยวนยังคงมองนางด้วยสายตาที่ราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว
"ถ้าเช่นนั้น..." ชายหนุ่มกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ครั้งจะปรากฏ "เตาอบของเจ้า... ข้าขอเป็นคนช่วยทดสอบประสิทธิภาพคนแรกก็แล้วกันนะ"
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางความสุขที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในยุคสมัยอันแร้นแค้นนี้ มิติลับของหลินฟางผลิตผลผลิตเกษตรเกรดพรีเมียมออกมาอย่างต่อเนื่อง แป้งสาลีเนื้อเนย เนยสดแท้จากนมวัวในมิติ และผลไม้ป่ารสเลิศ ถูกนำมาแปรรูปเป็นเบเกอรี่และอาหารสไตล์โมเดิร์นที่นางคิดค้นขึ้น กลิ่นหอมกรุ่นของขนมปังอบใหม่เนยสดฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งเรือนหลังเล็ก จนทำให้ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงต่างพากันสูดดมกลิ่นและชะเง้อมองด้วยความสงสัย
สินค้าล็อตแรกจาก "ฟาร์มตระกูลเฉิน" ที่ถูกส่งไปขายผ่านช่องทางลับในตลาดมืด ทำกำไรมหาศาลจนสร้างความตกตะลึงให้แก่พ่อค้าคนกลาง ทว่าความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อข่าวความมั่งคั่งที่ค่อยๆ งอกเงยขึ้นของสองสามีภรรยาเริ่มเล็ดลอดเข้าหูของหลิวชุ่ยที่ถูกกักบริเวณ รวมถึงบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้
ยามเย็นวันเดียวกัน ขณะที่หลินฟางกำลังจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารค่ำเพื่อฉลองความสำเร็จในการทดลองเตาอบใหม่ เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาท
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นังสะใภ้ตัวดี เจ้ากล้าดียังไงถึงปล่อยให้แม่สามีต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ ในเรือนหลังเก่า ส่วนพวกเจ้ากลับกินอยู่กันอย่างสุขสบายเรืองอำนาจในเรือนใหญ่!"
เสียงแหลมสูงของหลิวชุ่ยแผดลั่นขึ้น พร้อมกับเสียงทุบประตูที่ดังต่อเนื่องราวกับจะพังลงมา แต่สิ่งที่ทำให้หลินฟางต้องชะงักมือและขมวดคิ้วมุ่น ไม่ใช่เสียงโวยวายของแม่สามีจอมบงการ...
แต่เป็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดผ้าไหมปักดิ้นทองราคาแพง ที่ก้าวออกมาจากด้านหลังของหลิวชุ่ย พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมาทางนางผ่านช่องประตูรั้วที่ถูกเปิดออก... เป็นคนที่หลินฟางไม่คาดคิดว่าจะได้เจอในสถานที่กันดารเช่นนี้!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามความฟินและความฟาร์มรวยของหลินฟางในตอนนี้ด้วยนะคะ!
หย่าให้ไว เพราะใจผมมีแต่เมีย: เกิดใหม่มาพลิกฟาร์มรวย•ตอนที่ 20
ความรักที่เริ่มเบ่งบาน
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไว เพราะใจผมมีแต่เมีย: เกิดใหม่มาพลิกฟาร์มรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!