"สิบหยวน สามสิบหยวน ห้าสิบหยวน..."
เสียงธนบัตรเก่าคร่ำคร่าถูกดีดสะบัดเรียงซ้อนกันเป็นปึกบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบดังระรัว ราวกับจังหวะกลองศึกที่กำลังประกาศชัยชนะอย่างดังกึกก้องในห้องโถงคับแคบของบ้านพักนายทหาร หลี่จินเหยาใช้ปลายนิ้วแตะน้ำชาเล็กน้อยก่อนจะนับธนบัตรใบแล้วใบเล่าด้วยความเร็วที่ทำเอาอาเฉิน ซึ่งนั่งคอตั้งบ่าอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับอ้าปากค้าง ตาโตเป็นไข่ห่าน
เงินสดจำนวนเกือบเจ็ดร้อยหยวนกองอยู่ตรงหน้า ในยุคสมัยที่เงินเดือนข้าราชการระดับล่างยังไม่ถึงสามสิบหยวนต่อเดือน ตัวเลขนี้เทียบเท่ากับรายได้ทั้งปีของครอบครัวชนบทปกติได้อย่างสบายๆ และทั้งหมดนี้ได้มาจาก "รากโสมตากแห้งแปรรูปพิเศษ" และ "น้ำพริกสมุนไพรสูตรลับเฉพาะกิจ" ที่เธอแอบเอาไปวางขายผ่านเครือข่ายของอาเฉินในตลาดมืดเมื่อรุ่งสางที่ผ่านมา
"พี่จินเหยา... นี่มัน... นี่มันเงินเดือนเกือบสองปีของผมรวมกันเลยนะครับ!" อาเฉินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือสั่นระริกราวกับอยากจะเอื้อมไปแตะธนบัตรปึกนั้นแต่ก็ไม่กล้าพอ สายตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นปนเลื่อมใสบูชา
"ตกใจอะไรกัน อาเฉิน" จินเหยาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างเหนือชั้น เธอกวาดเงินทั้งหมดใส่ลงในกล่องไม้สนอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะเลื่อนถ้วยชาสมุนไพรหอมกรุ่นไปตรงหน้าเด็กหนุ่ม "นี่เป็นแค่ผลกำไรก้อนแรกจากยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ในมิติลับ... เอ่อ หมายถึงในแปลงทดลองหลังบ้านของเรา ยังมีสมุนไพรอีกหลายชนิดที่รอเวลาเติบโต วันหน้าพวกเรายังมีเงินล้านให้ต้องปวดหัวอีกเยอะ"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นไปด้วยความฮึกเหิมจากการทำธุรกิจล็อตแรก ประตูกลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่เคาะสัญญาณเตือนแม้แต่น้อย
ป้าสะใภ้ใหญ่จางก้าวเข้ามาด้วยท่าทางราวกับนางพญาผู้กำชัยชนะ ใบหน้าอวบอูมขึ้นสีแดงจัดจากการเดินเร่งรีบ ดวงตาสأسส่ายกวาดมองไปทั่วห้องราวกับเหยี่ยวหาซากสัตว์ ก่อนที่สายตาจะมาหยุดชะงักอยู่ที่กล่องไม้บนโต๊ะ ซึ่งจินเหยาเก็บธนบัตรลงไปไม่ทัน
"โอ้โฮ! กลิ่นเงินมันหอมฟุ้งทะลุกำแพงออกมาถึงหน้าบ้านเลยนะหลี่จินเหยา!" ป้าสะใภ้จางส่งเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก หล่อนสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วโพล่งขึ้นทันทีโดยไม่รักษาหน้าใคร "พวกแกสองผัวเมียแอบซุกซ่อนเงินอะไรกันไว้! ไหน เอาออกมาดูซิ! อย่าลืมนะว่าบ้านหลังนี้เป็นสมบัติของตระกูลหัน ฉันในฐานะญาติผู้ใหญ่มีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบความโปร่งใส!"
อาเฉินหน้าถอดสี รีบผุดลุกขึ้นยืนบังโต๊ะไม้ไว้ตามสัญชาตญาณ "ป้าครับ พูดจาให้เกียรติกันบ้าง นี่มันบ้านของผู้กองหันนะ ไม่ใช่ตลาดสด!"
"ไอ้เด็กเหลือขอ ไสหัวไปให้พ้น! ผู้ใหญ่คุยกัน เด็กไม่มีมารยาทอย่ามาสอด!" ป้าสะใภ้จางหวีดร้องตวาดกลับเสียงดังลั่นพร้อมกับผลักไหล่อาเฉินอย่างแรงจนเซถลา
แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงทุ้มต่ำอันทรงพลังก็ดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณทางเดิน
"ป้าครับ... ถ้ายังไม่อยากมือหักออกไปจากบ้านของผม กรุณาถอยหลังไปสามก้าว"
ผู้กองหันเฟิงก้าวออกมาจากเงาสลัว ขาทหารที่เคยบาดเจ็บก้าวเดินด้วยจังหวะที่มั่นคงขึ้น แม้ร่องรอยความเจ็บปวดจะยังหลงเหลืออยู่บ้างบนใบหน้าคมคายที่เคร่งขรึมไร้อารมณ์ แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้ป้าสะใภ้จางสะดุ้งเฮือก ถอยหลังกรูดโดยอัตโนมัติด้วยความหวาดกลัว
ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มกวาดมองกล่องไม้บนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาภรรยา
จินเหยาแอบใจหายวาบเล็กน้อย เธอกลัวว่าสามีผู้ยึดมั่นในระเบียบวินัยและกฎหมายจะซักไซ้ไล่เลียงถึงที่มาของเงินก้อนโตนี้ หรือตำหนิที่เธอแอบไปค้าขายในตลาดมืดซึ่งมีความเสี่ยงสูงในยุคสมัยนี้
ทว่า หันเฟิงกลับไม่ได้พูดอะไรในสิ่งที่เธอคาดคิด
เขากลับเดินเข้ามาใกล้ ยกมือหนาขึ้นลูบศีรษะทุยของภรรยาเบาๆ อย่างทะนุถนอม สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความอบอุ่นลึกล้ำที่ซ่อนรอยยิ้มจางๆ เอาไว้ มุมปากหยักลึกเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"เก่งมาก... ภรรยาของผม หาเงินเก่งขนาดนี้ วันหน้าผมคงต้องพึ่งพาคุณ เลี้ยงดูผมด้วยแล้วล่ะมั้ง"
หัวใจของหลี่จินเหยาเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ค้นหาพิรุธหรือความเคลือบแคลงใจในแววตานั้น แต่สิ่งที่พบมีเพียงความเชื่อใจและ... ประกายความรู้เท่าทันที่ฉายชัดอยู่ชั่วพริบตา
*ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้ฉลาดเป็นกรด* จินเหยาตระหนักได้ในวินาทีนั้นเอง
หันเฟิงเห็นทุกอย่าง... เขาเห็นตั้งแต่วิธีที่เธอนับเงิน ความคล่องแคล่วในการเจรจาค้าขาย ไปจนถึงความลับเรื่องสมุนไพรประหลาดที่โตเร็วกว่าปกติในแปลงเกษตรหลังบ้าน แต่เขากลับเลือกที่จะ "เงียบ" และปกป้องเธอจากสายתตาโลภ
"แก... แกสองคนสมรู้ร่วมคิดกันใช่ไหม!" ป้าสะใภ้จางกรีดร้องด้วยความขัดใจเมื่อเห็นว่าสามีภรรยาคู่นี้ไม่ได้ทะเลาะกันอย่างที่หวัง "เงินนั่นต้องเป็นเงินยักยอกของกองทัพแน่ๆ! ฉันจะไปฟ้องผู้กองใหญ่ให้มาตรวจสอบพวกแก!"
หลี่จินเหยาหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก เธอเตรียมจะเปิดฉากฟาดฟันด้วยฝีปากคมกริบเพื่อสั่งสอนญาติจอมละโมบคนนี้ให้สำนึก แต่ทว่า ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากวาจาเชือดเฉือนใดๆ ออกไป เสียงเคาะประตูก็จู่ๆ ก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงจากด้านนอก
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ไม่ใช่เสียงเคาะประตูธรรมดา แต่เป็นจังหวะรัวกระชั้นชิดที่เต็มไปด้วยความร้อนรน และตามมาด้วยเสียงตะโกนแหบพร่าของชายแปลกหน้าที่ไม่มีใครในหมู่บ้านคุ้นเคย
"ผู้กองหัน! เปิดประตูเร็วเข้า! เกิดเรื่องใหญ่ที่ค่ายทหารแล้ว! สมุนไพรพิเศษที่คุณสั่งให้สืบหา... มีคนจงใจวางยาพิษทำลายแปลงทดลองทั้งหมดแล้ว!"
ร่างสูงของหันเฟิงชะงักกึก รัศมีรอบตัวเปลี่ยนจากความอบอุ่นกลายเป็นความเย็นยะเยือกถึงขั้วหัวใจในพริบตาเดียว ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่ประตูก่อนจะตวัดกลับมามองหน้าภรรยา
และในวินาทีนั้นเอง จินเหياتระหนักได้ทันทีว่า... เงินก้อนแรกที่เพิ่งได้มา ยังไม่ทันได้อุ่นกระเป๋า ปัญหาใหญ่หลวงและอันตรายถึงชีวิตกำลังพุ่งเข้าชนพวกเขาอย่างจังแล้ว
---
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — **ลมทะเลพัดรัก**
คุณนายทหารกับไร่สมุนไพรซ่อนเร้น•ตอนที่ 8
เงินก้อนแรกและความลับที่ต้องซ่อน
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายทหารกับไร่สมุนไพรซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!