หย่าให้ไว เพราะใจผมมีแต่เมีย: เกิดใหม่มาพลิกฟาร์มรวย•ตอนที่ 19

เฉินหยวนออกหน้าปกป้อง

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
ความเงียบงันที่เข้าปกคลุมลานบ้านสกุลเฉินในยามนี้ หนักหน่วงเสียจนแทบจะบดขยี้กระดูกของคนที่ยืนอยู่โดยรอบให้แหลกละเอียด ปลายนิ้วมือหนาของเฉินหยวนที่โอบรอบเอวบางของหลินฟางเอาไว้ไม่ได้สั่นเทาแม้แต่น้อย ทว่าแรงบีบกระชับนั้นหนักแน่นจนส่งผ่านความเดือดดาลที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนานไปยังร่างของภรรยา หลินฟางกะพริบตาปริບหนึ่ง นางไม่ได้ตื่นตระหนกกับสถานการณ์ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของนางกลับซ่อนความพึงพอใจเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "แม่คะ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มในป่าลึกดังลอดไรฟันของเฉินหยวน ดวงตาคมกริบที่มักจะใช้มองข้าศึกในยามออกศึกบัดนี้กลับจ้องมองมารดาบังเกิดเกล้าด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "เมื่อครู่นี้... แม่ว่าใครเป็นคนไร้ยางอายและคิดจะขายหน้าตระกูลเฉินกันหรือคะ?" หลิวชุ่ยกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หน้าตาที่เคยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและตัณหาที่จะฮุบเงินสดในมือลูกสะใภ้ บัดนี้ซีดเผือดลงจนแทบไร้สีเลือด นางอ้าปากพะงาบๆ คล้ายปลาขาดน้ำ เมื่อเผชิญหน้ากับบุตรชายคนรองที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและอำนาจทหารที่สะสมมาจากการทำหน้าที่ปกป้องชายแดน "หยวน... หยวนเอ๋อร์ ลูกพูดจาเหลวไหลอะไรกัน!" หลิวชุ่ยพยายามเฟ้นหาเสียงของตัวเองกลับคืนมา นางปัดมือสั่นเทาชี้ไปที่หลินฟาง "นังเด็กนี่มันกำแหง! มันตบหน้าแม่... แถมยังกล้าตบหน้าพี่สะใภ้ของแก ลูกไม่เห็นหรือว่าบ้านเราถูกมันเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว!" "แล้วทำไมลูกจะไม่เห็นล่ะคะ?" เฉินหยวนสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังขึ้นแม้แต่น้อย ทว่ากลับทรงพลังกดดันจนคนรอบข้างต้องก้มหน้าหลบสายตา "ลูกเห็นตั้งแต่แม่พยายามจะเข้ามาค้นข้าวของในห้องส่วนตัวของภรรยา ลูกเห็นตั้งแต่คำพูดดูถูกเหยียดหยามที่ออกจากปากแม่ และลูกก็เห็น... ว่าภรรยาของลูกยืนหยัดปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองอย่างชอบธรรม" สะใภ้ใหญ่ที่หลบอยู่ข้างหลังมารดาถึงกับตัวสั่นสะท้าน นางอยากจะอ้างสิทธิ์ความเป็นพี่ใหญ่ขึ้นมาเถียง แต่พอสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นของเฉินหยวน หัวใจเจ้ากรรมก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เสียงในลำคอจุกแน่นจนเปล่งคำพูดใดๆ ออกมาไม่ได้ หลินฟางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของสามีที่วันนี้ดูเหมือน "กำแพงเหล็ก" ที่แข็งแกร่งที่สุดในชีวิต นางสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากฝ่ามือใหญ่ของเขาที่ยังคงโอบกระชับเอวของนางไว้ไม่ยอมปล่อย ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่เคยเกาะกุมจิตใจของร่างเดิมมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่เอ่อล้นขึ้นมาในทรวงอก *ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้เวลาเอาจริงก็น่ามองไม่เบาเลยนี่นา* นางคิดในใจอย่างนึกขัน "ถ้าหากวันนี้ใครยังกล้าหาญพอที่จะมาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของภรรยาผมอีก..." เฉินหยวนกวาดสายตาคมกริบมองรอบวง ไม่เว้นแม้แต่บรรดาญาติห่างๆ ที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ "ก็เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาให้ดี... เพราะผมไม่สนหรอกนะว่าคนผู้นั้นจะมีศักดิ์ศรีเป็นแม่หรือพี่ในตระกูล กฎของบ้านสกุลเฉินต่อจากนี้ มีเพียงกฎที่ผมและภรรยาเป็นคนขีดเส้นเอาไว้เท่านั้น!" คำประกาศิตนั้นเฉียบขาดราวกับคมดาบที่ตัดผ่านความสัมพันธ์จอมปลอมที่เคยถักทอขึ้นมาเพื่อเอาเปรียบหลินฟางมาอย่างยาวนาน หลิวชุ่ยเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น นางไม่เคยคิดเลยว่าบุตรชายที่นางเคยคิดว่าหัวอ่อนและเชื่อฟังคำสั่งมาตลอด จะกลายมาเป็นหอกดาบย้อนกลับมาทิ่มแทงนางด้วยเหตุผลของผู้หญิงคนเดียว "แยกย้ายกันไปเสียค่ะ!" เฉินหยวนเอ่ยเสียงกร้าว ไล่บรรดาสายสอดรู้สอดเห็นและญาติมหาภัยให้ออกไปจากอาณาเขตบ้านพักของตนเอง "ถ้าไม่อยากให้ผมต้องใช้อำนาจทหารจัดการขั้นเด็ดขาด!" สิ้นเสียงคำสั่งนั้น ฝูงชนก็แตกฮือราวกับผึ้งแตกรัง ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหันกลับมามองซ้ำสอง ทุกคนต่างรีบสาวเท้าก้าวหนีออกจากบริเวณบ้านของสองสามีภรรยาด้วยความหวาดกลัว ทิ้งให้หลิวชุ่ยที่นั่งหน้าซีดเซียวอยู่บนพื้นกับสะใภ้ใหญ่ที่ต้องรีบเข้าไปพยุงร่างมารดาแล้วถอยร่นออกไปอย่างน่าสมเพช เมื่อความวุ่นวายสงบลง ลานบ้านก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่เจือจางด้วยความหวานล้ำแปลกประหลาด เฉินหยวนค่อยๆ ลดมือลงจากเอวบางของภรรยา เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับนางเต็มตา ความดุดันน่าเกรงขามเมื่อครู่วันนี้แปรเปลี่ยนเป็นความกังวลและแววตาสำนึกผิดที่ปิดไม่มิด ดวงตาคมคู่นั้นมองสำรวจตามเนื้อตัวของหลินฟางราวกับกลัวว่านางจะมีรอยขีดข่วนตรงไหน "ฟางฟาง... คุณ... เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ... เอ๊ย... ฉันหมายถึง คุณเจ็บตรงไหนไหม?" เฉินหยวนสะดุดคำพูดตัวเองเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามที่ไม่เข้าท่า แต่ความใส่ใจที่สะท้อนออกมาจากแววตานั้นเป็นของจริงแท้แน่นอน หลินฟางอมยิ้ม นางแกล้งทำเป็นกอดอกแล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับด้วยความเจ้าเล่ห์ "อืม... ถ้าถามว่าเจ็บไหม ก็น่าจะเจ็บใจมากกว่านะคะที่คุณสามีปล่อยให้ดิฉันต้องยืนรบกับกองทัพบ้านมารดาของคุณอยู่ตั้งนาน สองนาน กว่าจะยอมกระโดดออกมาช่วยปกป้อง" เฉินหยวนหน้าเสียไปวูบหนึ่ง รีบก้าวเข้าไปใกล้แล้วอธิบายด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ... คือ... ผมแค่รอจังหวะที่จะเคลียร์ทีเดียวให้เด็ดขาด จะได้ไม่มีใครกล้ากลับมารังแกคุณอีก..." "ล้อเล่นค่ะ" หลินฟางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงใสราวกับกระดิ่งเงินที่ดังท่ามกลางสายลม นางเอื้อมมือเรียวไปจัดปกเสื้อเครื่องแบบทหารที่ยับย่นเล็กน้อยของเขาให้เข้าที่อย่างเบามือ "ขอบคุณนะคะ... ที่วันนี้เลือกยืนข้างดิฉันอย่างไม่ลังเล" การกระทำที่อ่อนโยนและคำพูดที่จริงใจของภรรยา ทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวาบ เขาจับมือเรียวที่กำลังจัดเสื้อให้เขามากุมไว้แน่น ฝ่ามือหนาหยาบกร้านจากการฝึกฝนและจับอาวุธอบอุ่นจนซ่านไปถึงขั้วหัวใจ "ผมเป็นสามีคุณ หน้าที่ปกป้องคุณคือสิ่งที่ผมควรทำตั้งนานแล้ว... และผมสัญญาว่า จะไม่มีใครหน้าไหนในบ้านหลังนี้กล้ามาทำร้ายคุณได้อีก" เฉินหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่น ดวงตาคู่คมจดจ้องมองใบหน้าหวานซึ้งของภรรยาอย่างลึกซึ้ง ราวกับต้องการสลักภาพนี้ไว้ในความทรงจำ หลินฟางชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะให้กับความจริงใจที่เอ่อล้นออกมาจากผู้ชายคนนี้ นางรีบดึงมือกลับเบาๆ แล้วแสร้งทำเป็นกระแอมกลบเกลื่อนความเขินอายที่จู่ๆ ก็ตีรวนขึ้นมา "เอาล่ะค่ะ ในเมื่อเรื่องยุ่งๆ จบลงแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราต้องมาจัดการเรื่องสำคัญกว่านั้น" หลินฟางหันหลังเดินนำไปยังห้องครัวขนาดเล็กที่นางเพิ่งปรับปรุงใหม่ กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรและเครื่องเทศเกรดพรีเมียมจากมิติลับลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ เฉินหยวนเดินตามภรรยาต้อยๆ ราวกับลูกสุนัขตัวใหญ่ที่เชื่อฟังคำสั่งทุกอย่าง เขาเห็นภรรยากำลังหยิบโถเซรามิกใบสวยออกมาจากชั้นวาง พร้อมกับตักน้ำซุปสีอำพันใสแจ๋วที่ส่งกลิ่นหอมยวนใจจนท้องของเขาต้องส่งเสียงร้องประท้วงออกมาเบาๆ "นี่คืออะไรหรือครับ?" เฉินหยวนถามด้วยความสงสัย ขณะยืนมองภรรยาคนเก่งจัดเตรียมอาหารว่างยามบ่าย "น้ำซุปไก่ตุ๋นโสมพันปีกับสมุนไพรบำรุงกำลังค่ะ" หลินฟางหันมายิ้มหวานให้เขา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเสน่ห์แพรวพราว "ดิฉันทำไว้เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้คุณโดยเฉพาะ หลังจากที่คุณตรากตรำทำงานหนักและต้องมาคอยปกป้องดิฉันทั้งวัน... ชิมดูสิคะ ว่าถูกปากไหม?" นางตักน้ำซุปใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบเนื้อเนียน ส่งส่งกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยฟุ้งไปทั่วทั้งห้องครัว จนแม้แต่ลมภายนอกก็ยังพัดพาเอาความหอมนี้กระจายตัวออกไปไกลถึงรั้วบ้านสกุลเฉิน เฉินหยวนรับถ้วยกระเบื้องมาถือไว้ เขาสูดกลิ่นหอมล้ำลึกนั้นเข้าไปเต็มปอด ความเหนื่อยล้าจากการฝึกทหารและปัญหาครอบครัวมลายหายไปในพริบตา ชายหนุ่มตักน้ำซุปขึ้นเป่าเบาๆ แล้วซดเข้าไปคำหนึ่ง รสชาติกลมกล่อม หอมหวาน ละมุนลิ้น และเต็มไปด้วยพลังงานที่พวยพุ่งขึ้นมาในร่างกายทันที ทำให้ดวงตาของเฉินหยวนเบิกกว้างด้วยความทึ่ง "อร่อยมาก..." เขายังไม่ทันได้เอ่ยชมต่อ ประตูรั้วบ้านด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างของหญิงสาวแปลกหน้าในชุดเสื้อผ้าหรูหราผิดวิสัยคนในชนบท นางก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย่อหยิ่ง และเอמהขึ้นเสียงดังโดยไม่สนใจว่าเจ้าของบ้านจะต้อนรับหรือไม่ "คุณเฉินหยวนคะ! ดิฉันเดินทางมาจากตัวอำเภอ... ได้ยินมาว่าที่นี่มีสินค้าเกษตรเกรดพรีเมียมและโสมป่าล้ำค่าขายจริงใช่ไหมคะ? ดิฉันให้ราคาสูงเป็นสเท่าตัวเลยนะ!" หลินฟางหรี่ตามองแขกยามวิกาลที่จู่ๆ ก็โผล่เข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ขณะที่เฉินหยวนวางถ้วยซุปในมือลงทัน3ที สีหน้าของเขากลับมาเคร่งขรึมและเยียบเย็นขึ้นอีกครั้งในพริบตา (ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความแซ่บและฟาร์มรวยของหลินฟางนะคะ!)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไว เพราะใจผมมีแต่เมีย: เกิดใหม่มาพลิกฟาร์มรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%