“นังเด็กหลี่จินเหยานั่นมันใช้เสน่ห์ยาแฝดอะไร ถึงได้เป่าหูผู้กองหันเฟิงจนหัวปักหัวปำ! วันๆ เอาแต่ขังตัวอยู่ในบ้าน ทำตัวลึกลับน่าสงสัย แถมยังหอบห่อสมุนไพรประหลาดเข้าออกหมู่บ้านไม่เว้นแต่ละวัน ระวังเถอะ... เงินทองที่มันใช้อยู่ตอนนี้ อาจจะเป็นเงินสกปรกที่แอบไปทำเรื่องชั่วช้ามาก็ได้!”
เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่จางดังแผדซ่านไปทั่วบริเวณลานตากข้าวโพดกลางหมู่บ้าน จงใจเปล่งเสียงให้ดังราวกับเกรงว่าชาวบ้านกลุ่มใหญ่ที่กำลังนั่งล้อมวงปอกเปลือกข้าวโพดจะไม่ทันได้ยิน สายตาขุ่นเคืองของนางกวาดมองไปรอบตัว หวังจะปลุกปั่นกระแสความอิจฉาริษยาและเสียงนินทากาเลให้โหมกระพือขึ้นเหมือนไฟลามทุ่ง
ท่ามกลางสายตานับสิบที่มองมาด้วยความเคลือบแคลงและซุบซิบกันเซ็งแซ่ หลี่จินเหยาไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย มือเรียวบางของนางยังคงบรรจงคัดแยกกลีบดอกเก๊กฮวยป่าสีทองอร่ามที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาจากมิติลับลงในตะกร้าไม้ไผ่สานอย่างใจเย็น กลิ่นหอมละมุนจางๆ ลอยกรุ่นอบอวลตัดกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวอย่างสิ้นเชิง
“เงินสกปรกหรือครับ ป้าสะใภ้ใหญ่?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่จู่ๆ ก็ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าวงสนทนา ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบนายทหารสีเขียวเข้มที่รีดเรียบกริบ ผู้กองหันเฟิงปรายตามองญาติผู้พี่ด้วยแววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของชายหนุ่มจนป้าสะใภ้ใหญ่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ฮะ… หันเฟิง ลูกชาย ฉัน… ฉันก็แค่วิตกกังวลแทนแก!” ป้าสะใภ้ใหญ่ฝืนยิ้มแห้งๆ พยายามกลบเกลื่อนความกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ “สมัยนี้ไว้ใจใครที่ไหนได้เล่า แกบาดเจ็บกลับมาจากแนวหน้า เงินทองเบี้ยเลี้ยงกว่าจะได้แต่ละหยวนมันยากลำบาก แต่นี่เมียแกกลับใช้จ่ายมือเติบ ไหนจะซื้อเครื่องปรุงรสราคาแพง ไหนจะจ้างอาเฉินเด็กเหลือขอคนนั้นมาช่วยงานอีก ฉันในฐานะญาติผู้ใหญ่ก็แค่กลัวว่าแกจะโดนหลอกเอาเงินไปปรนเปรอชู้รักหรือเปล่าเท่านั้นเอง!”
คำพูดสאาดโคลนนั้นเรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านบางคนที่หูเบาได้ทันที หลายคนเริ่มพยักหน้าเห็นพ้องตาม เพราะสำหรับคนชนบทแล้ว การที่ผู้หญิงคนหนึ่งเก็บเนื้อเก็บตัวและอยู่ๆ ก็มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นผิดหูผิดตา ย่อมหนีไม่พ้นข้อครหาเรื่องชู้สาวหรือการทำมาหากินผิดกฎหมาย
หันเฟิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุกซู่ เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างภรรยาตัวน้อย พร้อมกับเอื้อมมือหนาไปโอบไหล่บางของจินเหยาไว้หลวมๆ เป็นการแสดงออกถึงความปกป้องอย่างเปิดเผยและหนักแน่น
“ภรรยาผมจะทำตัวลึกลับอย่างไร หรือจะใช้จ่ายเงินทองมากแค่ไหน นั่นก็เป็นเพราะความสามารถของเธอเองครับ” หันเฟิงกวาดสายตาดุจเหยี่ยวสำรวจฝูงชนรอบด้าน น้ำเสียงกังวานชัดถ้อยชัดคำไม่มีหลบสายตาใคร “ท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ตรงนี้ ลองใช้สมองตรึกตรองดูให้ดี สมุนไพรล้ำค่าและผักผลไม้รสชาติเยี่ยมยอดที่ผมนำไปส่งให้พ่อค้าคนกลางในเมือง จนสามารถทำกำไรเป็นกอบเป็นกำเข้าบ้านได้ในตอนนี้… ล้วนมาจากหยาดเหงื่อและมันสมองของภรรยาผมทั้งสิ้น!”
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมลานตากข้าวโพดทันที ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแทรกแม้แต่คนเดียว
“ภรรยาผมหาเงินเก่งที่สุดในอำเภอนี้แล้วครับ” หันเฟิงเน้นย้ำทีละคำด้วยความภาคภูมิใจที่ฉายชัดผ่านดวงตาคมกริบ “เธอมีความรู้เรื่องพฤกษศาสตร์และการเกษตรล้ำลึกเกินกว่าที่พวกท่านจะจินตนาการออก ทุกหยวนทุกเหมาที่เข้าบ้านเรามาจากการค้าขายที่สุจริตและหยาดเหงื่อของเธอ ไม่เคยมีเงินสกปรกแม้แต่แดงเดียว… และถ้าหากใครยังบังجานปากพล่อย นินทาลับหลัง หรือใส่ร้ายป้ายสีภรรยาผมอีกแม้แต่คำเดียว ผมในฐานะสามีและนายทหารประจำการ จะใช้สิทธิ์ตามกฎหมายฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาทให้หมดตัวไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินกลบหน้าแน่นอน!”
ประโยคสุดท้ายประกาศิตดุจสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือดราวกับไก่ต้ม ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก ได้แต่ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว ชาวบ้านคนอื่นๆ ต่างหลบสายตาและรีบก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองทันที ไม่มีใครกล้าหาเรื่องนายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดคนนี้เด็ดขาด
จินเหยาเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี มุมปากอิ่มสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความซาบซึ้งใจ นางยื่นมือไปจับมือหนาที่โอบไหล่ตนอยู่บีบเบาๆ เป็นเชิงขอบคุณ ก่อนจะหันมามองป้าสะใภ้ใหญ่ที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ตรงนั้น
“ขอบคุณนะฃรับที่ช่วยพูดแทนฉัน” จินเหยาเอ่ยกระซิบเบาๆ กับสามีด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ใช้กันแค่สองคน
“ผมไม่ยอมให้ใครมาดูถูกหยาดเหงื่อและความทุ่มเทของคุณหรอกครับ” หันเฟิงกระซิบตอบด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักล้นปรี่ ก่อนจะหันไปทางอาเฉินที่ยืนถือตะกร้าสมุนไพรอยู่ไม่ไกล “อาเฉิน จัดการขนของที่เหลือขึ้นเกวียน เรากลับบ้านกันเถอะครับ วันนี้ผมจะช่วยคุณปรุงอาหารมื้อเย็นชุดใหญ่ฉลองยอดขายล็อตแรก”
เมื่อสองสามีภรรยาเดินเคียงคู่กันกลับสู่บ้านไร่ บรรยากาศความอบอุ่นและกลิ่นอายความสำเร็จก็ลอยฟุ้งไปตลอดเส้นทาง ภายในครัวหลังบ้าน จินเหยาเริ่มลงมือเตรียมวัตถุดิบชั้นเลิศจากมิติลับทันที นางเลือกใช้เนื้อหมูสามชั้นติดมันแทรกสวยงาม นำมาเคี่ยวกับสมุนไพรจีนสูตรลับเฉพาะจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก กลิ่นหอมหวานเค็มกลมกล่อมของพะโล้สมุนไพรโบราณโชยฟุ้งข้ามรั้วบ้านกระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้าน จนชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต้องกลืนน้ำลายคอแห้งผากด้วยความหิวโหย
ทว่า ในขณะที่ควันหอมกรุ่นกำลังลอยละล่องขึ้นสู่ท้องฟ้ายามเย็น เสียงเคาะประตูกรั้วบ้านด้านหน้าก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ พร้อมกับร่างของบุรุษแปลกหน้าในชุดพ่อค้าเร่สวมหมวกปีกกว้างที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก และในมือของเขากำจดหมายปิดผนึกตราประทับราชสำนักไว้แน่น
— และแล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — **ลมทะเลพัดรัก**
คุณนายทหารกับไร่สมุนไพรซ่อนเร้น•ตอนที่ 9
ผู้กองหนุ่มออกโรงปกป้อง
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายทหารกับไร่สมุนไพรซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!