“หากพวกท่านยังก้าวเท้าเข้ามาในเขตบ้านของข้าอีกเพียงก้าวเดียว ข้าจะถือว่าเป็นการบุกรุกเคหสถาน และในฐานะที่สามีของข้ามีตำแหน่งนายทหารในสังกัดกองกำลังพิทักษ์เมือง… ข้าคงต้องใช้อำนาจตามกฎหมายท้องถิ่นในการลากคอพวกท่านส่งทางการฐานะโจรปล้นชิงในยามวิกาลเสียแล้วกระมังคะ”
น้ำเสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งกลางฤดูหนาวดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ หลินฟางยืนไขว่ห้างพิงกรอบประตูเรือนไม้สะอาดตา สายตาคู่คมกริบกวาดมองผู้มาเยือนยามวิกาลด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสีครามขับผิวให้ผุดผ่อง แม้จะไม่ได้สวมเครื่องประดับราคาแพง ทว่ารัศมีของความมั่งคั่งและความมั่นใจที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับทำให้คนกลุ่มนั้นต้องชะงักฝีเท้าโดยอัตโนมัติ
หน้าเรือนพักของหลินฟางและเฉินหยวนในยามนี้ เต็มไปด้วยความอึดอัดและเสียงพึมพำด้วยความไม่พอใจ
ผู้ที่ยืนอยู่หน้าสุดไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็น ‘หลิวชุ่ย’ ผู้เป็นแม่สามีจอมบงการที่มักจะหาเรื่องมาเอาเปรียบสะใภ้รองบ่อนเช่นเธออยู่เสมอ ด้านข้างคือสะใภ้ใหญ่และน้องสาวสามีที่ทำหน้าบูดบึ้งราวกับอมยาขม ทั้งหมดต่างถือตะกร้าเปล่าและถุงผ้าใบโตมาด้วยความหวังเต็มเปี่ยม—ความหวังที่จะมา ‘ขอส่วนบุญ’ หรือพูดให้ถูกคือมาฉวย3โภคทรัพย์ที่พวกนางได้ยินข่าวลือหนาหูว่า สองสามีภรรยาตระกูลเฉินกำลังจะได้รับพระราชทานป้ายทองจากเจ้าเมือง!
“หลินฟาง! นังตัวดี นี่เจ้ากล้าพูดจากับแม่สามีเช่นนี้รึ!” หลิวชุ่ยแผดเสียงแหลมสูง ใบหน้ายับย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางพยายามดันประตูรั้วไม้เข้ามา ทว่ากลับต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของเฉินหยวนก้าวออกมาจากด้านหลังภรรยา
นายทหารหนุ่มผู้มีใบหน้าคมเข้มและแววตาดุดั่งพญาอินทรีไม่ได้กล่าวคำใด เขาเพียงแค่ยืนนิ่งเป็นกำแพงมนุษย์ แผ่ไอสังหารและแรงกดดันระดับสนามรบออกมาจนผู้เป็นมารดาถึงกับถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
“ท่านแม่มาทำอะไรที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้หรือคะ?” หลินฟางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่แววตากลับไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง “หากมาเยี่ยมเยียนยามปกติ ลูกสะใภ้ย่อมต้อนรับด้วยน้ำชาชั้นดี แต่หากมาเพื่อหวังจะเอา ‘ชาสมุนไพรทิพย์’ หรือ ‘พายน้ำผึ้งจันทร์เสี้ยว’ ที่ท่านเจ้าเมืองทรงจองไว้ล่วงหน้า… เกรงว่าพวกท่านคงต้องเดินมือเปล่ากลับไปแล้วล่ะค่ะ”
“เจ้าเด็กอกตัญญู! ของพวกนั้นมันสมบัติของตระกูลเฉิน! เจ้าเป็นสะใภ้ มีสิทธิ์อะไรมาผูกขาดเป็นเจ้าของคนเดียว!” สะใภ้ใหญ่ส่งเสียงแว้ดขึ้นมาบ้าง นางเหลือบมองตะกร้าในมือด้วยความโลภ “พวกเราเป็นญาติสนิทชิดเชื้อกันนะ แค่แบ่งชาสมุนไพรมาสักครึ่งหนึ่งกับพายสักสองถาด มันจะสักเท่าไหร่กันเชียว เจ้าจะใจดำเกินไปแล้ว!”
หลินฟางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูไพเราะราวกับกระดิ่งเงินกระดิ่งทอง แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนโลภทั้งสาม
“ญาติสนิท? ช่างกล้าพูดเสียจริงนะคะพี่สะใภ้ใหญ่…” หลินฟางก้าวเดินช้าๆ ลงจากบันไดเรือน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าและแป้งร่ำลอยกรุ่นตามการเคลื่อนไหว “ยามที่พวกเราสามีภรรยาถูกขับไล่ให้มาอยู่เรือนท้ายหมู่บ้านอย่างไร้ที่ซุกหัวนอน ยามที่สามีของข้าต้องบาดเจ็บกลับมาจากสนามรบจนเกือบพิการ พวกท่านเคยจำได้ไหมคะว่าคำว่า ‘ญาติ’ มันสะกดอย่างไร? ข้าวสารสักถัง น้ำมันสักหยด หรือแม้แต่คำถามไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ… พวกท่านเคยหยิบยื่นให้เราบ้างหรือไม่?”
คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดกรีดลงบนความจริงอันน่าละอาย หลิวชุ่ยหน้าซีดเผือดลงถนัดตา นางอ้าปากพะงาบๆ ทว่าไม่อาจหาคำใดมาโต้แย้งได้ เพราะสิ่งที่หลินฟางพูดคือความจริงทุกประการ
“นะ… นั่นมันเรื่องในอดีต! ตอนนี้พวกเจ้ากำลังจะร่ำรวย มีหน้ามีตาในเมืองหลวง เป็นลูกหลานตระกูลเฉินเหมือนกัน เจ้าก็ควรตอบแทนตระกูลบ้างสิ!” หลิวชุ่ยยังคงดึงดันใช้ความเป็นแม่สามีมาข่มขู่ “ถ้าเจ้าไม่ยอมยกสินค้าพวกนั้นให้โดยดี วันนี้ข้าจะนั่งประจานความอกตัญญูของพวกเจ้าให้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านได้ยินแน่!”
“เชิญตามสบายเลยค่ะท่านแม่…” หลินฟางไหล่งอนน้อยๆ ใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มใจ
“ถ้าท่านคิดว่าเสียงโวยวายของคนแก่ไร้ยางอาย จะมีน้ำหนักมากกว่า ‘ราชannouncement’ จากท่านเจ้าเมืองที่จะเสด็จมามอบป้ายทองให้เราด้วยพระองค์เองในสัปดาห์หน้า… ท่านก็ลองแหกปากให้ดังกว่านี้ดูสิคะ ข้าจะได้ประกาศให้ทั่วว่า ‘คุณแม่สามีสุดที่รัก’ กำลังพยายามขัดขวางราชโองการและผลประโยชน์ของเมืองหลวง โทษฐานขัดขวางการค้าของทางการนั้น… ไม่ทราบว่าหัวบนบ่าของพวกท่าน จะยังอยู่ดีบนคอไปอีกสักกี่วันกันหนอ?”
สิ้นคำพูดนั้น บริเวณรอบเรือนก็ตกอยู่ในความเงียบงันสนิท หลิวชุ่ยและคนอื่นๆ ถึงกับอ้าปากค้าง สมองของพวกนางขาวโพลนเมื่อได้ยินคำว่า ‘โทษฐานขัดขวางการค้าของทางการ’ สำหรับชาวบ้านธรรมดาแล้ว ทางการคืออำนาจสูงสุดที่พวกนางไม่มีวันต่อกรได้ การหาเรื่องสะใภ้รองบ่อนในวันนี้ ไม่ต่างอะไรกับการเอาคอไปพาดไว้บนเขียงรอวันประหาร!
เฉินหยวนที่ยืนเงียบมานาน ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่บังแสงตะเกียงจนเกิดเงาทาบทับร่างของมารดาและสะใภ้ใหญ่จนมิด น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงสั้นๆ ทว่าทรงพลังยิ่งกว่าเสียงคำรามใดๆ
“กลับไปซะ… อย่าให้ข้าต้องหมดความอดทนกับพวกท่านเป็นครั้งที่สอง”
แรงกดดันจากนายทหารสนามรบทำให้ทั้งสามคนตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง หลิวชุ่ยถอยหลังกรูดด้วยความลนลาน นางลากแขนสะใภ้ใหญ่และน้องสาวสามีวิ่งหนีหายไปในความมืดอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจด้วยความตื่นตระหนกที่ค่อยๆ เลือนหายไปตามทางเดิน
หลินฟางถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับสามี รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ มือเรียวเอื้อมไปจัดปกเสื้อให้สามีอย่างเป็นธรรมชาติ
“เหนื่อยหน่อยนะคะท่านพี่ ที่ต้องมาจัดการกับเรื่องน่ารำคาญพวกนี้” หลินฟางเอ่ยเสียงนุ่ม
เฉินหยวนสערส่ายหน้า สายตาที่มองภรรยามีแต่ความลึกซึ้งและเทิดทูน เขาจับมือเรียวบางนั้นขึ้นมาลูบเบาๆ “เพื่อเจ้าแล้ว… ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพศัตรู ข้าก็ไม่หวั่นเกรงอันใดทั้งสิ้น”
บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความหวานชื่นที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวกลับเข้าไปในเรือนเพื่อพักผ่อนจากเหตุการณ์ชุลมุน กลิ่นหอมหวานละมุนละไมแปลกประหลาด—กลิ่นหอมของ ‘ชาบุปผาสวรรค์’ ที่ควรจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในไหผนึกภายในมิติลับ กลับโชยฟุ้งกระจายออกมาจากห้องเก็บของด้านหลังเรือน ทั้งที่ไม่มีใครเปิดประตูเข้าไปเลยแม้แต่น้อย!
ดวงตากลมโตของหลินฟางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เมื่อเธอพบว่าแสงเรืองรองสีทองอ่อนๆ เล็ดลอดออกมาจากรอยแตกของประตูห้องเก็บของ พร้อมกับเสียงเคาะเบาๆ สามครั้งดังขึ้นจาก ‘ด้านใน’ มิติลับที่ควรจะมีแค่เธอคนเดียวที่ควบคุมได้!
หย่าให้ไว เพราะใจผมมีแต่เมีย: เกิดใหม่มาพลิกฟาร์มรวย•ตอนที่ 15
เมื่อแม่สามีบุกรัง
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไว เพราะใจผมมีแต่เมีย: เกิดใหม่มาพลิกฟาร์มรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!