หย่าให้ไว เพราะใจผมมีแต่เมีย: เกิดใหม่มาพลิกฟาร์มรวย•ตอนที่ 14

ความอิจฉาในหมู่บ้าน

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งสาลีย่างเนยสดและน้ำผึ้งป่าจากมิติลับ ลอยอวลอบอวลไปทั่วบริเวณรั้วไม้ไผ่สานเตี้ยๆ ของบ้านตระกูลเฉิน จนทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่แห่งหมู่บ้านสกุลเฉิน ซึ่งกำลังเดินถือตะกร้าผักผ่านมาถึงหน้าบ้าน ต้องหยุดชะฝักเท้าลงโดยพลัน จมูกของนางฟุดฟิดสูดกลิ่นหอมเย้ายวนใจนั้นเข้าลึกจนเต็มปอด ดวงตาหรี่แคบลงด้วยความริษยาที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ครอบครัวของสะใภ้รองผู้นี้ มีปัญญาใช้ทั้งเนยและน้ำผึ้งป่าราคาแพงมาทำขนมกินเล่นกันได้ทุกวี่ทุกวัน? "โอho แม่หลินฟาง วันนี้บ้านเจ้าทำอะไรกินกันอีกเล่า กลิ่นหอมฟุ้งไปถึงท้ายหมู่บ้านโน่นแน่ะ" เสียงแหลมสูงของหลิวชุ่ย—แม่สามีตัวแสบที่เพิ่งเดินกลับมาจากบ้านญาติ เอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงกระแทแดกดัน นางยืนเท้าสะเอวอยู่ที่หน้าประตูรั้ว สายตากวาดมองสำรวจความเปลี่ยนแปลงรอบบ้านด้วยความรู้สึกร้อนรุ่มดั่งไฟสุมทรวง หลินฟาง ซึ่งกำลังงละมุนละไมอยู่กับการแต่งหน้าขนมพายอบร้อนๆ บนโต๊ะไม้เนื้อดี เงยหน้าขึ้นสบตาแม่สามีด้วยรอยยิ้มบางเบາ นางใช้ปลายนิ้วเรียวงามปัดเศษแป้งออกจากผ้ากันเปื้อนลินินเนื้อนุ่ม ก่อนจะก้าวเดินออกมาต้อนรับด้วยท่าทีที่สง่างามเกินกว่าหญิงชาวบ้านทั่วไปจะทำได้ "อ้าว ท่านแม่ เดินทางมาเหนื่อยๆ เชิญเข้ามาดื่มชาก่อนสปีดสักถ้วยไหมคะ พอดีข้าเพิ่งอบพายน้ำผึ้งป่าเสร็จร้อนๆ ทานคู่กับชาดอกไม้น่าจะช่วยคลายความเหนื่อยล้าได้ดีทีเดียวค่ะ" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพเรียบร้อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ หลิวชุ่ยแค่นเสียง "ฮึ" ในลำคอ เดินดุ่มๆ เข้ามาในลานบ้านโดยไม่รอคำinvitation สายตาดั่งเหยี่ยวพญาอินทรีสอดส่องไปทั่ว รั้วบ้านที่ได้รับการซ่อมแซมใหม่จนแน่นหนา แปลงผักสวนครัวที่เขียวขจีราวกับใส่ปุ๋ยวิเศษ และที่สำคัญที่สุดคือ ถังไม้สักขัดเงาที่วางอยู่มุมห้องครัว ซึ่งส่งกลิ่นหอมของสมุนไพรหมักลอยออกมาจางๆ "เจ้าเอาเงินมาจากไหนมากมาย หลินฟาง?" หลิวชุ่ยกระแทกตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ไผ่ที่เฉินหยวนเพิ่งเหลาขึ้นมาใหม่ด้วยความประณีต นางหันมาจ้องหน้าสะใภ้รองเขม็ง "อย่าบอกนะว่าไปขโมยเงินของตระกูลมา หรือว่า... เจ้าแอบไปทำเรื่องน่าอายลับหลังลูกชายข้า!" คำพูดสאดยโสและเต็มไปด้วยอคตินั้นไม่ได้ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินฟางสั่นคลอนแม้แต่น้อย นางรินชาอุ่นๆ ลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา—ถ้วยเดียวกับที่นางเพิ่งนำออกมาจากมิติลับ—แล้วเลื่อนไปวางตรงหน้าแม่สามีอย่างใจเย็น "เรื่องน่าอายอะไรกันคะท่านแม่? เงินทุกอีแปะที่ข้าใช้ เป็นน้ำพักน้ำแรงที่ข้ากับพี่หยวนช่วยกันหามาด้วยความสุจริตทั้งสิ้นค่ะ" หลินฟางตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคม "หรือท่านแม่คิดว่า การที่สะใภ้คนหนึ่งขยันทำมาหากินจนครอบครัวความเป็นอยู่ดีขึ้น เป็นเรื่องที่ผิดบาปมหันต์อย่างนั้นหรือคะ?" ในจังหวะนั้นเอง เฉินหยวน สามีหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็เดินถือฟืนเข้ามาในลานบ้านพอดี ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงขึ้นทันตาเมื่อได้ยินคำพูดดูถูกของมารดา ดวงตาดุคมราวกับพญาเสือเหลียวมองมารดาด้วยแววตาเย็นชาจนหลิวชุ่ยต้องสะดุ้ง "ท่านแม่ อย่ามากล่าวหาภรรยาของข้าส่งเดช" เฉินหยวนวางกองฟืนลงเสียงดังสนั่นจนพื้นดินสะเทือน เขาก้าวเข้ามาโอบไหล่บางของหลินฟางไว้หลวมๆ เป็นเชิงปกป้องอย่างชัดเจน "ทุกสิ่งที่ฟางเอ้อร์ทำ นางทำเพื่อครอบครัวของเรา ข้าเป็นสามี ข้าย่อมรู้ดีที่สุด" ป้าสะใภ้ใหญ่ที่แอบยืนเกาะรั้วดูเหตุการณ์อยู่ด้านนอก เริ่มเอ่ยปากสมทบด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบกับชาวบ้านที่เดินตามมามุงดู "ดูนั่นสซี สะใภ้รองคงทำเสน่ห์ใส่เฉินหยวนแน่ๆ ถึงได้หลงหัวปำขนาดนี้ เมื่อก่อนเห็นเงียบๆ ซื่อๆ ตอนนี้แต่งตัวด้วยผ้าเนื้อดีแถมยังมีกินมีใช้ไม่ขาดมือ น่ากลัวจริงๆ นังผู้หญิงคนนี้..." เสียงนินทาดังเล็ดลอดเข้ามาในบริเวณบ้าน หลินฟางปรายตามองออกไปนอกรั้ว เห็นสายตาริษยาและหวาดระแวงนับสิบคู่จ้องมองมาที่นางราวกับนางเป็นสัตว์ประหลาด มนุษย์เรามักเป็นเช่นนี้... ยามที่เรายากจน พวกเขาก็เหยียบย่ำ แต่ยามที่เรายืนหยัดขึ้นมาได้ด้วยลำแข้งของตนเอง พวกเขากลับหวาดกลัวและพยายามดึงเราให้ร่วงหล่นลงไปในโคลนตมร่วมกับพวกเขา แต่ 'ดัชเชสโพดำ' เช่นนาง ไม่เคยมีนิสัยยอมก้มหัวให้ใครเหยียบย่ำซ้ำสองค่ะ หลินฟางหยิบผ้าเช็ดมือผืนเล็กขึ้นมาเช็ดมือช้าๆ ก่อนจะก้าวออกไปที่หน้าประตูลานบ้าน เผชิญหน้ากับชาวบ้านที่กำลังซุบซิบนินทากันอย่างสนุกปาก รอยยิ้มทรงเสน่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง เป็นรอยยิ้มที่สวยงามแต่กลับทำให้ผู้ที่จ้องมองรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด "ทุกท่านเจ้าคะ..." หลินฟางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใส กังวานไปทั่วบริเวณจนทุกคนต้องเงียบเสียงลง "หากพวกท่านอิจฉาที่ครอบครัวของเรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำไมไม่ลองเอาเวลาที่ใช้ยืนนินทาชาวบ้านหลังนี้ ไปลับเคียวเกี่ยวข้าวหรือปลูกผักแปลงของตัวเองดูบ้างล่ะคะ เผื่อว่าชีวิตของพวกท่านจะดีขึ้นจนไม่ต้องมาคอยอิจฉาริษยาชีวิตคนอื่นเช่นนี้" บรรยากาศในลานบ้านเงียบกริบลงทันที หลิวชุ่ยหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัดจนริมฝีปากสั่นระริก ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าเจื่อนลงถนัดตา ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีปากม้าควบตะบึงมาหยุดลงที่หน้าบ้านของตระกูลเฉินอย่างกะทันหัน ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว ร่างของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลายพยัคฆ์เงินดิ้นทอง ซึ่งเป็นเครื่องแบบของ 'หน่วยลับพิทักษ์ราชสำนัก' ก้าวลงจากหลังม้าอย่างสง่างาม สายตาดุจเหยี่ยวคมกริบกวาดมองผู้คนที่มุงดูอยู่รอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของหลินฟาง บุรุษผู้นั้นประสานมือคำนับหลินฟางด้วยความเคารพอย่างสูง ท่ามกลางความตกตะลึงของชาวบ้านทุกคนที่อ้าปากค้าง "เรียนคุณนายหลิน... ทางการได้รับมอบหมายจากท่านเจ้าเมือง ให้มารับซื้อ 'ชาสมุนไพรทิพย์' และ 'พายน้ำผึ้งจันทร์เสี้ยว' ล็อตใหม่ทั้งหมดตามสัญญา โดยท่านเจ้าเมืองทรงตรัสว่า... หากสินค้าล็อตนี้มีรสชาติถูกใจเหมือนครั้งก่อน พระองค์จะทรงพระราชทานป้ายทอง 'การค้าอันดับหนึ่งแห่งแคว้น' ให้แก่ท่านในสัปดาห์หน้าพะยะค่ะ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความสะใจและบทเรียนราคาแพงในบทนี้กับดัชเชสโพดำนะคะ มาร่วมลุ้นกันต่อค่ะว่าปฏิกิริยาของชาวบ้านและแม่สามีจะหน้าชาขนาดไหนเมื่อป้ายทองหลวงเสด็จมาถึงหน้าบ้านในตอนหน้า!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไว เพราะใจผมมีแต่เมีย: เกิดใหม่มาพลิกฟาร์มรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%